นักลงทุนต่างชาติที่ให้ความสนใจเข้ามาทำธุรกิจในไทย ด้วยศักยภาพด้านทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน และโอกาสทางธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม คำถามที่พบบ่อยสำหรับผู้ลงทุนคือ “ต่างชาติจดทะเบียนบริษัทในไทย ต้องมีที่ปรึกษาหรือไม่ ? ”
สำหรับคำตอบในทางปฏิบัติ คือ การมีที่ปรึกษาไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะด้านเอกสาร การดำเนินการยื่นขอ รวมถึงคำแนะนำการดำเนินธุรกิจ และทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้จริงในระยะยาว โดยในบทความนี้จะอธิบายเหตุผลเชิงลึกว่าทำไมการจดทะเบียนบริษัทในไทยสำหรับชาวต่างชาติ จึงควรมีที่ปรึกษามืออาชีพเข้ามาช่วยดูแลตั้งแต่เริ่มต้น
ใครบ้างถือเป็นคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
- บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
- นิติบุคคลซึ่งไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย
- นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งเป็นของบุคคลหรือนิติบุคคล ตาม (1) หรือ (2)
- นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งเป็นของ (1) (2) หรือ (3)
ทำความเข้าใจ ต่างชาติจดทะเบียนบริษัทในไทยได้หรือไม่ ?
คำตอบคือ “ได้” แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายไทย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (Foreign Business Act: FBA)
กฎหมายฉบับนี้เป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดเอาไว้ว่า
- ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้กี่เปอร์เซ็นต์
- ธุรกิจประเภทใดที่ทำได้หรือทำไม่ได้
- กรณีธุรกิจใดที่ต้องมีการขอใบอนุญาตเพิ่มเติม
ดังนั้น การจดทะเบียนบริษัทของชาวต่างชาติ ไม่ใช่แค่ขั้นตอนทางเอกสาร แต่เป็นเรื่องของการวางโครงสร้างธุรกิจให้ถูกต้องตามกฏหมายตั้งแต่เริ่มต้น
ต่างชาติจดทะเบียนบริษัทในไทย ไม่ใช่แค่เรื่องยื่นเอกสารเพียงอย่างเดียว
หลายคนเข้าใจว่าการจดทะเบียนบริษัท เป็นเพียงขั้นตอนทางเอกสาร เช่น การจองชื่อบริษัท ยื่นแบบคำขอ และจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ ยื่นเสร็จก็รอรับการอนุมัติได้เลย แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น การจดทะเบียนบริษัทของชาวต่างชาติในไทยเกี่ยวข้องกับ กฎหมายเฉพาะ โครงสร้างผู้ถือหุ้น และเงื่อนไขการดำเนินธุรกิจ ที่ซับซ้อนกว่าบริษัททั่วไป เพราะมีชาวต่างชาติมาเกี่ยวข้อง
ในประเทศไทยมีกฎหมายหลัก คือ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Act : FBA) ซึ่งกำหนดข้อจำกัดด้านสัดส่วนการถือหุ้นและประเภทธุรกิจที่สามารถทำได้และทำไม่ได้สำหรับชาวต่างชาติ โดย FBA แบ่งประเภทธุรกิจออกเป็นหลายบัญชี และแต่ละบัญชีมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ธุรกิจบริการจำนวนมากที่ต่างชาตินิยมทำในไทย เช่น ที่ปรึกษา ไอที การจัดการ หรือบริการสนับสนุนทางธุรกิจ มักเข้าข่ายธุรกิจที่ต้องพิจารณาเรื่องใบอนุญาตเพิ่มเติม
รู้หรือไม่ ? FBA แบ่งประเภทธุรกิจออกเป็น 3 บัญชีหลัก ได้แก่
- บัญชี 1 : ธุรกิจที่ห้ามต่างชาติทำโดยเด็ดขาดด้วยเหตุผลพิเศษ เป็นธุรกิจที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยสิ้นเชิง เช่น ธุรกิจหนังสือพิมพ์, การทำสวน, เลี้ยงสัตว์, การทำนา, การประมง (บางประเภท), และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น.
