FDI

FDI Group บริษัทรับทํา Visa work permit ในไทย บริการครบวงจรในที่เดียว

มีพนักงานต่างชาติ หรือหุ้นส่วนธุรกิจเป็นต่างชาติ ต้องยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน แต่ทำไม่เป็น ทำอย่างไรดี ?  ไม่ต้องกังวล! เพียงคุณปรึกษาเรา เรามีคำตอบในคำถามที่คุณสงสัยอยู่  สำหรับการทำวีซ่าและใบอนุญาตทำงานในไทยไม่ยากอย่างที่คิด เพียงคุณปรึกษา FDI เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษากับทุกท่านไม่ว่าองค์กร หรือบุคคลทั่วไป เราก็พร้อมให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญในราคาที่เหมาะสม  เราให้บริการในการเป็นตัวแทนยื่นขอวีซ่า และใบอนุญาตทำงานให้กับบริษัทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลทั่วไปหรือสำนักงานตัวแทน  ธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริม BOI , FBL ดำเนินการเปลี่ยนวีซ่าแต่ละประเภทของต่างชาติในไทย ให้คำปรึกษาการจดจัดตั้งบริษัทต่างชาติถือหุ้นข้างมาก บริการงานด้านบัญชีและภาษี รวมถึงบริการด้านอื่นๆ ครบวงจร เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญให้บริการด้วยประสบการณ์ของ FDI ที่มากกว่า 30 ปี การันตีความมั่นใจ ในความถูกต้อง ราบรื่น รวดเร็วด้วยประสบการณ์เชิงลึก ขั้นตอนง่ายๆ ที่ FDI ให้บริการ พูดคุยปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนการดำเนินการ ชำระค่าดำเนินการ โดยแบ่งการชำระเป็น 2 งวดหรือชำระเต็มเพื่อดำเนินการ การนัดหมายจัดส่งเอกสารทุกรายการ เพื่อให้ทางผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบควมถูกต้อง แนะนำการเตรียมเอกสารเพิ่มเติมให้พร้อมก่อนการยื่น นัดหมายเพื่อดำเนินการยื่นวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน โดยผู้เชี่ยวชาญจะทำการนัดลูกค้าเพื่อพาไปยื่นวีซ่าให้เรียบร้อย ผ่านการพิจารณา นัดหมายรับวีซ่า และดำเนินการดูแลต่อจนเสร็จสิ้นกระบวนการ ลูกค้าสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษาได้หลังจากเสร็จสิ้น กรณีต้องการสอบถามเพิ่มเติม  ข้อดีของการใช้ตัวแทนในการยื่น Visa & Work Permit  การยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (Visa & Work Permit) ในประเทศไทย เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและมีกฎหมาย ระเบียบ และเอกสารที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การใช้ตัวแทนหรือที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยง ลดขั้นตอนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วด้วยความถูกต้องได้เป็นอย่างดี ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น  1. ลดความผิดพลาดด้านเอกสารและขั้นตอน ตัวแทนมีความเชี่ยวชาญในข้อกำหนดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงสามารถจัดเตรียมเอกสารได้ครบถ้วน ถูกต้อง ลดโอกาสเอกสารถูกตีกลับหรือถูกปฏิเสธคำขอ 2. ประหยัดเวลาและลดภาระของนายจ้างและชาวต่างชาติ การยื่น Visa & Work Permit ต้องใช้เวลาในการติดต่อหลายหน่วยงาน ตัวแทนจะช่วยดูแลขั้นตอนทั้งหมด ทำให้นายจ้างและชาวต่างชาติสามารถโฟกัสกับการทำงานและการดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มที่ 3. เข้าใจกฎหมายและเงื่อนไขที่ซับซ้อน กฎหมายแรงงานและคนเข้าเมืองของไทยมีรายละเอียด รวมถึงข้อกฏหมายที่ระบุไว้ ตัวแทนที่มีประสบการณ์จะให้คำแนะนำที่ถูกต้องได้ครบถ้วนมากขึ้น เช่น สัดส่วนทุนจดทะเบียน จำนวนพนักงานไทยที่ต้องมีต่อ หรือเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละประเภทวีซ่า 4. วางแผนการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานได้อย่างเหมาะสม ตัวแทนสามารถช่วยวางแผนล่วงหน้า เช่น การต่ออายุวีซ่า การขอเปลี่ยนประเภทวีซ่า หรือการยื่น Work […]

