ถ้าอยากเข้าใจงบแสดงฐานะการเงินภายใน 10 นาที ! ต้องสังเกตุจุดใดบ้าง
อัพเดต! หลังจากมีประกาศฉบับใหม่ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เกี่ยวกับเรื่องของการย่อรายการต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนชื่อเรียกของ “งบแสดงฐานะการเงิน” เป็น ”งบฐานะการเงิน” เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่สภพวิชาชีพใช้ในปัจจุบัน รวมถึงความหมายที่ตรงกับศัพท์ที่ใช้ในภาษาอังกฤษเช่นกัน
งบแสดงฐานะการเงิน (Statement of Financial Position)
งบแสดงฐานะการเงิน หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า งบดุล (Balance Sheet) คือ รายงานทางการเงินที่บ่งบอกได้ว่า “ธุรกิจของเรามีอะไรบ้าง” ณ วันหนึ่ง เช่น วันที่สิ้นปีหรือสิ้นไตรมาส งบนี้จะแสดงข้อมูล 3 ส่วนหลัก คือ
- ทรัพย์สิน (Assets) สิ่งที่บริษัทเป็นเจ้าของ มีทรัพย์สินอะไรบ้าง เช่น เงินสด , อาคาร
- หนี้สิน (Liabilities) สิ่งที่บริษัทต้องจ่ายหรือรับผิดชอบ เช่น เงินกู้ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้ชำระ
- ส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) เงินลงทุนของเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้น หลังหักหนี้สินออกจากทรัพย์สิน คงเหลืออยู่มากหรือน้อยเพียงใด
งบนี้จึงเปรียบเสมือน “ภาพถ่ายทางการเงิน” ของกิจการ ที่เจ้าของ นักลงทุน และธนาคารสามารถใช้เพื่อประเมินความมั่นคงของธุรกิจ
จุดประสงค์ของงบแสดงฐานะการเงิน
งบแสดงฐานะการเงินมีจุดประสงค์เพื่อแสดงภาพรวมของสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของของกิจการ ณ วันใดวันหนึ่ง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์สภาพคล่อง ความมั่นคง และการวางแผนทางการเงินของกิจการ โดยการพิจารณาจากข้อมูลทางบัญชีที่ปรากฏ
งบแสดงฐานะการเงิน เพื่อวัตถุประสงค์อะไร ?
1. แสดงฐานะทางการเงินของกิจการในช่วงเวลาหนึ่ง
- งบนี้จะแสดงข้อมูล ณ วันสิ้นงวดบัญชี เช่น วันที่ 31 ธันวาคม 2567
- งบนี้จะช่วยบอกว่า ณ วันนั้น กิจการมี สินทรัพย์ (Assets) อะไรบ้าง
และได้มาโดยการใช้ หนี้สิน (Liabilities) กับ ส่วนของเจ้าของ (Equity) ในสัดส่วนรายละเอียดเท่าใด
2. ใช้วิเคราะห์ความมั่นคงทางการเงินของกิจการ
- สำหรับนักลงทุน เจ้าหนี้การค้า หรือผู้บริหาร จะใช้ข้อมูลจากงบนี้เพื่อดูว่า :
- กิจการมีความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นหรือไม่ (เช่น วิเคราะห์ Current Ratio)
- สัดส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับเสี่ยงหรือไม่ (Debt to Equity Ratio) ในการพิจารณาลดความเสี่ยงต่าง ๆ จากการดำเนินงาน
3. ใช้ในการวางแผน พิจารณาข้อมูลทางบัญชี เพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ
- ผู้บริหาร ผู้เกี่ยวข้อง สามารถใช้ข้อมูลเพื่อการวางแผนการลงทุน การตัดสินใจจัดสรรทรัพยากร การดำเนินงาน การวิเคราะห์โครงสร้างเงินทุนของกิจการ เป็นต้น
อ่านจุดสำคัญที่ห้ามพลาดต้องอ่านให้เจอ !
