เทคนิคบริหารภาษี SME ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลและสิทธิประโยชน์ที่ควรรู้!

เทคนิคบริหารภาษี SME ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลและสิทธิประโยชน์ที่ควรรู้!

ผู้ประกอบการ SME ควรใส่ใจและจำเป็นที่จะต้องมีความรู้เรื่องภาษี เพราะภาษีมีผลโดยตรงต่อกำไรของธุรกิจ การเข้าใจภาษีจะช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมป้องกันความเสี่ยงด้านกฎหมายและค่าปรับที่อาจเกิดจากการยื่นภาษีผิดหรือยื่นล่าช้า นอกจากนี้ยังช่วยให้บริหารกระแสเงินสดได้แม่นยำ เพราะรู้รอบภาษีและภาระที่ต้องชำระล่วงหน้า SME ยังมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีหลายอย่างที่ช่วยลดต้นทุน เช่น หักค่าใช้จ่าย 2–3 เท่า หรืออัตราภาษีพิเศษ หากไม่เข้าใจอาจพลาดสิทธิสำคัญไปโดยไม่รู้ตัว การทำบัญชีและภาษีอย่างถูกต้องยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ โดยเฉพาะเวลาขอสินเชื่อหรือทำสัญญากับคู่ค้า ข้อมูลภาษีที่จัดระบบดีจะช่วยให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์ยอดขาย ต้นทุน และกำไรได้แม่นยำยิ่งขึ้น ส่งผลต่อการวางกลยุทธ์และการเติบโตในระยะยาวอย่างมั่นคงและยั่งยืน 

โดยในบทความนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวางระบบบัญชีและภาษีนิติบุคคล อย่าง FDI A&A เราจะพาผู้ประกอบการไปดูกันว่า ภาษี SME ต้องดำเนินการอย่างไร สามารถวางแผนเพื่อลดหย่อนตรงส่วนใดได้บ้าง ถ้าพร้อมเเล้วสามารถติดตามได้ในบทความนี้

ธุรกิจ SME ต้องดำเนินการเสียภาษีอย่างไร ? 

สำหรับการทำธุรกิจไม่ว่าจะทำธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ หากมีรายได้เกิดขึ้นหรือรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี ก็ต้องดำเนินการตามกฏหมายกำหนด ซึ่งจะมีการเสียภาษีและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกันไป โดยมีประเภทภาษีที่ต้องชำระหลักๆ ที่ต้องรู้ 4 ประเภท ได้แก่

1.ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ ภาษีตามกฎหมายประมวลรัษฎากร ที่จัดเก็บจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล   ดังนั้น ใครที่จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้ว มีหน้าที่ต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลจากผลกำไรเป็นประจำทุกปี

 

2.ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax) หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “VAT” คือ ภาษีที่จัดเก็บจากการขายสินค้า หรือการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศ หรือสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ   โดยผู้ประกอบการที่มียอดขายมากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ขอจดทะเบียน VAT อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มคือร้อยละ 7 จากยอดมูลค่าสินค้าและบริการ ซึ่งประกอบด้วย

  • ภาษีขาย
    คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้จดทะเบียน VAT เรียกเก็บเงินจากผู้ซื้อในการขายสินค้าและบริการเป็นภาษีที่ต้องนำส่งกรณีขายมากกว่าซื้อ
  • ภาษีซื้อ
    คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการต้องชำระให้ผู้ขายในการซื้อสินค้า เป็นภาษีที่ขอคืนได้ถ้าน้อยกว่าภาษีขายในรอบนั้น

โดยผู้ประกอบการจะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อ  แล้วนำส่งให้กับกรมสรรพากร 

 

3.ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย หรือ WHT (Withholding Tax) คือ การเสียภาษีรูปแบบหนึ่งที่มีการจัดเก็บล่วงหน้า ที่กำหนดให้ ”ผู้จ่ายเงิน” ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือบริษัท มีหน้าที่ หักเงินส่วนหนึ่ง ไว้ก่อนที่จะจ่ายเงินให้แก่ ”ผู้รับเงิน” ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม จากนั้น “ผู้จ่ายเงิน” จะต้องนำส่งเงินภาษีที่หักไว้ให้กับกรมสรรพากร ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าได้ชำระภาษีแทน “ผู้รับเงิน” ไปแล้ว โดยผู้จ่ายเงินจะทำการออก หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ผู้รับเงินเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีปลายปีต่อไป ซึ่งช่วยให้ผู้รับเงินไม่ต้องชำระภาษีก้อนใหญ่ในคราวเดียวเมื่อสิ้นปี เช่น ค่าจ้างให้ทำสินค้า ก็ต้องมีการหักภาษีที่จ่าย อัตราร้อยละ 3 

 

4.ภาษีป้ายและภาษีโรงเรือนที่ดิน

ภาษีป้าย คือภาษีที่จัดเก็บจากป้ายที่มีตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ที่ใช้ประกอบธุรกิจ เช่น ป้ายชื่อร้านหรือป้ายบริษัท โดยผู้เสียภาษีคือ ผู้ประกอบการ/เจ้าของป้าย  ต้องยื่นภาษีป้ายต่อเทศบาล/อบต. ภายในเดือนมกราคมของทุกปี ส่วนภาษีโรงเรือนและที่ดินเป็นภาษีที่จัดเก็บจากโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง และที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน

เงื่อนไขการเสียภาษีนิติบุคคล

สำหรับธุรกิจ SMEs ที่ได้รับการจดทะเบียนนิติบุคคลเรียบร้อยแล้วนั้น จะมีเงื่อนไขในการเสียภาษี คือ ต้องมีทุนจดทะเบียนบริษัทไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการ ไม่เกิน 30 ล้านบาท โดยในกำไรสุทธิ 300,000 บาท แรกจะไม่ต้องเสียภาษี และกำไรสุทธิตั้งแต่ 300,001 – 3 ล้านบาท มีอัตราภาษี 15% และหากกำไรมากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป จะมีอัตราภาษี 20% หากธุรกิจที่ไม่เข้าข่ายเป็น SMEs ที่จดทะเบียนนิติบุคคล จะมีอัตราภาษี 20% ตั้งแต่กำไรบาทแรก

 

สิทธิประโยชน์ทางภาษี  เพื่อส่งเสริม SMEs มีอะไรบ้าง ?