เพิ่มความมั่งคั่งด้วยกลยุทธ์ ESG ที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม โดยที่ปรึกษาโครงการ ESG

เพราะความท้าทายของธุรกิจในโลกยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงแค่คู่แข่งในตลาดเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ความท้าทายด้านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG : Environmental, Social, Governance) ก็ถือว่าเป็นความท้าทายที่เป็นประเด็นสำคัญของธุรกิจเช่นกัน ที่จะทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ วัดผลได้จริง ? จากเดิมที่ ESG อาจจะเป็นเพียงปัจจัยเสริมให้ธุรกิจ แต่ในตอนนี้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ส่งผลต่อการอยู่รอด เติบโตของธุรกิจด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ FDI Group ในฐานะที่ปรึกษาธุรกิจแบบครบวงจร จึงมีความมุ่งมั่นในการให้คำปรึกษากับทุกธุรกิจที่ต้องการขับเคลื่อนกลยุทธ์ เพื่อให้องค์กรของคุณบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและสร้างผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติอย่างมีประสิทธิภาพ   FDI Group ที่ปรึกษาที่จะช่วยให้องค์กรของคุณ สร้างความได้เปรียบด้วยกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมายได้อย่างแท้จริง “ ESG ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อตอบโจทย์โลก  แต่เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้ธุรกิจของคุณอย่างยั่งยืน ” ESG คืออะไร ?  ESG (Environmental, Social, Governance) คือ กรอบการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนที่เชื่อมโยง ผลลัพธ์ทางสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้ากับประสิทธิภาพและมูลค่าทางธุรกิจ โดยบริการที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนของ FDI จะช่วยให้องค์กรพัฒนา วางแผนแนวทาง ESG อย่างครบวงจรด้วยคำแนะนำจากทีมผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์เชิงลึก ด้วยมาตรฐานสากลในการให้คำปรึกษา นำหน้าคู่แข่ง เพิ่มความได้เปรียบ ด้วยโครงการ ESG โครงการ ESG (Environmental, Social, Governance) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กร “นำหน้าคู่แข่ง” และสร้างความได้เปรียบอย่างยั่งยืนในระยะยาว เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ ธุรกิจที่มีโครงการ ESG ชัดเจน โปร่งใส และวัดผลได้ จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนและโอกาสทางธุรกิจได้มากกว่า สร้างความแตกต่างและคุณค่าให้กับแบรนด์ ESG ช่วยยกระดับภาพลักษณ์องค์กร มอบคุณค่า ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว การจัดการพลังงาน ทรัพยากร และของเสียอย่างเป็นระบบ เช่น การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อให้ทราบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อหาแนวทางการลด ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้ดีมากขึ้น เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว ESG เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการนำเอากลยุทธ์ของธุรกิจ ผสานกับ ESG ต่อยอดให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติเพิ่มมากขึ้น   ทำไมองค์กรชั้นนำไว้วางใจให้ FDI เป็นที่ปรึกษา FDI ได้รับความไว้วางใจจากองค์กร ชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มไฟฟ้าและพลังงาน,กลุ่มเทคโนโลยี ,กลุ่มธุรกิจบริการ, สินค้าอุปโภคและบริโภค , อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ในการให้คำปรึกษาด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก และพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน   จุดเด่นและความแตกต่างที่คุณต้องเลือกเรา  […]

ทางเลือกใหม่! สำหรับวางแผนภาษี กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน ESG ลดหย่อนภาษี

