外国直接投資(FDI)

LTR visa หรือ Long – Term Resident วีซ่าที่ช่วยส่งเสริมการลงทุนและผลักดันทางเศรษฐกิจในไทย

LTR visa คืออะไร ? ชาวต่างชาติที่สามารถวีซ่า LTR ได้นั้นต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ประเทศไทยมีวีซ่าประเภท Long – Term Resident หรือ LTR ที่มอบสิทธิประโยชน์ครอบคลุมทั้งด้านภาษี และด้านอื่น ๆ เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงในการเข้ามาลงทุน และการพำนักในระยะยาว เพื่อส่งเสริมให้ไทยเติบโตเพิ่มขึ้นจากการเข้ามาพำนักของกลุ่มชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง ทั้งการดึงดูดผู้พำนักต่างชาติกลุ่มใหม่ เทคโนโลยีใหม่ ผู้มีทักษะสูงและมีความเชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการกระตุ้นการใช้จ่าย การลงทุน เป็นต้น  LTR visa จึงมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในภาคเอกชนได้โดยการลดกระบวนการ และทำให้การอนุญาตทำงานของคนต่างชาติทำได้โดยง่ายมากขึ้น โครงการวีซ่าพำนักระยะยาว (Long-Term Resident Visa) มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลักคือใคร เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงจากทั่วโลกให้เข้ามาพำนักและ/หรือทำงานในประเทศไทย โดยกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy Global Citizens)  ชาวต่างชาติที่ถือครองทรัพย์สินมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ 2.กลุ่มผู้เกษียณอายุที่มีรายได้สูง (Wealthy Pensioners)  เป็นกลุ่มผู้เกษียณต่างชาติที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปที่รับเงินบำนาญหรือมีรายได้ที่มั่นคง 3.กลุ่มผู้ต้องการทำงานจากประเทศไทย (Work-from-Thailand Professionals) เป็นกลุ่มที่ทำงานจากประเทศไทยให้กับบริษัทในต่างประเทศที่ผลประกอบการเป็นที่ยอมรับ 4.กลุ่มผู้มีทักษะเฉพาะทาง (Highly-Skilled Professionals) ผู้ที่มีทักษะสูงหรือมีความเชี่ยวชาญพิเศษที่ปฏิบัติงานให้กับบริษัท หรือสถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิจัย รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐในไทย ทั้งนี้นั้นจะต้องเป็นการทำงานในกิจการที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย  5.คู่สมรสและบุตร ของผู้ถือวีซ่าพำนักระยะยาว คู่สมรสและบุตรอายุไม่เกิน 20 ปี ของผู้ถือ LTR visa (สามารถมีผู้ติดตามได้สูงสุด 4 คน ) สิทธิประโยชน์ของผู้ถือวีซ่าพำนักระยะยาว LTR visa น่าสนใจอย่างไรบ้าง เป็นวีซ่าที่มอบสิทธิประโยชน์หลากหลาย ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบประเทศไทย สามารถอยู่ได้ยาวนาน และลดความยุ่งยากในเรื่องต่าง ๆ เช่น การยกเลิกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ้างงานพนักงา่นคนไทย 4 คน ต่อคนต่างชาติ 1 คน , สิทธิ์ในการใช้ช่องทางพิเศษ (Fast Track) ในการเข้าออกราชอาณาจักรไทย ณ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็น  การลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคล  พำนักอยู่ในประเทศไทยได้เป็นระยะเวลา 10 ปี (5 ปีแรก ต่ออายุได้อีก 5 ปี) ช่องทางพิเศษ […]

ข้อดีของห้างหุ้นส่วน และข้อเสีย ที่คนทำธุรกิจต้องรู้เรื่องนี้ ! ก่อนเลือกจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

