📌 สรุปสาระสำคัญ (Key Takeaways)
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) ต่อกรมสรรพากรภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกินเกณฑ์ เพื่อรับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) หลังได้รับ ภ.พ.20 แล้ว กิจการมีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป จัดทำรายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย และยื่นแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของทุกเดือนแม้ไม่มีรายได้ในเดือนนั้น หากต้องการผู้เชี่ยวชาญดูแลการจดทะเบียน ภ.พ.20 และยื่นภาษี VAT รายเดือน แอด LINE ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญบัญชีและภาษี FDI ได้ทันที
ใบ ภ.พ. 20 คืออะไร สำคัญอย่างไรสำหรับคนทำธุรกิจ
การจดทะเบียนภ.พ. 20 คือ กระบวนการที่ผู้ประกอบการธุรกิจยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับ กรมสรรพากร เพื่อให้ธุรกิจของตนได้รับการยอมรับตามกฎหมายในการจัดเก็บและนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม เหมาะสำหรับธุรกิจและกิจการที่มีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี
ใบ ภ.พ. 20 คืออะไร
ใบ ภ.พ. 20 เป็นใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าบริษัทนั้นได้จด Vat หรือเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว นั่นหมายความว่าผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องมีหน้าที่เพิ่มเติมดังนี้
- ยอดขายทุกๆรายการที่เกิดขึ้นจะต้องคิด Vat 7% และนำส่งภาษีขายให้แก่กรมสรรพากร
- ภาษีซื้อที่เกิดจากยอดซื้อต่างๆ บริษัทต้องเก็บใบกำกับภาษีเอาไว้ เพื่อเป็นหลักฐานในการเครดิตภาษี (คือการนำภาษีซื้อมาหักออกจากภาษีขาย)
- จะต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มโดยใช้แบบ ภพ.30 เป็นประจำทุกเดือน
ตัวอย่าง บริษัท AAA จำกัด มียอดขายทั้งเดือนที่ 10,000 บาท มีภาษีขาย 7% คือ 700 บาท และบริษัทมียอดซื้อทั้งเดือนที่ 8000 บาท มีภาษีซื้อที่ 7% ที่ 560 บาท ดังนั้นยอดที่ทางบริษัทต้องนำส่ง ภพ 30 ให้แก่กรมสรรพากรคือ 700 – 560 = 140 บาท นั่นเอง แต่หากภาษีขาย น้อยกว่า ภาษีซื้อ ยอดที่ติดลบสามารถนำมาเป็นเครดิตภาษีใช้ในเดือนถัดไปได้
ข้อมูลที่มีใน ใบ ภ.พ. 20 มีรายละเอียดที่สำคัญอะไรบ้าง
- คำว่า ภพ 20 ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
- ชื่อผู้ประกอบการ
- ชื่อสถานประกอบการ
- เลือกแสดงว่าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือสาขา
- ที่อยู่ของบริษัท
- เบอร์ติดต่อของบริษัท
- วันที่ให้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ชื่อและตำแหน่งเจ้าหน้าที่สรรพากรของผู้ออกทะเบียนนี้
เพิ่มเติม : ตัวอย่าง ใบ ภ.พ. 30 FDI ให้บริการขอใบอนุญาตนี้เช่นเดียวกัน
วิธีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในประเทศไทยเป็นกระบวนการที่ผู้ประกอบการธุรกิจต้องดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายภาษีอากร และเพื่อความสะดวกในการจัดเก็บและนำส่งภาษี หากคุณต้องการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถปรึกษา FDI เพื่อรับคำปรึกษาและช่วยดำเนินการได้ด้วยความสะดวกครบครัน พร้อมค่าบริการที่เหมาะสม !
1.ตรวจเช็คความพร้อมในการจดทะเบียน
หากไม่สามารถจดเองได้ สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดำเนินการให้ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น
2.ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประกอบการ
ว่าเป็นธุรกิจที่มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีหรือไม่ และหรือมีความประสงค์จะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็สามารถจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้
3.ยื่นคำขอจดทะเบียน:
- นำเอกสารที่เตรียมไว้มายื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
- กรอกข้อมูลในแบบคำขอจดทะเบียนให้ครบถ้วน และตรวจสอบความถูกต้องก่อนยื่น
4.สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ 2 ช่องทาง คือ
- ยื่นแบบคำขอผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่ rd.go.th
- ยื่นแบบคำขอด้วยแบบฟอร์ม ณ หน่วยจดทะเบียนที่ตั้งสถานประกอบการ
เอกสารอะไรบ้างที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ?
รายละเอียดเอกสารขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทธุรกิจและสรรพากรตามพื้นที่ที่จะจดทะเบียน
โดยมีเอกสารหลัก ดังนี้
- แบบคำขอจดทะเบียน ภ.พ.01 จำนวน 3 ฉบับ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านกรรมการผู้มีอำนาจ หรือผู้ประกอบการ 1 ฉบับ
- สำเนาทะเบียนบ้านที่ใช้ตั้งเป็นสถานประกอบการ 1 ฉบับ
- รูปภาพสำนักงานทั้งภายในและภายนอก อย่างน้อย 4 ภาพ จำนวน 2 ชุด
- แผนที่สำนักงาน 2 ชุด
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลพร้อมวัตถุประสงค์ / สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ / ภาพถ่ายหนังสือการจัดตั้งคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล 1 ฉบับ
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) กรณีให้บุคคลอื่นยื่นจดทะเบียนแทนผิมีอำนาจของกิจการ 1 ฉบับ
- สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของสถานที่ 1 ฉบับ (กรณีผู้มีอำนาจกิจการไม่ใช่เจ้าของสถานที่)
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ 1 ฉบับ (กรณีผู้มีอำนาจกิจการไม่ใช่เจ้าของสถานที่)
- สัญญาเช่า 1 ฉบับ (กรณีเช่าสถานที่ตั้งสำนักงาน)
คลิ๊ก! ปรึกษา FDI บริการให้คำปรึกษาและดำเนินการแทนด้วยความเชี่ยวชาญ !!
ทำไมธุรกิจต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ประโยชน์และโอกาสที่เกิดขึ้น
1.แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการดำเนินงานของกิจการ : ว่ามีระบบบริหารจัดการธุรกิจที่ดี มีการวางแผนระบบกิจการ และบัญชี ภาษี อย่างชัดเจน
2.ขอคืนภาษีซื้อได้ : เมื่อธุรกิจจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว สามารถนำภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ (ภาษีซื้อ) มาหักออกจากภาษีขายที่ต้องชำระ ทำให้ต้นทุนสินค้าหรือบริการลดลง
3.การจัดการบัญชีเป็นระบบและตรวจสอบได้ง่าย : การจดทะเบียน VAT ทำให้ธุรกิจต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย รวมถึงออกใบกำกับภาษี ซึ่งช่วยให้การจัดการบัญชีมีความเป็นระบบและง่ายต่อการตรวจสอบ
4.เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดไว้ : ธุรกิจที่มีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีและไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน หากธุรกิจมีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีและไม่ดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วัน ก็จะมีการโดนโทษทางอาญาตามที่กฏหมายกำหนดไว้ได้
5.เพิ่มโอกาสในการขายและความน่าเชื่อถือ : ลูกค้าหรือคู่ค้าที่เป็นนิติบุคคล ต้องมีการขอใบกำกับภาษีเพื่อนำไปใช้ในการขอคืนภาษีซื้อ ดังนั้นการจดทะเบียน VAT ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของเราได้อย่างดี
FDI ให้บริการจดทะเบียน ใบ ภ.พ. 20 และใบอนุญาตอื่น ๆ ครบวงจร
FDI เราคือผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำปรึกษาด้านการจดทะเบียนบริษัท และให้บริการจดทะเบียนใบอนุญาต ภพ.20 | ภพ.30 | และใบอนุญาตธุรกิจทุกประเภทในการดำเนินการในประเทศไทย บริการดำเนินการรวดเร็ว ถูกต้องตามกฎหมาย ให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ ดูแลครบทุกขั้นตอน พร้อมให้คำปรึกษา สามารถติดต่อเราเพื่อเริ่มต้นธุรกิจของคุณอย่างมั่นใจ
連絡先
- Facebook : FDI Group – Business Consulting
- 行 : @fdigroup
- Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
- E-mail : infojob@fdi.co.th
- ウェブサイト : www.fdi.co.th
記事面白い
事業を立ち上げた後、どのような経理業務を行う必要があるでしょうか? 新規事業主のための必須チェックリスト ― 2026年更新版
会社を設立した後、どのような経理業務を行う必要があるのでしょうか?チェックリスト….
続きを読む事業主が知っておくべき法人税のガイド!
多くの人々は、確定申告を単なる法的義務と捉えていますが、実際には、税務は事業主が自社の全体的な財務状況をより明確に把握するための重要な手段なのです…….
続きを読むสนใจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ FDI Accounting & Advisory
จดทะเบียน ภ.พ.20 และจัดการระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้ถูกต้องครบถ้วน ไร้ความเสี่ยงค่าปรับ ดำเนินการโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 31 ปี ติดต่อ บริการที่ปรึกษาภาษีและรับทำบัญชีนิติบุคคลครบวงจร FDI A&A