สำหรับการวางแผนการออมและการวางแผนภาษี เป็นเรื่องที่คนทำงานมีรายได้ล้วนแล้วแต่ต้องศึกษา และวางแผนเพื่อยื่นภาษีในทุกปี อย่างที่เราคุ้นเคยก็อย่างเช่น การออมและการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) , กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ,  กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) , กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งมีวงเงินลดหย่อนรวมกันไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท  แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนให้มีการลงทุนเพิ่มเติมที่เป็นนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ที่ออกโดยธุรกิจไทยที่มีการดำเนินการโดยคำนึงถึงหลัก Thai ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล) โดยความน่าสนใจของกองทุนนี้คือ ผู้ลงทุนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้แต่ไม่เกิน 300,000 บาท และมีเงื่อนไขการถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี แบบวันชนวัน จากเดิมลดหย่อนสูงสุดได้ไม่เกิน 100,000 บาท และต้องถือครองไม่น้อยกว่า 8 ปี ทั้งนี้ในไทยไม่ได้มีเพียงแต่ Thai ESG เท่านั้น แต่ยังมี Thai ESGX โดยในบทความนี้ เราจะมาเจาะข้อมูลเกี่ยวกับ กองทุน  Thai ESG กันค่ะ  กองทุน Thai ESG คืออะไร ?  สำหรับ Thai ESG หรือ Thailand ESG Fund คือ กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เป็นนโยบายการลงทุนของ Thai ESG กำหนดให้สามารถลงทุนในหุ้นไทยและตราสารหนี้ไทย ที่ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน ตามหลัก ESG ซึ่งประกอบด้วยมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) ​และบรรษัทภิบาล (Governance) อาทิ หุ้นไทยยั่งยืน SET ESG Ratings หรือตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน ESG Bond ซึ่งกองทุนนี้มีสิทธิพิเศษให้ผู้ลงทุน สามารถนำเงินลงทุนมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งเหมือนกันกับการลงทุนใน RMF, SSF, SSFX หรือ LTF  โดยที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้มีการจัดทำดัชนีหุ้นยั่งยืนที่เรียกว่า SET ESG Ratings สำหรับประเมินการดำเนินงานด้าน […]

จดบริษัทเอง Vs จ้างจดบริษัท สำหรับต่างชาติทำธุรกิจในไทยแบบไหนตอบโจทย์ ?

หากคุณกำลังทำธุรกิจและมีแผนที่จะจดทะเบียนบริษัท รวมถึงขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจในไทย หรือเป็นการร่วมทุนกับต่างชาติ พอเข้ามาศึกษารายละเอียดแล้ว อาจจะเกิดการตั้งคำถามว่า “ควรจดบริษัทเองดี หรือควรจ้างที่ปรึกษาจดบริษัทให้ ?” ในบทความนี้ จะช่วยให้คุณเข้าใจในข้อมูลที่ต้องดำเนินการต่อ พร้อมคำตอบที่ช่วยตอบข้อสงสัยได้ว่า “ควรจัดตั้งบริษัทด้วยตัวเอง หรือควรใช้บริการผู้เชี่ยวชาญด้านจดทะเบียนอย่าง FDI Group ?” การตั้งบริษัทในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติสามารถทำได้ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Act – FBA) ซึ่งกำหนดประเภทกิจการและสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติที่อนุญาตไว้ชัดเจน หลักการพื้นฐานที่ต้องรู้ ชาวต่างชาติที่ถือหุ้น เกิน 49% หรือถือหุ้นข้างมากกว่าคนไทย จะถือว่าเป็น “บริษัทต่างชาติ” ภายใต้ FBA  ธุรกิจบางประเภทจะถูกจำกัดหรือห้ามไม่ให้ชาวต่างชาติดำเนินการ หากต้องการทำธุรกิจในหมวดที่ถูกจำกัด จะต้องยื่นขอ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) เพื่อให้ได้รับอนุญาตในการดำเนินธุรกิจตามกฎหมาย ซึ่งจะเงื่อนไขภายใต้ข้อกำหนดทางกฏหมายแตกต่างจากการจดทะเบียนนิติบุคคลไทยปกติ  อ่านต่อ : ต่างชาติจะทำธุรกิจในไทย ต้องรู้ Foreign Business Act คืออะไร ? อ่านต่อ : วิธีจดบริษัท สำหรับชาวต่างชาติ! ไม่ยากอย่างที่คิด ไขข้อสงสัย จดบริษัทด้วยตัวเอง  กับ ใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญ แบบไหนที่ตอบโจทย์  ข้อดีของการจดบริษัทเอง สามารถควบคุมกระบวนการได้เต็มที่ เริ่มตั้งแต่เลือกชื่อบริษัท การดำเนินการติดต่อเอกสารทั้งหมด  เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้อง และยื่นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วยตนเอง ลดค่าใช้จ่ายในบริการที่สามารถควบ  เหมาะกับผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายไทยหรือมีทีมภายในรองรับการดำเนินการทั้งหมด ได้เรียนรู้เรื่องการดำเนินธุรกิจในไทยด้วยตนเอง ข้อจำกัดและควรระวังหากดำเนินการเอง ต้องศึกษารายละเอียด เอกสาร รวมถึงข้อมูลทั้งหมด ต้องเตรียมและยื่นเอกสารให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น แบบคำขอ บอจ.1–บอจ.5 และรายละเอียดผู้ถือหุ้นทั้งไทยและต่างชาติ ต้องเข้าใจกฎหมาย FBA และข้อจำกัดต่าง ๆ ด้วยตนเอง หากถือหุ้นต่างชาติเกิน 49 % อาจต้องขอใบอนุญาต (FBL) หรือการยื่่นขอ BOI ซึ่งจะมีเอกสารจำนวนมากและเงื่อนไขที่ซับซ้อน หากเอกสารผิดพลาดหรือขาดการจัดเตรียมอย่างเหมาะสม อาจถูกปฏิเสธหรือถูกเรียกกลับปรับแก้ซ้อนหลายครั้ง   หากจ้างผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำในการจดทะเบียนจะดีอย่างไร ?  ข้อดีของการใช้บริการที่ปรึกษา ความเชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายและข้อจำกัด FBAผู้เชี่ยวชาญสามารถประเมินได้ตั้งแต่แรกว่าธุรกิจของคุณอยู่ในประเภทที่อนุญาตหรือจำเป็นต้องขอใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจในไทย ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดด้านเอกสารและกฎระเบียบการจัดเตรียมเอกสารผิดพลาด อาจทำให้ต้องแก้หลายรอบ หรือล่าช้าจนส่งผลต่อแผนธุรกิจ การจัดการเรื่องทุนจดทะเบียนและสัดส่วนผู้ถือหุ้นผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยวางโครงสร้างหุ้นให้สอดคล้องกับกฎหมาย และเสนอแนวทางที่จะลดข้อจำกัดด้านการถือหุ้นของต่างชาติ เราให้บริการในทุกขั้นตอนแบบครบวงจรในที่เดียว รวมตั้งแต่การจองชื่อบริษัท การจัดทำเอกสาร การยื่นจดทะเบียน การขอ […]