ในงบแสดงฐานะทางการเงิน ต้องดูจุดไหน ?
1. สินทรัพย์ (Assets) แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก
- สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets): เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ
- สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-current Assets): เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร สิทธิบัตร
สิ่งที่ควรพิจารณา :
- ความสามารถในการเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็ว
- สัดส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อสินทรัพย์รวม (สภาพคล่อง)
2. หนี้สิน (Liabilities) ในส่วนของหนี้สิน จะแบ่งเป็น
- หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities): เช่น เจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้ธนาคารภายใน 1 ปี
- หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non-current Liabilities): เช่น เงินกู้ระยะยาว พันธบัตร
สิ่งที่ควรพิจารณา :
- ความสามารถในการชำระหนี้ในระยะสั้น
- อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์รวม หรือหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ
3. ส่วนของเจ้าของ (Equity)
ประกอบด้วย:
- ทุนจดทะเบียน / ทุนชำระแล้ว
- กำไรสะสม / ขาดทุนสะสม
- รายการอื่น ๆ เช่น ส่วนเกินมูลค่าหุ้น
สิ่งที่ควรพิจารณา :
- การเติบโตของส่วนของเจ้าของในระยะยาว
- กำไรสะสมที่บ่งบอกถึงผลประกอบการสะสมของกิจการ
วิธีวิเคราะห์งบแสดงฐานะการเงินเบื้องต้น
การวิเคราะห์งบแสดงฐานะการเงินเบื้องต้น (Balance Sheet Analysis) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจ นักลงทุน หรือผู้บริหาร เข้าใจ “สุขภาพทางการเงิน” ของกิจการได้อย่างง่าย ๆ โดยขอแนะนำทริคที่ไม่ลับ ในการวิเคราะห์งบแสดงฐานะการเงินเบื้องต้นที่คุณสามารถเริ่มต้นได้ทันที

1. วิเคราะห์ความมั่นคงของกิจการโดยรวม
เริ่มจากการดู “ภาพรวม” ของงบการเงินว่ากิจการมีสินทรัพย์มากน้อยเพียงใด หนี้สินมากแค่ไหน และส่วนของผู้ถือหุ้นสูงหรือต่ำ หากสินทรัพย์ที่มีมากกว่าหนี้สินในอัตราส่วนที่เหมาะสม แสดงถึงความมั่นคงทางการเงิน
กรณีพบว่าหนี้สินสูงกว่าสินทรัพย์ → อาจคาดการณ์ได้ว่า ธุรกิจมีความเสี่ยงขาดทุนหรือหมดทุนได้
2. ดูอัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratio)
อัตราส่วนสภาพคล่องปัจจุบัน (Current Ratio)
สูตร : สินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน
ค่ามาตรฐานที่ควรจะมี
- มากกว่า 1.5 ขึ้นไป = ธุรกิจมีสภาพคล่องดี และหากกรณีที่ค่าต่ำกว่า 1.0 = ธุรกิจเสี่ยงขาดเงินสดชำระหนี้ระยะสั้น
カーボンクレジットを生成できる การดูอัตราส่วนสภาพคล่อง
สินทรัพย์หมุนเวียน = 800,000 บาท
หนี้สินหมุนเวียน = 400,000 บาท
Current Ratio = 2.0 → ถือว่าดี
3. วิเคราะห์โครงสร้างทุน ด้วย D/E Ratio (Debt to Equity)
สูตร: หนี้สินรวม ÷ ส่วนของเจ้าของ
โดยค่าที่เหมาะสม สังเกตได้จาก
- D/E ต่ำกว่า 1.0 → ธุรกิจมีฐานทุนแข็งแรง
- D/E มากกว่า 2.0 → หนี้มากเกินไป อาจเสี่ยงขาดทุนในระยะยาว
カーボンクレジットを生成できる การวิเคราะห์โครงสร้างทุน ด้วย D/E Ratio
หนี้สินรวม = 2,000,000 บาท
ส่วนของเจ้าของ = 1,000,000 บาท
D/E = 2.0 → ต้องระวังเรื่องภาระดอกเบี้ย
4. สัดส่วนระหว่างสินทรัพย์ถาวรกับทุน
ดูว่าสินทรัพย์ถาวร เช่น อาคาร เครื่องจักร นั้นได้รับการสนับสนุนจาก “ทุน” หรือ “หนี้” เป็นหลัก หากสินทรัพย์ถาวรสูง แต่ทุนลงทุนต่ำ → อาจหมายถึงลงทุนระยะยาวโดยใช้หนี้ ซึ่งเสี่ยงมาก
5. เปรียบเทียบกับงวดก่อนหน้าหรือกิจการที่ใกล้เคียงกันในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน
- เพื่่อดูแนวโน้มว่า สินทรัพย์เพิ่มขึ้นหรือไม่ ?