หนึ่งในรูปแบบของกิจการที่ยังคงได้รับความนิยมในผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง ก็คือ “ห้างหุ้นส่วน” ซึ่งแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยเฉพาะห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจร่วมกับหุ้นส่วนที่ไว้ใจกัน และต้องการโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อนเกินไป โดยในบทความนี้เราจะวิเคราะห์โดยเน้นไปที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยจะมีเนื้อหาที่น่าสนใจอย่างไรนั้น ติดตามได้ในบทความนี้  แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการจัดตั้งบริษัทจำกัดกันมากขึ้น แต่ห้างหุ้นส่วนก็ยังคงมีข้อดีหลายประการที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการบางกลุ่ม และอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในบริบทที่แตกต่างกันไป  ปรึกษาการจดจัดตั้งบริษัท ปรึกษา FDI ผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ! การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด หมายถึง นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นโดยบุคคล 2 คนขึ้นไป ร่วมลงทุนเพื่อประกอบธุรกิจ โดยมีทุนจดทะเบียน แยกออกจากเงินทุนส่วนตัว หุ้นส่วนแต่ละคนจะรับผิดชอบต่อหนี้สินของห้างหุ้นส่วนจำกัด ในสัดส่วนตามจำนวนเงินทุนที่ระบุเอาไว้  ห้างหุ้นส่วนจำกัด แบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ ตามความรับผิดชอบของหุ้นส่วนผู้ร่วมลงทุน ได้แก่ หุ้นส่วนแบบจำกัดความรับผิดและหุ้นส่วนแบบไม่จำกัดความรับผิด โดยแต่ละแบบจะแตกต่างกันดังนี้  1.หุ้นส่วนจำกัดแบบจำกัดความรับผิด  สำหรับผู้ร่วมทุนจะมีความรับผิดชอบในหนี้สินของธุรกิจเฉพาะในส่วนของจำนวนเงินที่ร่วมลงทุนเท่านั้น ผู้ร่วมทุนแบบจำกัดความรับผิด ไม่จำเป็นต้องร่วมรับผิดชอบหนี้สินที่เกิดขึ้นมากไปกว่าจำนวนเงินที่ได้ลงทุนไป สามารถคำนวณและจำกัดความเสี่ยงได้ การมีหุ้นส่วนจำกัดแบบนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ร่วมทุนในการลงทุนในธุรกิจด้วยเช่นกัน  ตัวอย่างสถานการณ์ สมมติว่า นาย ก และ นาย ข ร่วมกันเปิดร้านกาแฟ นาย ก เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด เป็นผู้บริหารกิจการ ลงทุน 500,000 บาท นาย ข เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด ลงทุน 300,000 บาท ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารต่อมาร้านกาแฟมีหนี้รวม 1,000,000 บาท นาย ข ต้องรับผิดชอบไม่เกิน 300,000 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นเงินลงทุนที่เขาใส่ไว้ ส่วนที่เหลือ นาย ก ต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด แม้อาจต้องใช้ทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อชำระหนี้หากกิจการไม่มีสินทรัพย์เพียงพอ 2.หุ้นส่วนแบบไม่จำกัดความรับผิด  หุ้นส่วนแบบไม่จำกัดความรับผิดเป็นรูปแบบของกิจการที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากหุ้นส่วนแต่ละคนต้องรับผิดชอบต่อหนี้สินของกิจการทั้งหมดแบบไม่จำกัด แม้เกินจากเงินลงทุน เป็นรูปแบบที่เหมาะกับกลุ่มบุคคลที่มีความเชื่อใจกันสูง มีความโปร่งใสในการบริหาร และมุ่งมั่นทำธุรกิจร่วมกัน แต่สำหรับผู้ที่ต้องการจำกัดความเสี่ยงส่วนตัว ควรพิจารณารูปแบบอื่น เช่น บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งมีข้อจำกัดความรับผิดชัดเจนและปลอดภัยกว่าในแง่กฎหมาย ตัวอย่างสถานการณ์ สมมติว่า นาย ก และ นาย ข ร่วมกันเปิดร้านอาหารในรูปแบบหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด โดยลงทุนคนละ 500,000 บาท รวมเป็นทุน 1,000,000 บาท แต่ต่อมาร้านอาหารมีหนี้สินจากการซื้อวัตถุดิบและค่าเช่าร้านรวมกว่า […]

Foreign Business License หรือใบอนุญาต FBL ต้องทำอย่างไรให้ง่าย ต่างชาติถือหุ้น 100% ได้หรือไม่ ?