รายงานความยั่งยืน คืออะไร ? องค์ประกอบที่สำคัญของรายงานมีอะไรบ้าง

รายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) หรือ SD Report ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่องค์กรใช้เปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสะท้อนผลกระทบในมิติทั้งทางบวกและทางลบ จากการดำเนินงานขององค์กรต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลาดหลักทรัพย์ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับข้อมูลด้านความยั่งยืน โดยกล่าวว่า ข้อมูลด้านความยั่งยืน (Sustainability information) เป็นข้อมูลที่แสดงถึงนโยบาย ผลกระทบ และผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของธุรกิจ ภายใต้ระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี หรือข้อมูล ESG ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนและผู้ใช้ข้อมูลได้เห็นถึงมุมมอง การดำเนินธุรกิจในมิติที่กว้างกว่าข้อมูลทางการเงิน จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อองค์กรทั้งในด้านความสามารถในการจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส มีศักยภาพในการแข่งขัน และการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว สำหรับการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน ที่มีความครบถ้วน ถูกต้อง มีความโปร่งใส จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดความสนใจของผู้ลงทุน รวมถึงข้อมูลด้านการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environmental, Social and Governance หรือ ESG)  ก็เป็นอีกข้อมูลที่สำคัญ ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนในยุคปัจจุบัน ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าธุรกิจมีความซับซ้อนในหลายมิติมากขึ้น ซึ่งการรายงานที่ครบถ้วนและมีความโปร่งใส จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสียเล็งเห็นถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจในระยะยาวได้อีกด้วย  สำหรับแนวทางการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนนั้น บริษัทควรมีการดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลด้านความยั่งยืนผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น รายงานประจำปี รายงานความยั่งยืน หรือเว็บไซต์ ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการตัดสินใจลงทุน รวมถึงประโยชน์ในด้านอื่น ๆ  รายงานความยั่งยืน คืออะไร ?  คือ รายงานที่องค์กรใช้ในการเปิดเผย “ผลของภาพรวมของการดำเนินธุรกิจทั้งมิติด้านบวกและลบ จากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของธุรกิจ ภายใต้ระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี หรือ ESG สิ่งแวดล้อม (Environment), สังคม (Social) และ ธรรมาภิบาล (Governance) เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ผู้ลงทุน ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และสังคม ได้เห็นว่าองค์กรดำเนินธุรกิจในมิติที่กว้างกว่าข้อมูลทางการเงิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านความสามารถในการจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว  หลักการที่สำคัญในการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน  บริษัทควรเปิดเผยข้อมูลในประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนในห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ ให้กระชับ ตรงประเด็น และมีความถูกต้องเป็นจริง รวมถึงทันเหตุการณ์ โดยเปิดเผยผลการดำเนินงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง  ข้อมูลที่มีการเปิดเผยผลการดำเนินงานนั้น มีการกำหนดตัวชี้วัดเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทราบถึงผลารดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสามารถใช้ข้อมูลในการเปรียบเทียบกับธุรกิจอื่น ๆ ได้  ข้อมูลที่มีการเปิดเผยนั้นต้องมีความน่าเชื่อถือ นำเสนอทั้งในเชิงบวกและลบ เพื่อให้ผู้ใช้ข้อมูลเกิดความเชื่อมั่นและไว้วางใจได้  องค์ประกอบที่สำคัญในรายงานความยั่งยืน  ส่วนที่ 1 : […]