สำหรับผู้ประกอบการ SME มีภาษีที่กรมสรรพากรเป็นคนจัดเก็บในอัตราสูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าต้องเสียภาษี แต่ก็มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อช่วยส่งเสริมธุรกิจ SME อีกด้วย

取得のメリット 

1.ได้รับยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

  • ยกเว้นอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิที่ไม่เกิน 300,000  บาท
  • อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 10 ของกําไรสุทธิ เฉพาะส่วนที่เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 3,000,000 บาท
  • อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 20 ของกําไรสุทธิ สําหรับกําไรสุทธิเฉพาะส่วนที่เกิน 3,000,000 บาทขึ้นไป

โดยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของมาตราการนี้สําหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป

2.การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในอัตราเร่ง

ธุรกิจ SMEs สามารถหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินบางประเภทในอัตราเร่ง คอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสาร เครื่องจักรโรงงาน 

3.มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ

สำหรับธุรกิจที่จ้างงานผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สามารถหักค่าใช้จ่ายการจ้างงานได้ 100% ของค่าจ้าง

4.มาตรการภาษีอื่น ๆ เช่น 

  • มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
  • มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริม SME ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์

การลดหย่อนภาษีนิติบุคคล คืออะไร ?

การลดหย่อนภาษีคือสิทธิ์ของผู้ประกอบการ ที่ทางภาครัฐได้กำหนดไว้ว่าค่าใช้จ่ายประเภทใดที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นที่เกิดขึ้นจริง โดยเราไปดูกันเลยว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 

1) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ (หักได้ตามจริง)

เป็นค่าใช้จ่ายหลักที่ธุรกิจสามารถนำมาหักเพื่อลดภาษีได้ เช่น

  • ค่าเช่าสำนักงาน / ค่าซ่อมแซม / ค่าทำความสะอาด
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์
  • ค่าขนส่ง ค่ารถ ค่าน้ำมัน (ที่ใช้เพื่อธุรกิจ)
  • ค่าจ้างพนักงาน เงินเดือน โบนัส และสวัสดิการตามกฎหมาย
  • ค่าสินค้า วัตถุดิบ ต้นทุนการผลิต

2.ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) ค่าใช้จ่ายสำหรับสินทรัพย์ที่ใช้ระยะยาว สามารถหักเป็นค่าเสื่อมตามอัตราที่กฎหมายกำหนดได้

3.ค่าใช้จ่ายฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร เช่น 

  • ค่าฝึกอบรมพนักงาน
  • ค่าพัฒนาทักษะตามกฎหมายแรงงาน
  • ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล สามารถหักค่าใช้จ่ายตามจริง และในบางปีมีสิทธิหักเพิ่ม เช่น

4.ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล สามารถหักค่าใช้จ่ายตามจริง และในบางปีมีสิทธิหักเพิ่ม เช่น

  • ค่า Software และ License
  • ค่า Cloud / ระบบจัดการ

5.ค่าใช้จ่ายเพื่อสังคมบางประเภท (CSR)

  • ค่าใช้จ่ายบริจาคบางรายการ
  • โครงการเพื่อสาธารณประโยชน์ตามเงื่อนไข สามารถหักได้ตามเพดานที่กฎหมายกำหนด

การยื่นภาษีนิติบุคคล และการจัดระบบบัญชีที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ เพราะส่งผลต่อความถูกต้อง กำไร และความน่าเชื่อถือขององค์กร ผู้ประกอบการหลายรายมักพบปัญหาเอกสารไม่ครบ ยื่นภาษีผิดประเภท หรือระบบบัญชีไม่เป็นมาตรฐานจนเกิดความเสี่ยงด้านกฎหมาย การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลตั้งแต่การวางระบบบัญชี การจัดทำภาษี ไปจนถึงการวางแผนลดหย่อนภาษี จึงช่วยให้ธุรกิจดำเนินการได้อย่างมั่นใจ FDI มีทีมที่ปรึกษาภาษีและบัญชีมืออาชีพ พร้อมให้คำแนะนำเชิงลึกและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทุกขั้นตอน เราช่วยวางแผนภาษีให้เหมาะสมกับประเภทธุรกิจ ลดความเสี่ยง ลดต้นทุน และสอดคล้องตามกฎหมายสรรพากร สามารถปรึกษา FDI ได้ทันที เพื่อให้ระบบบัญชีและภาษีของคุณเป็นเรื่องง่าย โปร่งใส และพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน

ช่องทางติดต่อ 

  • Facebook : FDI Group – Business Consulting
  • Line : @fdigroup
  • Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
  • E-mail : infojob@fdi.co.th
  • Website : www.fdi.co.th

見逃せないタイの役立つ情報ที่น่าสนใจ