การลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) คืออะไร เป็นก้าวสำคัญสู่ Net Zero จริงหรือ ?

การลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) คืออะไร เป็นก้าวสำคัญสู่ Net Zero จริงหรือ ?

ในปี 2026 หลายองค์กรเริ่มตระหนักตรงกันว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่เป็นเรื่อง การลดต้นทุน การลดความเสี่ยง และการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อคุมอุณหภูมิโลกตามเป้าหมายความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่มุ่งสู่ “สมดุลระหว่างการปล่อยและการดูดกลับ” ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษนี้

ทำไมการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) ถึงสำคัญในยุคนี้ ?

การปล่อยคาร์บอนที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นหนึ่งในตัวการหลักที่ขับเคลื่อน ภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบเชิงภูมิอากาศที่รุนแรง เช่น อุณหภูมิสูงขึ้น การละลายของแผ่นน้ำแข็ง การเกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง และผลกระทบต่อระบบนิเวศทั่วโลก จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นในด้านของ 

  • ลดความเสี่ยงก่อนเกิดผลกระทบรุนแรงของสภาพภูมิอากาศ
  • เป็นการปกป้องสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
  • เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ให้เกิดขึ้นได้จริงตามเป้าหมายของนานาชาติและแต่ละประเทศที่มีเป้าหมาย นโยบายร่วมกันเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งต้องอาศัยการลดจริงอย่างรวดเร็วและลึก โดยเฉพาะในระบบพลังงาน
  • ปัจจัยในด้านมาตรการและกฏหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น เช่น EU-CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) และร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

dataKasikorn Bank (KBank) ได้มีการสนับสนุน เชิญชวนกลุ่มธุรกิจเร่งปรับตัว เพื่อคว้าโอกาสใหม่ในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยการมีสินเชื่อเพื่อการลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านความยั่งยืน หรือสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านเพื่อเร่งสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Paris Agreement  นอกจากนี้ยังมีบริการให้ความรู้แบบครบวงจรในด้าน Net Zero สนับสนุนองค์ความรู้ งานวิจัย ความร่วมมือระหว่างองค์กร ภาครัฐ และเอกชน เพื่อพัฒนา Climate Ecosystem ของประเทศไทยสู่ความยั่งยืน 

การลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) คืออะไร ? 

Decarbonization คือ กระบวนการที่ประเทศ บุคคล หน่วยงานหรือองค์กรใดก็ตาม ที่มีการมุ่งเป้าเพื่อบรรลุการกำจัดคาร์บอนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลจนเหลือศูนย์สำหรับภาคพลังงาน กล่าวคือ การลดการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยพลังงานไฟฟ้าที่สร้างขึ้น เพื่อลดความเข้มข้นของคาร์บอน โดยใช้การปรับปรุงกลยุทธ์มาใช้ เช่น ระบบการค้าคาร์บอน การดักจับคาร์บอน และการลงทุนในเทคโนโลยีและแหล่งพลังงานที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ

 

ทำไมองค์กรต้องมีการวางกลยุทธ์ขององค์กร (Decarbonization Strategy) ด้วย 4 เหตุผลแนวคิดหลัก 

1. การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม

รัฐบาลและองค์กรระหว่างประเทศกำลังออกนโยบายและมาตรการด้านคาร์บอนเพิ่มขึ้น เช่น

  • Carbon Tax มาตรการจัดเก็บภาษีคาร์บอนที่ดำเนินการอย่างจริงจัง 
  • Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM)
  • การรายงาน ESG และ Carbon Disclosure ของธุรกิจ 

องค์กรที่ไม่เตรียมตัวอาจต้องเผชิญต้นทุนเพิ่มขึ้นและเสียเปรียบในตลาดโลก

2. นักลงทุนให้ความสำคัญกับ ESG

ปัจจุบันนักลงทุนและสถาบันการเงินเริ่มพิจารณาประเด็นด้าน Environmental, Social, Governance (ESG) มากขึ้น โดยบริษัทที่มีแผนลดคาร์บอนที่ชัดเจนมักได้รับความเชื่อมั่นและโอกาสในการลงทุนมากกว่า

3. ความคาดหวังของผู้บริโภค

ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การดำเนินธุรกิจแบบคาร์บอนต่ำ จึงเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กร และสร้างความไว้วางใจในแบรนด์ตราสินค้ามากยิ่งขึ้น 

4. ความคาดหวังของผู้บริโภค

ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การดำเนินธุรกิจแบบคาร์บอนต่ำ จึงมักเลือกสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อโลกน้อยที่สุด เสมือนได้มีส่วนร่วมในการช่วยโลกในอีกรูปแบบ 

 

ขั้นตอนการวาง Decarbonization Strategy เบื้องต้นสำหรับองค์กร

1.การวัดและประเมิน Carbon Footprint 

โดยการคำนวณการปล่อยคาร์บอนขององค์กร เพื่อทราบแหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการวัดข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถระบุจุดที่ปล่อยคาร์บอนมากที่สุดและการกำหนดแผนลดคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง ามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรและผลิตภัณฑ์ได้ในตอนนี้ คลิก!

