รายงานความยั่งยืน คืออะไร? ทำไมธุรกิจยุคใหม่ไม่อาจมองข้าม
ในยุคที่นักลงทุนทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับ ESG (Environmental, Social, Governance) อย่างจริงจัง กันอย่างแพร่หลาย รายงานความยั่งยืน จึงกลายเป็นเอกสารสำคัญที่ไม่ใช่แค่ “ทำเพื่อภาพลักษณ์” ขององค์กร อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้บริษัทสื่อสารคุณค่าระยะยาวต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างโปร่งใสและมีความน่าเชื่อถือเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยในบทความนี้ FDI จะพาคุณไปทำความเข้าใจ รายงานความยั่งยืนอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ความหมาย มาตรฐานที่ควรรู้ วิธีจัดทำ ไปจนถึงข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อให้เป็นคู่มือแนวทาง สำหรับผู้ที่กำลังหาข้อมูลสำหรับจัดทำรายงานความยั่งยืน
รายงานความยั่งยืน คืออะไร ?
รายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) คือ เอกสารที่องค์กรจัดทำขึ้นเพื่อเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ นักลงทุน ลูกค้า พนักงาน หน่วยงานกำกับดูแล และชุมชน ซึ่งจะมีความแตกต่างจากรายงานทางการเงินซึ่งสะท้อนผลลัพธ์ในอดีต รายงานความยั่งยืน เน้นแสดงให้เห็นว่าองค์กรบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสระยะยาวอย่างไร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าและความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว
ทำไมรายงานความยั่งยืนถึงสำคัญมากขึ้นในปี 2026 และต่อจากนี้ ?
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูล ESG อย่างต่อเนื่อง
- การทำ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่ถูกยกระดับเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งองค์กรต้องเชื่อมโยงข้อมูลความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์หลัก โดยเปลี่ยนรูปแบบการรายงานจากแบบเดิม เช่น มาตรฐาน GRI สู่มาตรฐานสากลที่เน้นข้อมูลทางการเงินอย่างชัดเจน เช่น IFRS
- มาตรฐาน ISSB (International Sustainability Standards Board) เริ่มมีผลบังคับในหลายประเทศ
- ผู้ซื้อและซัพพลายเชนระดับโลก โดยเฉพาะจากยุโรป เริ่มกำหนดให้คู่ค้าต้องมีข้อมูล ESG
- นักลงทุนและสถาบันการเงินในปัจจุบันใช้ข้อมูลในรายงานความยั่งยืนเป็นปัจจัยพิจารณาในการประเมินมูลค่าบริษัทและความเสี่ยง บริษัทที่มีรายงานโปร่งใสและมีเป้าหมาย ESG ที่ชัดเจนจะเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและได้เปรียบกว่า
- ค่าเงินทุนและต้นทุนสินเชื่อเริ่มสะท้อน ESG Score ขององค์กร
ซึ่งจากเหตุผลข้างต้นเป็นเพียงปัจจัยส่วนหนึ่งที่เกิดจากทั้งทางภาครัฐและตลาดทุนทำให้การจัดทำรายงานความยั่งยืนมีความสำคัญยิ่งขึ้น
มาตรฐานรายงานความยั่งยืน ที่ควรรู้มีมาตรฐานอะไรที่ควรรู้
1. GRI Standards (Global Reporting Initiative)
เป็นมาตรฐานที่ใช้แพร่หลายที่สุดในโลก เหมาะสำหรับองค์กรและในแต่ละอุตสาหกรรม โดยแบ่งเป็น
- Universal Standards (GRI 1-3) เป็นมาตรฐานพื้นฐานที่ทุกองค์กรต้องใช้ในการรายงานความยั่งยืน ,
- Sector Standards เป็นมาตรฐานเฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม ช่วยให้องค์กรสามารถระบุประเด็นสำคัญและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตน ปัจจุบัน GRI ได้พัฒนา Sector Standards สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ (GR11-14) เช่น น้ำมันและก๊าซ เหมืองแร่ ถ่านหิน การเกษตรและการประมง เป็นต้นและ
- Topic Standards เป็นมาตรฐานที่ให้แนวทางในการรายงานข้อมูลเฉพาะด้าน แบ่งออกเป็น 3 หมวดหลัก ได้แก่ Economic Standards (GRI 200 series) – ด้านเศรษฐกิจ , Environmental Standards (GRI 300 series) – สิ่งแวดล้อม , Social Standards (GRI 400 series) – สังคม
2.TCFD (Task Force on Climate-related Financial Disclosures)