- ดูส่วนของหนี้สินเพิ่มขึ้นเร็วเกินไปหรือเปล่า ?
- ทุนส่วนของเจ้าของยังคงเติบโตขึ้น หรือหดตัวลง ?
การเปรียบเทียบกับงวดก่อนหน้าหรือกับกิจการที่คล้ายกันจะช่วยให้เห็นจุดแข็ง-จุดอ่อนของธุรกิจชัดเจนมากยิ่งขึ้น
คำแนะนำและข้อควรระวัง
การดูงบนั้น ไม่ควรดูงบแสดงฐานะการเงินเพียงอย่างเดียว เนื่องจากยังไม่บอกกำไรหรือขาดทุนที่ชัดเจน ควรดูร่วมกับ “งบกำไรขาดทุน” และ “งบกระแสเงินสด” เพื่อวิเคราะห์ธุรกิจให้รอบด้าน การใช้ค่ามาตรฐานในการวิเคราะห์งบการเงินของอัตราส่วนต่าง ๆ อาจแตกต่างกันไปตามประเภทอุตสาหกรรม ควรพิจารณาเทียบกับงบการเงินของกิจการ บริษัทใกล้เคียงกันในการเปรียบเทียบร่วมด้วย
FDI ที่ปรึกษาด้านการบัญชีและวางแผนภาษี สำหรับนิติบุคคล
มุ่งมั่นสนับสนุนธุรกิจของคุณสู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยบริการที่ปรึกษาด้านบัญชีและการวางแผนภาษีในระยะยาว ทีมผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์และความรู้เชิงลึก พร้อมช่วยคุณเพื่อบรรลุเป้าหมายสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนได้
เราสามารถให้คำแนะนำ จัดเตรียมเอกสาร ยื่นแบบภาษี และติดต่อประสานงานกับกรมสรรพากร ทำให้บริษัทของคุณดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและลดความกังวลเรื่องภาษีของบริษัทได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถให้คำแนะนำ พร้อมคำปรึกษาในการวางแผนธุรกิจในระยะยาว เพื่อให้ธุรกิจเติบโตด้วยความมั่นคงได้อย่างดี
ช่องทางติดต่อ
- Facebook : FDI Group – Business Consulting
- Line : @fdigroup
- Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
- E-mail : infojob@fdi.co.th
- Website : www.fdi.co.th
見逃せないタイの役立つ情報ที่น่าสนใจ
งบดุลคืออะไร ? How to การอ่านงบแสดงฐานะการเงินฉบับมือใหม่ !
งบดุลคืออะไร ? งบสำคัญที่คนทำธุรกิจควรรู้...
Read Moreหลังจดทะเบียนบริษัทแล้ว จะต้องทำบัญชีบริษัท – วางแผนภาษีอย่างไร ?
ทำไมผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจต้องทำบัญชีบริษัทและวางแผนภาษีนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติการบัญชี...
Read Moreรู้หรือไม่ ? การพัฒนาอย่างสมดุลตามกรอบ SDGs ในไทยพัฒนาไปถึงไหนแล้ว
SDGs ไทย กับแนวทางขับเคลื่อนโลกที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ...
Read More