Foreign Business License (FBL) หรือ การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ  คืออะไร ? สำหรับ FBL ก็คือ คือใบอนุญาตที่อนุญาตให้บริษัทต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทยในลักษณะที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งใบนี้เป็นการอนุมัติที่ออกให้แก่บริษัทต่างชาติที่มีการยื่นขออนุญาตและได้รับการอนุมัติจากกระทรวงพาณิชย์  โดยจะมีข้อจำกัดบางประการ ในการประกอบธุรกิจบางประเภทที่อนุญาตให้เฉพาะคนไทยเท่านั้น และห้ามต่างชาติประกอบธุรกิจ ประเภทของธุรกิจที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติฯ  ธุรกิจบางประเภทจะสงวนให้ไว้เฉพาะคนไทย ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการขอรับในอนุญาตของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542  บัญชีที่ 1 เป็นธุรกิจที่ห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจด้วยเหตุผลพิเศษ บัญชีที่ 2 ธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศหรือมีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีหัตกรรมกรรมพื้นบ้านหรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนต่างด้าวจะ ประกอบธุรกิจได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีโดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี   บัญชีที่ 3 ธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนคนต่างด้าว คนต่างด้าวจะประกอบธุรกิจได้เมื่อได้รับอนุญาตจากอธิบดีโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว คำจำกัดความของคนต่างด้าว ตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ห้ามคนต่างด้าวประกอบธุรกิจบางประเภท และบางประเภทจะประกอบธุรกิจได้ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตหรือได้รับหนังสือรับรองแล้วแต่กรณี  คำจัดความของคนต่างด้าว ตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว  บุคคลที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย นิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย  นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย ที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งเป็นของบุคคลหรือนิติบุคคลตาม (1) หรือ (2) นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งของ (1)(2) หรือ (3)   โดยสามารถอ่านรายละเอียดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพิ่มเติมได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  ซึ่งถ้าหากเป็นต่างชาติมาทำธุรกิจ อาชีพสงวนคนไทย จะมีความผิดตามกฏหมายไทย ดังนั้นควรศึกษารายละเอียดข้อมูลหรือ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านขอใบอนุญาตในการลงทุนประกอบธุรกิจในไทยอย่าง FDI Group เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น   ต่างชาติถือหุ้น 100 % ได้หรือไม่ ต้องทำอย่างไรบ้าง ? ต่างชาติสามารถถือหุ้น 100% ได้ แต่มีข้อกำหนดทางกฏหมายที่ต้องจดทะเบียน ยื่นขอใบอนุญาตให้ถูกต้องก่อน ในกรณีที่ต่างชาติต้องการจดทะเบียนนิติบุคคลในไทย โดยถือหุ้น 100 % สามารถทำได้อย่างถูกกฏหมายโดย 1.การยื่นขอ Foreign Business License (FBL) หรือ การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ  2.การยื่นขอการส่งเสริมการลงทุน (BOI : The Board of Investment of Thailand) เพื่อขอยื่นหนังสือรับรองประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติได้ 3.ตามกฏหมายมาตรา 11 ข้อตกลงที่ไทยเป็นภาคี หรือพันธกรณี หรือนักธุรกิจต่างชาติที่อยู่ภายใต้สนธิสัญญาต่าง ๆ ก็สามารถยื่นขอหนังสือรับรองในการประกอบธุรกิจสำหรับชาวต่างชาติได้เช่นกัน  ตัวอย่างใบอนุญาต  ปรึกษาเรา ผู้เชี่ยวชาญในการจดจดจัดตั้งบริษัทสำหรับต่างชาติในไทย คลิ๊ก […]

ใหม่ล่าสุด 2026 ! อัพเดตการเข้าเมืองสำหรับชาวต่างชาติ บัตรการเข้าประเทศดิจิทัลของประเทศไทย (TDAC) แทนแบบฟอร์มการเข้าเมือง TM6