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมวิธีใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2569

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้มีรายได้ในประเทศไทย ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการรายย่อย หรือผู้มีรายได้หลายทาง ปกติจะมีการยื่นแบบแสดงรายการปีละ 1 ครั้ง (ยื่นแบบในช่วงวันที่ 1 มกราคม ถึงภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป) และสำหรับผู้มีรายได้จากบางประเภท เช่น ธุรกิจ เช่าทรัพย์สิน (ประเภท 5 – 8) จะต้องยื่นรายได้ครึ่งปีสำหรับรายได้ระหว่าง 1 มกราคม – 30 มิถุนายน ภายในช่วง 1 กรกฏาคม – 30 กันยายน ของปีนั้น ทั้งนี้ควรตรวจสอบทุกปีอีกครั้งหากมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ จากทางกรมสรรพากร โดยการเข้าใจ “วิธีคำนวณภาษี” และ “การใช้สิทธิ์ลดหย่อนอย่างถูกต้อง” จะช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถวางแผนการเงินได้ดีขึ้น สามารถทราบถึงการลดหย่อนภาษีอย่างถูกกฎหมาย และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการยื่นภาษีผิดพลาดได้  โดยในบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมอธิบาย สิทธิ์ลดหย่อนภาษี เพื่อเป็นแนวทางในการทำความเข้าใจสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทข้อมูลการยื่นภาษีในปี 2569 นี้    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คืออะไร และใครบ้างที่ต้องเสียภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจาก “รายได้” ของบุคคลธรรมดาที่เกิดขึ้นในรอบปีภาษี ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าบริการ อาชีพอิสระ ค่าเช่า ดอกเบี้ย หรือรายได้อื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ในประเทศไทยโดยเกณฑ์รายได้ถึงฐานที่ต้องเสียภาษี  ผู้มีรายได้จากต่างประเทศและนำเงินเข้ามาในประเทศไทยตามเงื่อนไข ชาวต่างชาติที่มีเงินได้จากการทำงานหรือกิจกรรมในไทย (ในบางกรณี)โดยหลักเกณฑ์การจัดเก็บและอัตราภาษีอยู่ภายใต้ประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากร  เงินได้ที่ต้องเสียภาษี มีอะไรบ้าง ? สำหรับเงินได้ที่ต้องเสียภาษี คือ เงินได้หรือรายได้ที่เราได้รับจากการทำงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส บำนาญ เป็นต้น ขั้นตอนและวิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ขั้นตอนที่ 1 : รวบรวมข้อมูล “เงินได้ทั้งหมด” ตลอดปีภาษี ขั้นตอนแรกของการคำนวณภาษี คือการรวบรวมเงินได้พึงประเมิน ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปีภาษี เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าจ้าง ค่าบริการจากการรับจ้างหรืออาชีพอิสระ รายได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน รายได้จากธุรกิจส่วนตัว ยอดรวมนี้เรียกว่า “เงินได้ทั้งหมด” […]