TCFD ย่อมาจาก Task Force on Climate-related Financial Disclosures หรือคณะทำงานด้านการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ โดยที่จุดประสงค์หลัก คือการพัฒนากรอบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศแบบสมัครใจ เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่นักลงทุน บริษัทประกันภัย ผู้ให้กู้ รวมไปถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ โดยมีองค์ประกอบหลักที่ครอบคลุม 4 เสาหลัก ได้แก่ Governance (โครงสร้างและการกำกับดูแล) , Strategy (กลยุทธ์และการวางแผน) , Risk Management (การบริหารความเสี่ยง) และ Metrics & Targets (ตัวชี้วัดและเป้าหมาย) การใช้ประโยชน์จากแหล่งข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้องค์กรสามารถนำมาตรฐาน TCFD ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นส่วนสำคัญที่จะเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย
3. ISSB Standards (IFRS S1 และ S2)
มาตรฐานใหม่ล่าสุดจาก International Sustainability Standards Board มุ่งเชื่อมโยงข้อมูลความยั่งยืนเข้ากับรายงานทางการเงิน ให้เหมาะสำหรับบริษัทที่ต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือในตลาดทุนสากล โดย SET ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า IFRS S1 คือ ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับ ความยั่งยืน (General Requirements for Disclosure of Sustainability-related Financial Information) และ IFRS S2 คือ การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (Climate-related Disclosure) ให้บริษัทนำไปใช้ปฏิบัติโดยมีเป้าหมายให้นักลงทุน นักวิเคราะห์การลงทุน ผู้จัดการกองทุน และผู้มีส่วนได้เสียอื่นในตลาดทุนสามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้ทั้งในมิติระหว่างประเทศและมิติระหว่างอุตสาหกรรมได้สะดวกมากขึ้น
4. UN SDGs (Sustainable Development Goals)
เป็นกรอบ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งเป็นวาระระดับโลกที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ประกอบด้วย 17 เป้าหมายหลัก เพื่อแก้ไขปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรโลกอย่างยั่งยืนภายในปี ค.ศ. 2030 โดยยึดหลักการสำคัญว่า “จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
แนะนำองค์ประกอบหลักของรายงานความยั่งยืน
สำหรับรายงานความยั่งยืน ที่มีคุณภาพควรประกอบด้วยองค์ประกอบต่อไปนี้
- สารจากผู้บริหารระดับสูง เพื่อแสดงความมุ่งมั่นและทิศทางขององค์กร
- ข้อมูลทั่วไปและบริบทองค์กร เพื่อแสดงให้เห็นและทราบถึงขอบเขต โครงสร้าง ห่วงโซ่คุณค่าในบริบทขององค์กรในปัจจุบัน
- การวิเคราะห์ประเด็นสาระสำคัญ (Materiality Assessment) เพื่อระบุประเด็น ESG ที่มีผลกระทบมากที่สุด
- ผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ที่แสดงถึงการจัดการกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกขั้นตอนการดำเนินงานขององค์กร , การใช้พลังงาน, การจัดการน้ำและของเสียอย่างเป็นระบบที่ชัดเจน ตรวจสอบได้
- ผลการดำเนินงานด้านสังคม ในด้านสุขภาพและความปลอดภัย, สิทธิแรงงาน, การพัฒนาชุมชน และอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสังคม ชุมชน
- ผลการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาล โดยแสดงถึงโครงสร้างคณะกรรมการ, นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน, การบริหารความเสี่ยง
- เป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งควรจะต้องมี ดัชนีชี้วัดผลงานหรือความสำเร็จขององค์กรที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม
- การรับรองโดยบุคคลที่สาม (Third-party Assurance) เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับรายงานความยั่งยืน
ขั้นตอนการจัดทำรายงานความยั่งยืนอย่างมืออาชีพ
ในการเริ่มต้นจัดทำรายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) หรือ SD Report นั้น เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการวางแผน ความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมจากหลายฝ่ายในองค์กรเพื่อให้ข้อมูลในรายงานนั้นมีความครบถ้วน และสื่อสารได้อย่างโปร่งใส ถูกต้อง
1.ขั้นตอนการเริ่มต้น
- ขั้นแรกคือการเตรียมการภายในองค์กร: โดยที่จะต้องจัดตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ที่ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายแผนกที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกมุมมองได้รับการพิจารณาอย่างเหมาะสม