TDAC คืออะไร ? ทำไมต้องส่งข้อมูลบัตรก่อนเข้าประเทศไทย 3 วัน !  วันนี้ FDI ชวนทุกท่านทำความรู้จักกับ TDAC ซึ่งเป็นบัตรการเข้าประเทศดิจิทัลแบบใหม่ที่จำเป็นต้องรู้ก่อนเดินทางเข้าสู่ราชอาณาจักรไทย โดยบทความนี้จะชวนไขข้อสงสัยว่าคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร ที่สำคัญขั้นตอนการกรอกข้อมูลนั้นจะต้องกรอกรายละเอียดแบบไหนให้ถูกต้อง ติตตามได้ในบทความนี้ สำหรับ TDAC ย่อมาจาก Thailand Digital Arrival Card หรือ บัตรเข้าประเทศดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งได้ให้ชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาประเทศไทยกรอกข้อมูลเอกสารการเดินทาง ก่อนเดินทางเข้าสู่ราชอาณาจักรไทย ชาวต่างชาติควรส่งข้อมูลบัตรเข้าประเทศภายใน 3 วันก่อนถึงประเทศไทย รวมถึงวันที่เข้าประเทศ ซึ่งเริ่มบังคับใช้เมื่อ 1 พฤษภาคม 2568 ทีผ่านมา  ซึ่ง TDAC จะช่วยให้ขั้นตอนการเข้าประเทศไทยนั้นสะดวกมากขึ้น บัตรการเข้าประเทศดิจิทัลของประเทศไทย (TDAC) จะเป็นแบบฟอร์มออนไลน์ที่ได้แทนที่บัตรแบบเดิมในการเข้าประเทศ TM6 แบบกระดาษ ซึ่งจะช่วยให้ความสะดวกสบายสำหรับชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้าสู่ราชอาณาจักรไทยไม่ว่าจะทางอากาศ, ทางบก, หรือทางทะเล  TDAC จะใช้เพื่อส่งข้อมูลการเข้าประเทศและรายละเอียดการประกาศสุขภาพก่อนมาถึงไทย ตามที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย ซึ่งต้องส่งข้อมูลบัตรเข้าประเทศภายใน 3 วันก่อนถึงประเทศไทย รวมถึงวันที่เข้าประเทศ ซึ่งจะทำให้มีเวลาเพียงพอในการดำเนินการและตรวจสอบข้อมูลที่ให้ไว้ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนั่นเอง ใครบ้างที่ต้องส่ง TDAC ชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย จะต้องส่ง Thailand Digital Arrival Card (TDAC) ก่อนการเดินทาง โดยมีข้อยกเว้นดังต่อไปนี้ ชาวต่างชาติที่ผ่านหรือต่อเครื่องในประเทศไทยโดยไม่ต้องผ่านการควบคุมคนเข้าเมือง ชาวต่างชาติที่เข้าประเทศไทยโดยใช้บัตรผ่านแดน จะสามารถยื่นข้อมูลบัตรได้อย่างไร ชาวต่างชาติสามารถเข้าถึงเว็บไซต์สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ http://tdac.immigration.go.th  โดยที่ระบบจะมีตัวเลือกให้ส่งข้อมูลจำนวน 2 แบบ ได้แก่ การส่งแบบบุคคล – สำหรับนักเดินทางเดี่ยว การส่งกลุ่ม – สำหรับครอบครัวหรือกลุ่มที่เดินทางด้วยกัน ซึ่งชาวต่างชาติสามารถอัพเดทข้อมูลก่อนการเดินทางในการเปลี่ยนแปลงได้ตามต้องการ ขั้นตอนการยื่นข้อมูล TDAC ประโยชน์ของระบบ TDAC การเปลี่ยนมาใช้ระบบ TDAC มีข้อดีหลายประการเมื่อเปรียบเทียบกับแบบฟอร์ม TM6 แบบเดิม เช่น การตรวจคนเข้าเมืองที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดขั้นตอน ลดเอกสารและการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้สะดวกในการจัดการมากขึ้น มีความแม่นยำ และความปลอดภัยของข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ติดตามข้อมูลผู้เดินทางในด้านวัตถุประสงค์ด้านสาธารณสุข เป็นการบูรณาการเพื่อส่งเสริมให้ผู้เดินทางเข้าสู่ราชอาณาจักรไทยมีความราบรื่นและสัมผัสประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น เป็นการสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนในการลดการใช้ทรัพยากร โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและข้อมูลที่สำคัญได้ที่ : บัตรการเข้าประเทศดิจิทัลของประเทศไทย (TDAC) ต้องการปรึกษาด้านการขอวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน การลงทุนในประเทศไทย    FDI ยินดีให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน  […]

วิธีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบ ภ.พ. 20 ต้องทำอย่างไร ?

 ใบ ภ.พ. 20 คืออะไร สำคัญอย่างไรสำหรับคนทำธุรกิจ   การจดทะเบียนภ.พ. 20 คือ กระบวนการที่ผู้ประกอบการธุรกิจยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับ กรมสรรพากร เพื่อให้ธุรกิจของตนได้รับการยอมรับตามกฎหมายในการจัดเก็บและนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม  เหมาะสำหรับธุรกิจและกิจการที่มีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี  ใบ ภ.พ. 20 คืออะไร  ใบ ภ.พ. 20 เป็นใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าบริษัทนั้นได้จด Vat หรือเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว นั่นหมายความว่าผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องมีหน้าที่เพิ่มเติมดังนี้ ยอดขายทุกๆรายการที่เกิดขึ้นจะต้องคิด Vat 7% และนำส่งภาษีขายให้แก่กรมสรรพากร ภาษีซื้อที่เกิดจากยอดซื้อต่างๆ บริษัทต้องเก็บใบกำกับภาษีเอาไว้ เพื่อเป็นหลักฐานในการเครดิตภาษี (คือการนำภาษีซื้อมาหักออกจากภาษีขาย) จะต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มโดยใช้แบบ ภพ.30 เป็นประจำทุกเดือน ตัวอย่าง บริษัท AAA จำกัด มียอดขายทั้งเดือนที่ 10,000 บาท มีภาษีขาย 7% คือ 700 บาท และบริษัทมียอดซื้อทั้งเดือนที่ 8000 บาท มีภาษีซื้อที่ 7% ที่ 560 บาท ดังนั้นยอดที่ทางบริษัทต้องนำส่ง ภพ 30 ให้แก่กรมสรรพากรคือ 700 – 560 = 140 บาท นั่นเอง แต่หากภาษีขาย น้อยกว่า ภาษีซื้อ ยอดที่ติดลบสามารถนำมาเป็นเครดิตภาษีใช้ในเดือนถัดไปได้ ข้อมูลที่มีใน ใบ ภ.พ. 20 มีรายละเอียดที่สำคัญอะไรบ้าง  คำว่า ภพ 20 ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร  ชื่อผู้ประกอบการ ชื่อสถานประกอบการ เลือกแสดงว่าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือสาขา ที่อยู่ของบริษัท เบอร์ติดต่อของบริษัท วันที่ให้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ชื่อและตำแหน่งเจ้าหน้าที่สรรพากรของผู้ออกทะเบียนนี้ เพิ่มเติม : ตัวอย่าง ใบ ภ.พ. 30  FDI ให้บริการขอใบอนุญาตนี้เช่นเดียวกัน วิธีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม  การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในประเทศไทยเป็นกระบวนการที่ผู้ประกอบการธุรกิจต้องดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายภาษีอากร และเพื่อความสะดวกในการจัดเก็บและนำส่งภาษี หากคุณต้องการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถปรึกษา FDI เพื่อรับคำปรึกษาและช่วยดำเนินการได้ด้วยความสะดวกครบครัน พร้อมค่าบริการที่เหมาะสม […]