- บัญชี 2 : ธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี ตัวอย่าง: ธุรกิจที่เกี่ยวกับกิจการเกี่ยวกับความมั่นคง, กิจการท่องเที่ยว (บางส่วน), ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ
- บัญชี 3 : ธุรกิจที่คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขัน เช่น บริการให้คำปรึกษาด้านการจัดการ, บริการด้านกฎหมาย, บริการบัญชี, บริการก่อสร้าง (บางประเภท)
ทุนขั้นต่ำที่ต้องมี สําหรับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองและเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติ
(1) ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองตามสนธิสัญญาต้องมีทุนขั้นตํ่าไม่น้อยกว่า 25% ของ ค่าเฉลี่ยต่อปี ของประมาณการรายจ่ายสามปี
ยกตัวอย่างเช่น ประมาณการรายจ่ายโดยเฉลี่ยต่อปีของประมาณการรายจ่าย 3 ปี เท่ากับ 140 ล้านบาท ทุนขั้นตํ่าจะเท่ากับ 35 ล้านบาท ดังนั้น ถ้าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยที่ทุนจดทะเบียนไม่ ถึง 35 ล้านบาท ต้องมีการเพิ่มทุน ถ้าไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทยต้องนําเงินเข้ามา 35 ล้านบาท
(2) ผู้ได้รับหนังสือรับรองตามบัตรส่งเสริมไม่ต้องมีทุนขั้นตํ่า
(3) ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตนั้นจะมีเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติ เช่น
3.1 ทุนที่นำเข้ามาต้องดำรงไว้ตลอดเวลาที่ประกอบธุรกิจ
3.2 กรรมการผู้รับผิดชอบนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในไทยอย่างน้อยหนึ่งคน เป็นต้น
(4) ผู้ได้รับหนังสือรับรองตามบัตรส่งเสริมต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัตรส่งเสริมการลงทุน
ทั้งนี้ในส่วนของทุนขั้นต่ำ ยังมีข้อกำหนด และมีระบุรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยสามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญอย่าง FDI ได้เลยทันที
ที่ปรึกษาด้านธุรกิจอย่าง FDI จะสามารถแนะนำได้ว่า
- วิเคราะห์ว่าธุรกิจเข้าข่ายต้องขออนุญาตหรือไม่ โดยพิจารณาเบื้องต้นจากลักษณะธุรกิจ เป้าหมายการลงทุน และโครงสร้างผู้ถือหุ้น หากเข้าข่ายต้องขออนุญาตในรูปแบบใด เช่น FBL, FBC หรือ BOI เพื่อเลือกแนวทางที่ถูกต้องและมีโอกาสยื่นขอสำเร็จมากที่สุด
- การช่วยประเมินความเสี่ยงด้านกฎหมายล่วงหน้าให้เป็นไปอย่างถูกต้องและครบถ้วน
- ออกแบบโครงสร้างบริษัทให้สอดคล้องกับกฎหมายตั้งแต่แรก รวมถึงให้คำแนะนำด้าน Visa และ Work Permit สำหรับต่างชาติที่ต้องเป็นไปตามกฏหมายระบุไว้
- วางแผนการดำเนินการตั้งแต่จดทะเบียน สรรหาพนักงาน วางระบบบัญชีและภาษี รวมถึงบริการด้านอื่น ๆ ที่ครบวงจรในที่เดียว ง่ายและสะดวกที่สุด
ทำไมต่างชาติจดทะเบียนบริษัทในไทย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่าง FDI Group
FDI Group เป็นที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ด้านการดูแลนักลงทุนต่างชาติในไทย และคนไทยที่ประกอบธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม มีความครอบคลุมทั้ง
- การจดทะเบียนบริษัท การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
- การวางโครงสร้างผู้ถือหุ้นตาม FBA
- การยื่นขอใบอนุญาตต่าง ๆ เช่น FBL / FBC / BOI
- การดำเนินการด้าน Visa และ Work Permit ที่ครบวงจร
- การวางระบบบัญชี ภาษี รวมถึงตรวจสอบระบบภายในครบวงจร
- การจัดสรรระบบ HR สรรหาพนักงานด้วยผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์
FDI Group เป็นบริษัทที่ให้บริการแบบ One-stop Service Advisor ที่ช่วยให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มต้นธุรกิจในไทยได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับกฎหมายในทุกขั้นตอน ที่จะทำให้คุณมั่นใจได้จริงว่า ในทุกการดำเนินงานนั้นจะเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง ในราคาที่เหมาะสม
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นใจ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่าง FDI Group คือก้าวแรกที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างปลอดภัยและมีทิศทางที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก ร่วมพูดคุยกับเรา เพื่อรับคำปรึกษาได้เลยตอนนี้
ช่องทางติดต่อ
- Facebook : FDI Group – Business Consulting
- Line : @fdigroup
- Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
- E-mail : infojob@fdi.co.th
- Website : www.fdi.co.th
