[sk_language_switcher]

จดทะเบียนบริษัทแล้วต้องขอ “ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ” อะไรบ้าง? อัปเดตล่าสุด 2026

จดทะเบียนบริษัทแล้วต้องขอ “ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ” อะไรบ้าง? อัปเดตล่าสุด 2026

สำหรับการ จดทะเบียนบริษัท ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะสามารถดำเนินกิจการได้ทุกประเภททันที เพราะแม้บริษัทจะได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอย่างถูกต้องแล้ว แต่ธุรกิจบางประเภทอาจต้องมี ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ หรือการอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มดำเนินกิจการ

โดยประเด็นสำคัญคือ การไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ดำเนินการ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบลักษณะสินค้าและบริการ สถานที่ประกอบธุรกิจ รวมถึงสัญชาติของผู้ถือหุ้นร่วมด้วย ดังนั้นหากคุณกำลังวางแผน จดทะเบียนบริษัทในปี 2026 สิ่งที่ควรทำไม่ใช่เพียงตรวจสอบว่าบริษัทจดทะเบียนเรียบร้อยหรือไม่ แต่ควรตรวจสอบตั้งแต่ต้นว่าธุรกิจนี้ต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้างก่อนที่จะเปิดดำเนินการ เพื่อให้เกิดความถูกต้องตามที่กฎหมายได้ระบุไว้อย่างครบถ้วน

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจคืออะไร ?

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ คือ การได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจการบางประเภทได้ตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โดยที่ใบอนุญาตอาจมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น

  • ใบอนุญาตประกอบกิจการ
  • ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
  • ใบอนุญาตผลิต
  • ใบอนุญาตนำเข้า
  • ใบอนุญาตจำหน่าย
  • หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ
  • ใบอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น

คำแนะนำ : ผู้ประกอบการสามารถศึกษาคู่มือการทำธุรกิจด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเรื่องของจดทะเบียนธุรกิจ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในไทย การยื่นขอเอกสารเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือการทำธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

จดทะเบียนบริษัทแล้ว ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจทุกบริษัทหรือไม่ ?

ถ้าหากเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจทั่วไปซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ อาจสามารถดำเนินธุรกิจได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจเฉพาะประเภท

แต่หากกิจการอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมเฉพาะ ผู้ประกอบการอาจต้องได้รับใบอนุญาตหรือดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดก่อนเริ่มประกอบกิจการ โดยยกตัวอย่างเช่น

  • ธุรกิจผลิตอาหาร
  • ธุรกิจนำเข้าอาหาร
  • ธุรกิจโรงแรม
  • ธุรกิจนำเที่ยว
  • ธุรกิจโรงงาน
  • ธุรกิจที่เข้าข่ายกิจการอันตรายต่อสุขภาพ
  • ธุรกิจที่อยู่ภายใต้กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
  • ธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง
  • ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้า สุขภาพ หรือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเฉพาะ

ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อนมีการเริ่มดำเนินการจริงตามที่วางแผนไว้ หรือหากไม่มั่นใจว่าได้ดำเนินการครบถ้วนแล้วหรือยัง สามารถปรึกษากับทาง FDI ได้เช่นกัน

 

7 กลุ่มใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ผู้ประกอบการควรตรวจสอบ

1. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสำหรับบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติร่วมด้วย

กรณีบริษัทมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นต่างชาติ ต้องพิจารณา พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เพิ่มเติม ธุรกิจบางประเภทถูกกำหนดไว้ในบัญชีท้ายกฎหมาย หากเข้าข่ายและไม่มีข้อยกเว้นหรือสิทธิที่เกี่ยวข้อง บริษัทอาจต้องขอ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business License: FBL) ก่อนดำเนินธุรกิจ ในบางกรณี คนต่างด้าวอาจต้องมีการยื่นขอ หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Certificate: FBC)  ด้วยเช่นกัน

2. ใบอนุญาตสำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

หากเป็นบริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหาร อาจมีข้อกำหนดด้านใบอนุญาตและการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจผลิตอาหารอาจต้องขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ขณะที่ธุรกิจนำเข้าอาหารมีขั้นตอนการขออนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร โดย อย. มีคู่มือและระบบสำหรับการยื่นคำขอโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์บางประเภทอาจต้องมีการขออนุญาตผลิตภัณฑ์ การตรวจสอบฉลาก หรือการดำเนินการอื่นเพิ่มเติม

ดังนั้น หากคุณกำลังจะเปิดธุรกิจที่เข้าข่าย

  • โรงงานผลิตอาหาร แบรนด์อาหาร ธุรกิจนำเข้าอาหาร ธุรกิจอาหารเสริม ร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม

ควรมีการตรวจสอบทั้ง ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ใบอนุญาตสถานประกอบการ และใบอนุญาตผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวข้อง

3. ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน

หากบริษัทมีแผนผลิตสินค้าและใช้เครื่องจักรหรือดำเนินกิจการในลักษณะที่เข้าข่ายตามกฎหมายโรงงาน อาจต้องดำเนินการแจ้งหรือขอ ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตามประเภทและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีระบบและคู่มือสำหรับการขอใบอนุญาต รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับโรงงานประเภทต่าง ๆ โดยโรงงานจำพวกที่ 3 มีขั้นตอนการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานโดยเฉพาะ

สิ่งที่ผู้ประกอบการควรตรวจสอบตั้งแต่ก่อนเช่าหรือซื้อสถานที่ ได้แก่

  • ประเภทกิจการ เครื่องจักรที่ใช้ กำลังเครื่องจักร จำนวนคนงาน ที่ตั้งโรงงาน การใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

4. ใบอนุญาตสำหรับธุรกิจโรงแรมและที่พัก

หากบริษัทต้องการประกอบธุรกิจโรงแรม ต้องพิจารณากฎหมายเฉพาะ และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง การจดทะเบียนบริษัทเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอที่จะเปิดดำเนินธุรกิจโรงแรมได้ เพราะผู้ประกอบการต้องดำเนินการขอใบอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งนอกจากใบอนุญาตโรงแรมแล้ว ยังอาจมีข้อกำหนดด้านอาคาร ความปลอดภัย สุขาภิบาล และกฎหมายท้องถิ่นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมและที่พัก

5. ใบอนุญาตสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสถานประกอบการ

ธุรกิจบางประเภทอาจอยู่ภายใต้กฎหมายสาธารณสุขหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น เช่น กิจการที่เข้าข่าย กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจบางประเภทที่มีลักษณะการผลิต การให้บริการ หรือกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อม เช่น ในกรุงเทพมหานคร ผู้ประกอบการที่เข้าข่ายกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในลักษณะที่เป็นการค้าต้องยื่นขอใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยสำนักงานเขตจะพิจารณาเรื่องสถานที่ สุขลักษณะ และเอกสารอนุญาตอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นผู้ประกอบการ จึงควรตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเปิดสถานประกอบการ โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้พื้นที่เพื่อให้บริการแก่ลูกค้า

6. ใบอนุญาตสำหรับธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง

หากบริษัทดำเนินธุรกิจในรูปแบบขายตรงหรือตลาดแบบตรง อาจมีหน้าที่ต้องดำเนินการจดทะเบียนตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีระบบสำหรับการจดทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงโดยเฉพาะ ดังนั้น หากธุรกิจมีรูปแบบการขายผ่านตัวแทน เครือข่าย หรือการเสนอขายสินค้าและบริการต่อผู้บริโภคผ่านช่องทางที่เข้าข่ายตลาดแบบตรง ควรตรวจสอบลักษณะธุรกิจก่อนเริ่มดำเนินการ

7. ใบอนุญาตเฉพาะสำหรับธุรกิจที่มีกฎหมายควบคุม

นอกจากตัวอย่างข้างต้น ยังมีธุรกิจอีกหลายประเภทที่ต้องได้รับใบอนุญาตเฉพาะ เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงิน หลักทรัพย์ ประกันภัย พลังงาน โทรคมนาคม วิชาชีพควบคุม หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าควบคุม ดังนั้น การทำ Business Licensing Check ก่อนเปิดกิจการจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีโมเดลซับซ้อนหรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่มีกฎหมายเฉพาะหลายฉบับที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย

Checklist ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจก่อนเปิดกิจการ

ก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ แนะนำให้ผู้ประกอบการตรวจสอบอย่างน้อย 8 ประเด็น

  • บริษัทมีผู้ถือหุ้นต่างชาติหรือไม่ ?
  • ธุรกิจอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะหรือไม่ ?
  • ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือไม่ ?
  • สินค้าต้องขอใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนหรือไม่ ?
  • สถานที่ประกอบการต้องได้รับอนุญาตหรือไม่ ?
  • ต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือไม่ ?
  • ต้องขอใบอนุญาตนำเข้า/ส่งออกหรือไม่ ?
  • ใบอนุญาตมีอายุเท่าไร และต้องต่ออายุเมื่อใด ?

 

โดยสรุปแล้วการจดทะเบียนบริษัทต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจอะไรบ้าง ?