การประเมิน CFP หรือ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ ต้อง “ รายงานอย่างไร ทำอย่างไร” ให้ตอบโจทย์ธุรกิจ

https://youtu.be/JVEvBIDn3qk?si=m2uubWcE2Gzdthax CFP ย่อมาจาก Carbon Footprint for Product หรือ การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ ธุรกิจจำเป็นที่ต้องทำหรือเป็นเพียงกระแส ? แนวคิดเรื่องความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ได้กลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญระดับโลก หนึ่งในกระบวนการที่กำลังได้รับความสนใจและถูกหยิบยกขึ้นมาใช้ในภาคธุรกิจอย่างแพร่หลาย คือ “การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์” หรือ Carbon Footprint for Products (CFP) แต่คำถามที่หลายคนมีการตั้งคำถามขึ้นคือ การประเมินนี้เป็นเรื่องจำเป็นที่ธุรกิจควรดำเนินการจริงจัง หรือเป็นเพียงแค่กระแสชั่วคราวที่เกิดจากแรงกดดันทางสังคมและการตลาดเท่านั้น ? ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดย FDI Group ให้ความเห็นว่า “ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ภาวะโลกเดือดรุนแรงขึ้น เป็นผลกระทบมาจากการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์และจากธรรมชาติ เชื่อว่าทุกท่านคงสัมผัสได้ด้วยตัวท่านเองทั้งสภาพภูมิอากาศที่ย่ำแย่ หรือเปลี่ยนแปลงไป หรือแม้แต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างเห็นได้ชัด เลยเป็นอีกสิ่งที่ชวนให้คิด ว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณต้องหันกลับมาดูแลโลกใบนี้ ?   ธุรกิจจำนวนมาก เริ่มให้ความสำคัญกับการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับแนวโน้มของตลาดโลกที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งการสนับสนุนธุรกิจ ผลิตภัณฑ์สินค้าที่ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม ที่มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงประเด็นที่น่าจับตาถึงการตั้งข้อกำหนดด้านความยั่งยืนจากประเทศคู่ค้า หรือการบังคับใช้มาตรการทางภาษีและกฎระเบียบใหม่ เช่น กลไกการปรับคาร์บอนตามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) ซึ่งกำหนดให้สินค้านำเข้าจากประเทศนอก EU ต้องแสดงค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างชัดเจน หากไม่สามารถแสดงได้หรือค่าคาร์บอนสูงเกินมาตรฐาน อาจถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น หรือไม่สามารถเข้าสู่ตลาดยุโรปได้เลย สำหรับในประเทศไทยก็เตรียมสู่การบังคับใช้ พ.ร.บ.โลกร้อน ที่คาดว่าจะบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ หรือที่เห็นได้ชัดเจนถึงแนวทางนโยบายด้านการส่งเสริมลดการปล่อยคาร์บอนอย่าง การเก็บภาษีคาร์บอนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งจากประเด็นด้านต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นคงได้เห็นถึงทิศทางและโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้สำหรับธุรกิจในอุตสาหกรรมต่าง ๆ สำหรับการปรับตัว ปรับรูปแบบการดำเนินงานในองค์กร เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในการแข่งขันที่ทิศทางธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงไปจากนี้  Carbon Footprint for Product หรือ การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ คืออะไร อ่านต่อในบทความนี้ คลิก !  จริงหรือไม่ ? เริ่มประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ก่อนได้เปรียบมากกว่า ! ต้องบอกว่าจริง “ลองมองมุมกลับว่าถ้าหากเราเริ่มก่อนในตอนนี้ ถ้าวันที่ภาครัฐประกาศบังคับใช้หรือให้ทำ ธุรกิจเราจะไปไกลมากขนาดไหนแล้ว ถ้าหากคนอื่นพึ่งเริ่ม” เพียงเท่านี้ก็น่าจะสามารถตอบข้อสงสัยได้ว่าควรทำเลยหรือไม่ สำหรับองค์กรต่าง ๆ และ ผู้ประกอบการที่มีความพร้อม และถ้าหากวิเคราะห์กันในมุมของความได้เปรียบทางการแข่งขัน การมีข้อมูล CFP อย่างโปร่งใส สามารถกลายเป็นจุดแข็งในโอกาสของการสื่อสารแบรนด์ และสร้างความเชื่อมั่นต่อคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ที่สำคัญคือผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่อยู่ในตลาดระดับพรีเมียมหรือเป็นสินค้าที่อิงกับภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืน เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของมนุษย์ , เครื่องสำอางจากธรรมชาติ […]