- การเก็บรวบรวมข้อมูล : จัดทำระบบรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และระบุขอบเขตของรายงานให้ชัดเจน โดยมีการกำหนดผู้รับผิดชอบและ data template ที่ชัดเจน เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและตรวจสอบได้
- การจัดทำเอกสาร โดยวิเคราะห์และจัดลำดับประเด็น ESG ตามความสำคัญของผลกระทบต่อธุรกิจและต่อโลก โดยอิงตามแนวทางตามมาตรฐานการรายงานสากล เช่น GRI Standards ในการเริ่มต้นได้
2.การวิเคราะห์ประเด็นสาระสำคัญ (Materiality Assessment) และการวางแผนการสื่อสารรายงาน (Report Drafting & Communication)
-
นำข้อมูลมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับเป้าหมายและเกณฑ์มาตรฐาน จัดทำเป็นรายงานตามโครงสร้างของมาตรฐานที่เลือก พร้อมอธิบายบริบทและแผนการดำเนินงานในอนาคต
- การทวนสอบ (Assurance): เพื่อความน่าเชื่อถือระดับสูง องค์กรส่วนใหญ่จะจ้างผู้ตรวจสอบอิสระ (Third-party Assurance) มารับรองข้อมูลในรายงาน
-
เผยแพร่ในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย ทั้งเว็บไซต์ ฉบับ PDF และนำข้อมูลบางส่วนสื่อสารผ่านช่องทาง IR (Investor Relations) และ PR อย่างต่อเนื่อง
❓ FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรายงานความยั่งยืน
Q1:บริษัทขนาดเล็กจำเป็นต้องจัดทำรายงานความยั่งยืนหรือไม่ ?
ในปัจจุบันยังไม่มีข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับ SME ในประเทศไทย แต่หากต้องการส่งออกหรือเข้าสู่ซัพพลายเชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป การมีข้อมูล ESG จะเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ
Q2: ควรเลือกมาตรฐาน GRI หรือ TCFD ?
จะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ GRI เหมาะสำหรับรายงานความยั่งยืนแบบครอบคลุม TCFD เหมาะสำหรับเน้นเรื่องความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ หลายองค์กรใช้ทั้งสองมาตรฐานควบคู่กัน
Q3: Materiality Assessment คืออะไรและทำอย่างไร ?
คือกระบวนการระบุและจัดลำดับประเด็น ESG ที่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยทั่วไปทำผ่านการสำรวจ การสัมภาษณ์ และการวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม
Q4: รายงานความยั่งยืนต้องเผยแพร่ที่ไหน?
ควรเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทในส่วน Sustainability หรือ IR นอกจากนี้อาจส่งข้อมูลให้กับ ESG Data Providers เช่น MSCI, Sustainalytics, Bloomberg ESG ตามความเหมาะสมและงบประมาณขององค์กร
คำแนะนำสำหรับการเริ่มต้น
- องค์กรที่กำลังเริ่มต้น สามารถพิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการจัดทำรายงานความยั่งยืน เพื่อให้การดำเนินงานนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ลดปัญหาในการทำงาน หรือข้อสงสัยต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างดำเนินการ
- ศึกษาคู่มือ การจัดทำรายงานความยั่งยืนที่จัดทำโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- การใช้ซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และจัดทำรายงานด้าน ESG เพื่อให้สะดวกมากขึ้นต่อการจัดเก็บข้อมูล
ข้อควรระวังที่พบบ่อยในการจัดทำรายงานความยั่งยืน
- วิเคราะห์และทำ Materiality Assessment แบบไม่ไดเจาะลึกข้อมูล ทำให้ข้อมูลที่นำมาเสนอไม่ได้สะท้อนความคาดหวังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่แท้จริง
- ขาดข้อมูลเชิงปริมาณ มีเพียงการอธิบายเชิงคุณภาพมากเกินไป ทำให้ความน่าเชื่อถือในข้อมูลลดน้อยลง
- ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน และวัดผลได้อยาก หรือไม่มีการวัดผล ทำให้ผู้อ่านไม่สามารถประเมินความก้าวหน้าได้

หากคุณต้องการจัดทำรายงานความยั่งยืนสำหรับองค์กรของคุณ
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำปรึกษา และให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ ESG, การทำ Materiality Assessment, การจัดทำรายงานตามมาตรฐาน GRI/TCFD/ISSB, การขอ External Assurance ไปจนถึงการสื่อสาร ESG กับนักลงทุน รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยสามารถทำนัดหมายเพื่อพูดคุย เพื่อรับการปรึกษาเบื้องต้นในการดำเนินงานดังกล่าว
ช่องทางติดต่อ
- Facebook : FDI Group – Business Consulting
- Line : @fdigroup
- Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
- E-mail : infojob@fdi.co.th
- Website : www.fdi.co.th