Digital Nomad Thailand คืออะไร วีซ่าไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “Digital Nomad Thailand” กลายเป็นคำค้นหายอดนิยมในหมู่คนทำงานออนไลน์จากทั่วโลก ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นสวรรค์ของสาย Remote Work เพราะค่าครองชีพสมเหตุสมผล อินเทอร์เน็ตดี อาหารอร่อย เมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แถมยังมีเที่ยวบินเชื่อมต่อไปหลายประเทศในเอเชียได้ง่ายอีกด้วย แต่สิ่งที่หลายคนกังวลคือ “ถ้าจะมาเป็น Digital Nomad ในไทย ต้องใช้วีซ่าอะไร ถึงจะถูกกฎหมายและอยู่ได้ยาวๆ ?” บทความนี้จะพาไปรู้จักวีซ่าหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมข้อควรรู้สำคัญสำหรับคนสนใจเรื่องวีซ่าในไทย “Digital Nomad” คือใคร Digital Nomad คือบุคคลที่ทำงานออนไลน์จากที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีสำนักงานประจำ ใช้เทคโนโลยี เช่น อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน มีไลฟ์สไตล์แบบเคลื่อนที่ เปลี่ยนเมืองหรือประเทศตามความต้องการ รายได้ส่วนใหญ่มาจากงานออนไลน์หรือบริษัทต่างประเทศ เหมาะกับยุค Remote Work ที่เปิดโอกาสให้ทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน ยกตัวอย่างอาชีพที่มักใช้คำว่า Digital Nomad เช่น โปรแกรมเมอร์ / Developer , นักการตลาดออนไลน์ / Digital Marketer , นักเขียนอิสระ / Copywriter / Blogger , UX/UI Designer , พนักงานบริษัทต่างประเทศที่ทำงานแบบ Remote 100% เป็นต้น  หลายประเทศทั่วโลกเริ่มออก “digital nomad visa” เพื่อดึงดูดคนกลุ่มนี้ เช่น มอลตา, โปรตุเกส, คอสตาริกา ฯลฯ ซึ่งมักกำหนดให้ผู้ขอวีซ่าต้องมีรายได้จากต่างประเทศ มีประกันสุขภาพ และไม่ไปแย่งงานคนท้องถิ่น โดยในประเทศไทยเองก็มีการดึงดูดคนกลุ่มนี้ โดยไม่ได้ใช้ชื่อว่า “Digital Nomad Visa” ตรงๆ แต่มีวีซ่าหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานรีโมตและผู้มีรายได้จากต่างประเทศ  ถ้าหาก Digital Nomad  ต้องการมาใช้ชีวิตในไทย วีซ่าใดบ้างที่ตอบโจทย์ ? ปัจจุบัน หากพูดถึง Digital Nomad Thailand วีซ่าที่เกี่ยวข้องหลักๆ คือ Destination Thailand Visa (DTV) – วีซ่าใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อDigital Nomad /Remote ork/ฟรีแลนซ์และกิจกรรม […]

บริษัทเครือ “เอฟ ดี ไอ” จัดโครงการปั้นพันธุ์กล้า อาสาปลูก ผนึกกำลังทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มกำลัง !