จดทะเบียนบริษัทต่างชาติในไทยต้องทำอย่างไร ? FDI บริการครบจบในที่เดียว!

จดทะเบียนบริษัทต่างชาติทำธุรกิจในไทย ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง การดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ต้องส่งผลดีต่อประเทศไทยและคนไทย ทั้งในการลงทุน การจ้างงาน การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ รวมถึงด้านอื่นๆ ในเริ่มต้นการประกอบธุรกิจในประเทศไทย ต้องเป็นธุรกิจที่ถูกกฏหมาย และเป็นไปตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ที่ห้ามคนต่างด้าวประกอบธุรกิจบางประเภท และบางประเภทจะประกอบธุรกิจได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตหรือได้รับหนังสือรับรองแล้วแต่กรณี  ลำดับถัดมาหากมีการลงทุนโดยนักลงทุนต่างชาติ ต้องพิจารณาว่าเป็นการลงทุนแบบใด ถือหุ้นไม่เกิน 49% หรือเกิน 50 % ขึ้นไป เพราะหากเป็นกรณีต่างชาติถือหุ้นมากกว่า 50% ขึ้นไปหรือข้างมาก จะมีการดำเนินขอเอกสาร ขั้นตอนการจดทะเบียนมากขึ้น แต่ขั้นตอนเหล่านั้น รวมถึงดำเนินเอกสารจะเป็นเรื่องง่าย หากคุณปรึกษาเรา ให้ FDI ช่วยดำเนินการให้ !   รูปแบบการจดทะเบียนบริษัทโดยมีผู้ถือหุ้นต่างชาติ และคนไทยถือหุ้นร่วมกัน ต้องรู้ !! การจดทะเบียนบริษัทต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป  อ่านต่อการยื่นขอ FBL , BOI ที่คุณต้องรู้ สำหรับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท  โดยมีผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติจะมี 2 กรณีด้วยกันคือ  1.กรณีถือหุ้นไม่เกิน 49% กรณีนี้จะถือว่าเป็นบริษัทสัญชาติไทย สามารถดำเนินกิจการได้ในทุกประเภท และต้องหาหุ้นส่วนคนไทยเพื่อถือหุ้นข้างมากด้วย กรณีนี้สามารถดำเนินการได้มีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน เพราะอัตราส่วนในการถือหุ้นน้อยกว่าคนไทยนั่นเอง 2.กรณีถือหุ้นเกิน 50% กรณีนี้บริษัทจะถือว่าเป็นบริษัทต่างชาติ เพราะต่างชาติถือหุ้นข้างมาก ซึ่งต้องมีการขอใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว (FBL)  หรือ BOI รวมถึงข้อกำหนด ข้อจำกัดทางกฏหมายที่ห้ามคนต่างด้าวประกอบธุรกิจบางประเภท หรือห้ามประกอบธุรกิจนอกจากได้รับอนุญาต ในบัญชี 2 และ 3 ของ พ.ร.บ. แต่หากได้รับ BOI จะมีสิทธิประโยชน์บางอย่างเพิ่มเติม ต่างชาติ หากจะถือหุ้น 100 % ทำได้หรือไม่ ? คนต่างชาติไม่สามารถถือหุ้น 100% ในบริษัทไทยได้ หากธุรกิจนั้น ๆ อยู่ในประเภทที่มีข้อจำกัดตาม พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (FBA)  แต่สามารถถือหุ้น 100% ได้ในกรณีที่  ได้รับการส่งเสริมจาก BOI หรือ ลงทุนในพื้นที่หรือธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย หรือ ลงทุนในธุรกิจที่ไม่อยู่ในหมวดหมู่ที่มีข้อจำกัด โดยการลงทุนในลักษณะเหล่านี้ ต้องมีการดำเนินการขออนุญาตหรือยื่นคำร้องเพื่อขอสิทธิพิเศษจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ หรือ BOI ซึ่งการดำเนินงานและเอกสารการยื่นสามารถปรึกษาเราให้คำปรึกษาเชิงลึกด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ได้โดยตรง  จดทะเบียนบริษัทจำกัดสำหรับชาวต่างชาติ ต้องรู้จักกับ […]