2.การกำหนดเป้าหมายการลดคาร์บอน

หลังจากทราบระดับการปล่อยคาร์บอน องค์กรควรกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน เช่น ลดการปล่อยคาร์บอน 20% ภายในปี 2030 โดยที่องค์กรชั้นนำหลายแห่งใช้แนวทาง Science-Based Targets (SBT) เพื่อให้เป้าหมายสอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ

3.การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน 

โดยปรับการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการลดคาร์บอน เช่น การใช้เครื่องดักจับคาร์บอนในแต่ละเครื่องจักร หรือการใช้เครื่องจักรประหยัดพลังงาน เป็นต้น 

4.การใช้พลังงานหมุนเวียน

หนึ่งในกลยุทธ์หลักของ Decarbonization คือการเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ , พลังงานลม , พลังงานลม

5.พลังงานชีวมวล

โดยการปรับปรุงกระบวนการผลิต เช่น การใช้วัสดุคาร์บอนต่ำ , การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร

6.การจัดการคาร์บอนในซัพพลายเชน

ด้วยการขอข้อมูล และการดำเนินการร่วมกันกับ6. การจัดการคาร์บอนในซัพพลายเชน

7.การชดเชยคาร์บอน (Carbon Offset)

หากองค์กรดำเนินการเพื่อพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้วยังไม่สามารถลดคาร์บอนได้ทั้งหมด อาจใช้การ Carbon Offset เช่น Carbon Offset , โครงการปลูกป่า เพื่อชดเชยคาร์บอนในส่วนที่ยังเหลืออยู่ 

โดยต้องมี Decarbonization Strategy ที่จะเป็นแผนกลยุทธ์ที่องค์กรใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทางธุรกิจ โดยครอบคลุมทั้งกระบวนการผลิต การใช้พลังงาน โลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจมีคาร์บอนต่ำลงอย่างต่อเนื่อง

การวางกลยุทธ์ดังกล่าวจะเริ่มจากการวัดปริมาณการปล่อยคาร์บอนขององค์กร จากนั้นกำหนดเป้าหมายการลดคาร์บอน และดำเนินมาตรการต่าง ๆ เช่น

  • การใช้พลังงานหมุนเวียน
  • การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน
  • การปรับกระบวนการผลิต
  • การใช้เทคโนโลยีลดคาร์บอน

โดยการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) จะไม่ใช่เพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ ที่ช่วยให้องค์กรบริหารความเสี่ยงและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว รวมถึงส่งเสริมทางด้านการตลาด และความยั่งยืนอีกด้วย 

ทำไมการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) ถึงสำคัญแบบเร่งด่วนในปี 2026

1.เพราะโลกกำลัง “เร่งลด” แบบที่ชะลอไม่ได้

รายงานของ IPCC ชี้ชัดว่า การจำกัดภาวะโลกร้อนให้ต่ำกว่า 2°C (และยิ่งกว่าในกรณี 1.5°C) จำเป็นต้องอาศัยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจากภาคพลังงาน 

2.เพราะทิศทาง Net Zero ต้องลดจริง ไม่ใช่ชดเชยอย่างเดียว

ด้วยประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายที่จะบรรลุ Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2065 ที่ประกาศนโยบายนี้ไว้อย่างเป็นทางการ และมีการติดตาม การประเมินในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เมื่อประเทศเดินหน้า ภาคธุรกิจย่อมถูกคาดหวังให้ปรับตัวตามเพื่อตอบสนองต่อนโยบายจากภาครัฐ ซึ่งเป็นแรงกระเพื่อมทั้งจากนโยบายและจากตลาด

 

เทคโนโลยีสำคัญใน Decarbonization Strategy

หลายองค์กรเริ่มนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการลดคาร์บอน เช่น

  • Carbon Capture and Storage (CCS)
  • Hydrogen Energy
  • Smart Grid
  • AI สำหรับการจัดการพลังงาน

In summary,  การลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) คือกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้องค์กรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวัด Carbon Footprint การกำหนดเป้าหมายลดคาร์บอน การใช้พลังงานหมุนเวียน ไปจนถึงการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

ในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ องค์กรที่สามารถวางกลยุทธ์ Decarbonization ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Contact Us 

  • Facebook : FDI Group – Business Consulting
  • @fdigroup
  • Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
  • E-mail : infojob@fdi.co.th
  • Website : www.fdi.co.th