หากจุดเริ่มต้นของต้นไม้คือผืนดิน จุดเริ่มต้นของความยั่งยืนที่แท้จริงก็คือมนุษย์ เพราะเราตระหนักดีว่าการทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบขององค์กรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหัวใจของวิสัยทัศน์ที่กลุ่มบริษัท เอฟ ดี ไอ ยึดถือมาโดยตลอด เรามุ่งพัฒนาส่งเสริมด้านการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมดให้เกิดการเชื่อมโยงคุณค่าได้อย่างสมดุล “เอฟ ดี ไอ ผนึกกำลังมุ่งมั่นทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม”  ซึ่งในปีนี้ “โครงการปั้นพันธุ์กล้า อาสาปลูก” โดย FDI A&A ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เอฟ ดี ไอ ได้จัดกิจกรรมขึ้น ณ วนอุทยานเขานางพันธุรัต และโครงการฯ เขานางพันธุรัต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี โดยได้ร่วมกันเรียนรู้ระบบนิเวศของผืนป่า การฟื้นฟู การปลูกป่าด้วยการยิงกระสุนพันธุ์ไม้ โดยทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนแล้วแต่เสริมพลังสีเขียวให้เรา FDI A&A ที่ต้องเร่งมือในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อขับเคลื่อนโลกสีเขียวแห่งความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในเร็ววัน การทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงเจตนารมย์ที่สำคัญยิ่งของบริษัท ที่มีความมุ่งมั่นในการร่วมเป็นส่วนสำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจกตามแนวทางนโยบาย Net Zero ที่ต้องการให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้เกิดขึ้นในเร็ววัน อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการปกป้องผืนป่า พื้นที่สีเขียว สร้างและกระตุ้นจิดตสำนึกที่ดี ชวนทุกคนร่วมมือกันในการอนุรักษ์ทรัพยากร เข้าใจและเห็นถึงคุณค่าของป่าไม้ น้ำ ดินและอากาศ ที่เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้  แล้วเราจะร่วมกันดูแลผืนป่าและต้นไม้ได้อย่างไร ?  สนับสนุนกิจกรรมและสินค้าที่เป็นมิตรกับป่าไม้เรียนรู้และส่งต่อความรู้เรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้ช่วยกันสร้างพื้นที่สีเขียว อนุรักษ์ป่าไม้ ไม่เผาป่า ไม่เผาขยะ และช่วยแจ้งเตือนเมื่อพบการลักลอบตัดไม้การใช้กระดาษ และเลือกใช้กระดาษอย่างรู้คุณค่า เลือกผลิตภัณฑ์กระดาษที่มาจากป่าไม้ปลูกทดแทน (FSC) เพื่อลดการตัดไม้จากป่าธรรมชาติ ขอเชิญชวนมาร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ปกป้องและฟื้นฟูป่าพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์ให้แก่ทุกชีวิตบนโลกนี้อย่างยั่งยืนไปด้วยกันนะคะ เรายืนหยัด ยึดมั่น ด้วยการเป็นองค์กรที่สนับสนุนด้านสังคม (Social) สิ่งแวดล้อม (Environmental) และด้านธรรมมาภิบาล (Governance) ในการดำเนินธุรกิจ ที่เราให้ความสำคัญในการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมาและตลอดไป ช่องทางติดต่อ Facebook : FDI Group – Business Consulting Line : @fdigroup Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895 E-mail : infojob@fdi.co.th Website : www.fdi.co.th

เทคนิคบริหารภาษี SME ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลและสิทธิประโยชน์ที่ควรรู้!

ผู้ประกอบการ SME ควรใส่ใจและจำเป็นที่จะต้องมีความรู้เรื่องภาษี เพราะภาษีมีผลโดยตรงต่อกำไรของธุรกิจ การเข้าใจภาษีจะช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมป้องกันความเสี่ยงด้านกฎหมายและค่าปรับที่อาจเกิดจากการยื่นภาษีผิดหรือยื่นล่าช้า นอกจากนี้ยังช่วยให้บริหารกระแสเงินสดได้แม่นยำ เพราะรู้รอบภาษีและภาระที่ต้องชำระล่วงหน้า SME ยังมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีหลายอย่างที่ช่วยลดต้นทุน เช่น หักค่าใช้จ่าย 2–3 เท่า หรืออัตราภาษีพิเศษ หากไม่เข้าใจอาจพลาดสิทธิสำคัญไปโดยไม่รู้ตัว การทำบัญชีและภาษีอย่างถูกต้องยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ โดยเฉพาะเวลาขอสินเชื่อหรือทำสัญญากับคู่ค้า ข้อมูลภาษีที่จัดระบบดีจะช่วยให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์ยอดขาย ต้นทุน และกำไรได้แม่นยำยิ่งขึ้น ส่งผลต่อการวางกลยุทธ์และการเติบโตในระยะยาวอย่างมั่นคงและยั่งยืน  โดยในบทความนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวางระบบบัญชีและภาษีนิติบุคคล อย่าง FDI A&A เราจะพาผู้ประกอบการไปดูกันว่า ภาษี SME ต้องดำเนินการอย่างไร สามารถวางแผนเพื่อลดหย่อนตรงส่วนใดได้บ้าง ถ้าพร้อมเเล้วสามารถติดตามได้ในบทความนี้ ธุรกิจ SME ต้องดำเนินการเสียภาษีอย่างไร ?  สำหรับการทำธุรกิจไม่ว่าจะทำธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ หากมีรายได้เกิดขึ้นหรือรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี ก็ต้องดำเนินการตามกฏหมายกำหนด ซึ่งจะมีการเสียภาษีและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกันไป โดยมีประเภทภาษีที่ต้องชำระหลักๆ ที่ต้องรู้ 4 ประเภท ได้แก่ 1.ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ ภาษีตามกฎหมายประมวลรัษฎากร ที่จัดเก็บจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล   ดังนั้น ใครที่จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้ว มีหน้าที่ต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลจากผลกำไรเป็นประจำทุกปี   2.ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax) หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “VAT” คือ ภาษีที่จัดเก็บจากการขายสินค้า หรือการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศ หรือสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ   โดยผู้ประกอบการที่มียอดขายมากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ขอจดทะเบียน VAT อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มคือร้อยละ 7 จากยอดมูลค่าสินค้าและบริการ ซึ่งประกอบด้วย ภาษีขายคือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้จดทะเบียน VAT เรียกเก็บเงินจากผู้ซื้อในการขายสินค้าและบริการเป็นภาษีที่ต้องนำส่งกรณีขายมากกว่าซื้อ ภาษีซื้อคือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการต้องชำระให้ผู้ขายในการซื้อสินค้า เป็นภาษีที่ขอคืนได้ถ้าน้อยกว่าภาษีขายในรอบนั้น โดยผู้ประกอบการจะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อ  แล้วนำส่งให้กับกรมสรรพากร    3.ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย หรือ WHT (Withholding Tax) คือ การเสียภาษีรูปแบบหนึ่งที่มีการจัดเก็บล่วงหน้า ที่กำหนดให้ ”ผู้จ่ายเงิน” ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือบริษัท มีหน้าที่ หักเงินส่วนหนึ่ง ไว้ก่อนที่จะจ่ายเงินให้แก่ ”ผู้รับเงิน” […]