ตอกย้ำภาพ FDI ส่งเสริมการศึกษา ! จาก MOU สู่การเป็นอาจารย์พิเศษประจำหลักสูตรการจัดการทรัพยากรมนุษย์แบบญี่ปุ่น

ความร่วมมือทางวิชาการ TNI – FDI Group ในหลักสูตรการจัดการทรัพยากรมนุษย์แบบญี่ปุ่น   จากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง บริษัท จัดหางาน เอฟ ดี ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือกลุ่มบริษัท เอฟดีไอ และสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น วันที่ 14 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมาครั้งนั้น  FDI Group ในฐานะองค์กรธุรกิจที่เป็นการร่วมทุนไทย – ญี่ปุ่น ซึ่งได้เปิดให้บริการอย่างยาวนานมากกว่า 30 ปีในประเทศไทย จากวิสัยทัศน์ขององค์กรที่เรามุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการพัฒนาทรัพยากรที่มีคุณค่านั่นก็คือ ทรัพยากรมนุษย์ เรามีความพร้อมที่อยากจะส่งต่อคุณค่าที่ดีให้กับสังคมไทย ด้วยการส่งเสริมการศึกษา ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้เรียน เกิดการพัฒนาครบในหลากหลายมิติ ในโอกาสที่สำคัญนี้ เราได้รับเกียรติจากทางสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น โดยคุณพัชราภรณ์ เวชวิทยาขลัง ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท เอฟ ดี ไอ ให้การสนับสนุนร่วมเป็นอาจารย์พิเศษ ในหลักสูตรการจัดการทรัพยากรมนุษย์แบบญี่ปุ่น เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ การคิดอย่างเป็นระบบในการทำงานแบบญี่ปุ่น ในหลักสูตรดังกล่าวด้วย ความน่าสนใจของหลักสูตร สำหรับหลักสูตรการจัดการทรัพยากรมนุษย์แบบญี่ปุ่น เป็นหลักสูตรที่น่าสนใจ โดยได้นำแนวคิดและวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น มาใช้เป็นแนวของการเรียนการสอน เพื่อให้ผลิตบัณฑิตได้ตรงกับสถานประกอบการสัญชาติญี่ปุ่นและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีความต้องการบัณฑิตที่มีวินัย มีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ทำงานเป็นทีม มีภาวะผู้นำ โดยหลักสูตรมีอัตลักษณ์ เพื่อใช้เป็นแนวทางการผลิตบัณฑิต ให้เกิดโอกาสในการเรียนรู้ พัฒนาตนเองจากผู้ทรงคุณวุฒิในองค์กรธุรกิจ สัญชาติญี่ปุ่น โดยผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :  www.tni.ac.th/ba/major_hrj ช่องทางติดต่อสถาบันเทคโนโลยีไทย – ญี่ปุ่น Tel. 0-2763-2600 Fax. 0-2763-2700 Website : www.tni.ac.th E-mail : tniinfo@tni.ac.th “ FDI Group ร่วมสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพราะเราเชื่อว่าหนึ่งการส่งต่อที่มอบคุณค่าด้วยความรู้ ล้วนแล้วแต่นำไปสู่การสร้างสรรค์คุณค่าที่ดีต่อสังคมเสมอ “ ช่องทางติดต่อ FDI Group Facebook : FDI Group – Business Consulting Line : @fdigroup Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, […]