แต่ละธุรกิจที่ดำเนินการ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ สินค้าและบริการ สถานที่ตั้ง และโครงสร้างผู้ถือหุ้น ที่เกี่ยวข้องเฉพาะ กลุ่มธุรกิจที่ควรตรวจสอบเป็นพิเศษ ได้แก่

  1. บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ
  2. ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
  3. โรงงานและธุรกิจการผลิต
  4. โรงแรมและที่พัก
  5. กิจการที่อยู่ภายใต้กฎหมายสาธารณสุข
  6. ขายตรงและตลาดแบบตรง
  7. ธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ

1. จดทะเบียนบริษัทแล้วสามารถเปิดธุรกิจได้ทันทีหรือไม่ ?

ไม่เสมอไป การจดทะเบียนบริษัทเป็นการจัดตั้งนิติบุคคล แต่ธุรกิจบางประเภทอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะและต้องได้รับใบอนุญาตหรือดำเนินการตามเงื่อนไขก่อนเริ่มกิจการ ดังนั้นจึงควรมีการตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อนดำเนินธุรกิจ

2. ทุกบริษัทต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือไม่ ?

ไม่จำเป็นทุกบริษัท ธุรกิจทั่วไปบางประเภทอาจไม่ต้องขอใบอนุญาตเฉพาะ แต่ธุรกิจที่อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมต้องตรวจสอบใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

3. บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือไม่ ?

อาจต้องขอ ขึ้นอยู่กับสัดส่วนและโครงสร้างผู้ถือหุ้น ประเภทธุรกิจ และสิทธิหรือข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 บางกรณีอาจใช้หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจแทนใบอนุญาตได้

4. ธุรกิจอาหารต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง ?

ขึ้นอยู่กับลักษณะกิจการ เช่น การผลิต การนำเข้า หรือประเภทผลิตภัณฑ์ โดย อย. มีขั้นตอนสำหรับการขออนุญาตสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า และการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารโดยเฉพาะ

5. เปิดโรงงานต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหรือไม่ ?

ขึ้นอยู่กับประเภทและลักษณะของกิจการ เครื่องจักร และเงื่อนไขตามกฎหมายโรงงาน โรงงานบางประเภทมีหน้าที่แจ้ง ขณะที่โรงงานที่เข้าข่ายประเภทที่ต้องได้รับอนุญาตจะต้องดำเนินการขอใบอนุญาตก่อนประกอบกิจการ

6. สามารถตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจด้วยตัวเองได้หรือไม่ ?

สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ แต่หากธุรกิจมีหลายกิจกรรม มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ หรืออยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะหลายฉบับ การให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ Business Model และ Licensing Requirement จะช่วยลดความเสี่ยงจากการตีความกฎหมายหรือการขอใบอนุญาตไม่ครบถ้วน

7. หากไม่มีใบอนุญาตก่อนเปิดกิจการจะเกิดอะไรขึ้น ?

ขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละกิจการ อาจมีทั้งคำสั่งให้ระงับหรือแก้ไขการดำเนินงาน ค่าปรับ หรือบทลงโทษอื่นตามกฎหมาย ดังนั้นควรตรวจสอบข้อกำหนดก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ

8. ควรตรวจสอบใบอนุญาตก่อนหรือหลังจดทะเบียนบริษัท ?

แนะนำให้ตรวจสอบก่อนจดทะเบียนหรือก่อนเริ่มลงทุน เพราะผลการตรวจสอบอาจมีผลต่อวัตถุประสงค์บริษัท โครงสร้างผู้ถือหุ้น สถานที่ตั้ง ทุน และรูปแบบการดำเนินธุรกิจ

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ณ ปี 2026 ข้อกำหนดและรายละเอียดของใบอนุญาตอาจแตกต่างกันตามประเภทธุรกิจ สถานที่ตั้ง และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ผู้ประกอบการควรตรวจสอบกฎหมายและหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการขอใบอนุญาตได้เลยทันที 

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านจดทะเบียนบริษัทและขอใบอนุญาตธุรกิจได้ทันที ! 

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจและต้องการคำแนะนำด้านการจดทะเบียนบริษัทและขอใบอนุญาตธุรกิจ FDI Accounting & Advisory พร้อมให้บริการด้านการยื่นขอ การจัดเตรียมเอกสาร การดำเนินการต่างๆ และที่ปรึกษาธุรกิจแบบครบวงจร โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ดูแลทั้งธุรกิจ SME และองค์กรขนาดใหญ่ สามารถติดต่อ FDI Accounting & Advisory วันนี้ เพื่อวางแผนการดำเนินการอย่างถูกต้อง รวดเร็ว ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจของคุณดำเนินการได้อย่างราบรื่นและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ช่องทางติดต่อ 

  • Facebook : FDI Group – Business Consulting
  • Line : @fdigroup
  • Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
  • E-mail : infojob@fdi.co.th
  • Website : www.fdi.co.th