ตัวอย่าง ESG ของบริษัทไทยที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนและการดำเนินธุรกิจในอนาคต

ในยุคที่โลกเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และผู้คนในสังคมที่สูงขึ้น องค์กรธุรกิจไม่อาจดำเนินงานเพียงเพื่อผลกำไรเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป การบริหารจัดการภายใต้กรอบดำเนินการในด้าน ESG (Environmental, Social, Governance) หรือ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนความรับผิดชอบและความโปร่งใสขององค์กร รวมทั้งเป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต ในบทความนี้ FDI ได้รวบรวม ตัวอย่าง ESG ของบริษัทชั้นนำในประเทศไทยที่ดำเนินกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ทั้งนี้ยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ โดยการนำหลัก ESG มาใช้ในธุรกิจ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนได้ดีมากยิ่งขึ้น ทำไมองค์กรธุรกิจต้องให้ความสำคัญด้าน ESG ESG คือกรอบแนวทางในการบริหารความยั่งยืนขององค์กร ครอบคลุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การดูแลสังคม และธรรมาภิบาลที่ดี การเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของ แบบ 56-1 One Report ของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งบังคับใช้กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยตรง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส ครบถ้วน และสามารถประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังสนับสนุนให้องค์กรจัดทำรายงานความยั่งยืน และกำหนดแนวทางเสริมสร้างคุณภาพการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนผ่านคู่มือ SET Sustainability Reporting Guide เพื่อยกระดับมาตรฐาน ESG ในภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่าง ESG ของบริษัทในไทยที่ประสบความสำเร็จด้านความยั่งยืน 1) PTT Global Chemical (PTTGC) : ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและ Net Zero PTT Global Chemical (PTTGC) เป็นหนึ่งในองค์กรไทยที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน โดยมีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงมีการจัดทำรายงานความยั่งยืนประจำปีอย่างเป็นระบบ ซึ่งสะท้อนผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการ ESG ได้อย่างดีเยี่ยม ในรายงานความยั่งยืนพบว่า PTTGC ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อย GHG และเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน รวมถึงมีโครงการด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก ส่งผลให้องค์กรได้รับการประเมินในระดับดีเยี่ยมจากหลายสถาบันด้านความยั่งยืนในระดับสากล PTTGC จึงเป็นตัวอย่าง ESG ที่ชัดเจนขององค์กรไทยที่ผสานความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจอย่างกลมกลืนและมีผลลัพธ์จับต้องได้   2) SCG / SCGP : ผู้นำด้าน Circular Economy และนวัตกรรมเพื่อสังคม SCG ถือเป็นบริษัทไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกด้าน ESG โดยถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศไทย และได้รับการประเมินว่าเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเข้มแข็ง […]

1 2 3 4 5 32