FDI Group สืบสานประเพณีสงกรานต์ ร่วมสรงน้ำพระและรดน้ำขอพรผู้บริหาร

FDI Group ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย เทศกาลสงกรานต์ 2568 เมื่อเข้าสู่ เทศกาลสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย นอกจากจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและพักผ่อนแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่สำคัญแห่งการแสดงความห่วงใย ความกตัญญูต่อผู้ใหญ่ และเป็นการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต ในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้ ” กลุ่มบริษัทเอฟ ดี ไอ และบริษัทในเครือ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมสระน้ำพระ และรดน้ำขอพรผู้บริหาร “ ซึ่งในปีนี้ได้จัดงานขึ้นอย่างเรียบง่าย ภายใต้แนวคิด ” เชื่อมสายใย เชื่อมใจแห่งรัก และเติบโตไปพร้อมกัน ”  ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ของผู้บริหารและพนักงานทุกท่าน โดยในงาน ประกอบด้วยกิจกรรมสรงน้ำพระและรดน้ำดำหัวผู้บริหาร คุณพัชราภรณ์ เวชวิทยาขลัง ประธานบริษัท กลุ่มบริษัท เอฟ ดี ไอ  เพื่อความเป็นสิริมงคลและสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 ซึ่งกิจกรรมนี้ บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น ความสนุกสนาน โดยทางคุณพัชราภรณ์ เวชวิทยาขลัง ประธานบริษัท กลุ่มบริษัท เอฟ ดี ไอ  โดยผู้บริหารได้กล่าวอวยพร พนักงานทุกท่าน  และขอถือโอกาสนี้ อวยพรให้ทุกท่าน พันธมิตร บริษัทต่าง ๆ มีความสุขในวันปีใหม่ไทย มีความสุขสดใส เดินทางปลอดภัยตลอดปีตลอดไป กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงการให้ความสำคัญกับ วัฒนธรรมและประเพณีไทย เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความตั้งใจ ในการดำเนินธุรกิจ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กร เพราะพนักงานทุกท่าน ล้วนคือคนสำคัญในองค์กร ที่มีความสำคัญยิ่งในการทำงานเพื่อการเติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคง  FDI Accounting & Advisory ที่ปรึกษาทางธุรกิจอย่างครบวงจร ง่าย ครบ จบ ในที่เดียว ทุกธุรกิจเติบโตได้ ง่ายนิดเดียว! เพียงปรึกษา FDI บริการครบ ให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์เชิงลึกในหลากหลายธุรกิจ ตอบโจทย์ในทุกธุรกิจ ทันสมัย รวดเร็ว บริการทุกท่านด้วยความยินดี เราพร้อมที่จะมอบประสบการณ์และส่งต่อคุณค่าที่ดีที่สุดให้กับทุกท่าน ช่องทางติดต่อ Facebook : FDI Group – Business Consulting Line : @fdigroup Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895 E-mail […]

FDI Group ร่วมสนับสนุนงาน NAC 2025 และร่วมให้คำปรึกษา คนร่วมงานหลายพันคน เน้นย้ำ! มุ่งพัฒนา AI ขับเคลื่อนประเทศไทยที่ยั่งยืน

สวทช. จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กับงาน AI แห่งปี  NAC 2025  ผู้เข้าร่วมชมงานหลายพันคน !  เมื่อวันที่ 26 – 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา สวทช. พร้อมหน่วยงานหลักร่วมกันจัดงาน ประชุมวิชาการ NAC 2025 ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย AI เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน (AI-driven Science and Technology for Sustainable Thailand) ซึ่งเน้นย้ำถึงศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เป็นปัจจัยในการผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย เพราะ AI ไม่เพียงช่วยเร่งการดำเนินงานและการตัดสินใจที่แม่นยำขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานที่สำคัญของนวัตกรรม ซึ่งจะยกระดับความสามารถของประเทศไทยในเวทีโลกได้  มีผู้ที่สนใจในวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้าร่วมชมงานและร่วมสัมมนาในหัวข้อต่าง ๆ อย่างล้นหลาม เต็มอิ่มความรู้ FDI ร่วมให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน  โดยภายในงานตลอดทั้ง 3 วัน FDI Group มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน NAC2025 ซึ่งเราได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ร่วมให้คำปรึกษา แนะนำแนวทาง และหาคำตอบให้ผู้ประกอบการ โดยผู้เชี่ยวชาญ คุณนันทพัชร ณ สงขลา (Business Development Manager ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน) ที่ Advisory Clinic ร่วมออกบูธ ให้คำแนะนำในการวางแผนประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO) และ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP) , การวางแผนคาร์บอนเครดิต,การทำรายงาน ESG และ Maturity Assessment , การวางแผนการทำ BCM – BCP การจัดการรับมือกับความเสี่ยงขององค์กร รวมถึงบริการด้านอื่น ๆ ของเรา พร้อมกิจกรรมอื่น ๆ ที่ช่วยไขข้อสงสัยให้ผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้สนใจได้เป็นอย่างดี กิจกรรมสำคัญภายในงานที่จัดขึ้นได้อย่างน่าสนใจ ที่ปีหน้าคุณต้องมางานนี้ !!  งานประชุมวิชาการ NAC 2025 มุ่งเน้นการนำ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) […]

1 12 13 14 15 16 33