FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ESG โดยที่ปรึกษาโครงการ ESG

FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ESG โดยที่ปรึกษาโครงการ ESG

ปี 2026 การทำ ESG ไม่ใช่เพียงเรื่องของภาพลักษณ์องค์กรอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อ โอกาสทางธุรกิจและความอยู่รอดขององค์กร อย่างแท้จริง เนื่องจากนักลงทุน สถาบันการเงิน ลูกค้า และคู่ค้าทั่วโลกเริ่มใช้ ESG เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ หากองค์กรไม่มีนโยบายหรือข้อมูล ESG ที่ชัดเจน อาจสูญเสียโอกาสเข้าถึงเงินทุน หลุดจากซัพพลายเชน หรือเสียความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ กฎระเบียบและมาตรฐานด้านความยั่งยืนมีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้น ทำให้องค์กรที่ไม่เตรียมพร้อมต้องเผชิญต้นทุนและความเสี่ยงที่สูงกว่า ดังนั้น ESG ในปี 2026 จึงเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างโอกาส ลดความเสี่ยง และทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

 FAQ : รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ESG และนโยบายไทยปี 2026

1) ESG คืออะไร และทำไมถึงสำคัญในปี 2026

ESG คือ กรอบแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ปี 2026 ESG มีความสำคัญมากขึ้นเพราะถูกเชื่อมโยงกับการเปิดเผยข้อมูล การประเมินความเสี่ยง และการตัดสินใจของนักลงทุน ลูกค้า และคู่ค้าอย่างเป็นรูปธรรม ที่ทุกธุรกิจต้องให้ความสำคัญในแต่ละมิติมากยิ่งขึ้น 

2) ESG จะเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชนในแต่ละอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ? 

องค์กรขนาดใหญ่จะเริ่มตั้งเงื่อนไขคู่ค้า เช่น จรรยาบรรณซัพพลายเออร์ สิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยแรงงาน และข้อมูลคาร์บอนของสินค้า/บริการ เพื่อประกอบการคัดเลือก (แม้กฎหมายไทยไม่ได้บังคับทุกอุตสาหกรรมเท่ากัน แต่แรงกดดันทางการค้ากำลังมา )

3) บริษัทที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต้องทำ ESG หรือไม่

แม้จะไม่ถูกบังคับโดยตรง แต่บริษัทนอกตลาดทุนที่เป็นคู่ค้าองค์กรใหญ่หรืออยู่ในซัพพลายเชน มักถูกขอข้อมูล ESG เพื่อประกอบการคัดเลือกและประเมินความเสี่ยง จึงควรเริ่มเตรียมระบบ ESG ตั้งแต่ปี 2026 เพื่อให้รองรับ สามารถให้ข้อมูลดังกล่าวแก่คู่ค้า รวมถึงโอกาสใหม่ในตลาดที่เพิ่มขึ้น สำหรับธุรกิจที่มีความพร้อม

4) ESG ในปี 2026 ยังเป็นเรื่องภาพลักษณ์อยู่หรือไม่ ผู้บริโภคจะมองว่าทำเพื่อการตลาดหรือไม่ ? 

มุมมองจะเปลี่ยนไปจากเดิม ESG ในปี 2026 เป็นเรื่องของโอกาสทางธุรกิจและความอยู่รอด เพราะมีผลต่อการเข้าถึงเงินทุน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และโอกาสทางการค้าในระยะยาว

5)  โอกาสทางธุรกิจ และการเงินจะเพิ่มขึ้นได้จริงหรือ ? 

ในตลาดทุนไทยเองมีการส่งเสริมการลงทุนยั่งยืนผ่านเครื่องมือ/โครงการด้านความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างต่อเนื่อง และการยกระดับข้อมูล ESG ทำให้บริษัทที่มีระบบดี “ดูน่าเชื่อถือขึ้น” ในสายตานักลงทุน จะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เรื่องของการทำ ESG ถึงไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ 

  • เพราะมาตรฐานการประเมินแบบสากล มักจะสะท้อนกลับมาถึงคู่ค้า/ซัพพลายเชน
  • บริษัทใหญ่จะเริ่มถามข้อมูล ESG ที่จัดเก็บได้จริง เพื่อประกอบการประเมิน/คัดเลือกคู่ค้ามากขึ้น 
  • ธุรกิจที่เตรียมข้อมูลและนโยบายได้ดี จะได้เปรียบในการทำตลาด B2B มากขึ้น

6) ESG ปี 2026 ในไทย จะ “เปลี่ยนเกม” ตรงไหน? สิ่งที่ต้องสนใจในบริบทไทยคืออะไรบ้าง 

ปี 2026 เป็นปีที่หลายองค์กรจะเริ่มรู้สึกว่า ESG ไม่ได้เป็นเพียงโครงการ CSR หรือเรื่องภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่กลายเป็นระบบที่เชื่อมกับการเปิดเผยข้อมูล การเข้าถึงเงินทุน ความเชื่อมั่นของลูกค้า และเงื่อนไขซัพพลายเชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะสำหรับบริษัทจดทะเบียน บริษัทที่เป็นคู่ค้าองค์กรขนาดใหญ่ และธุรกิจที่ต้องการเติบโตสู่ตลาดทุนหรือขยายต่างประเทศ และในอนาคตคาดว่าจะครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรมในเวลาอันใกล้นี้ 

สิ่งที่น่าสนใจในบริบทไทยคือ “นโยบาย/กลไก” หลายตัวเริ่มชัดขึ้นและต่อเนื่องกันมากขึ้น เช่น การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนในแบบ 56-1 One Report, การประเมิน ESG ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานสากล และทิศทางการยกระดับการเปิดเผยข้อมูลให้สอดรับมาตรฐาน ISSB (IFRS S1/S2) ในระยะถัดไป 

7) SET ESG Ratings กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ FTSE Russell ESG Scores ในปี 2026 ใช่หรือไม่ ?

คุณสิริพร สงบธรรม จังตระกุล เลขาธิการสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ได้เปิดเผยอย่างน่าสนใจว่า “นโยบายตลาดทุน” ที่น่าสนใจมากคือ การยกระดับระบบประเมิน ESG ของไทยให้เทียบเคียงสากล โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่า ปี 2568 เป็นปีสุดท้ายที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดทำ SET ESG Ratings และตั้งแต่ ปี 2569 (2026) เป็นต้นไป จะเข้าสู่กรอบการประเมินของ FTSE Russell ESG Scores มากขึ้น 

คำแนะนำวิธีเตรียม  ESG ปี 2026 ให้ “ตอบโจทย์ได้จริง”

สามารถ Checklist ใช้ในเบื้องต้น เพื่อพิจารณาว่า ธุรกิจของเรานั้นควรดำเนินการในส่วนใด หรือส่วนไหนที่ต้องเพิ่มเติมให้ครอบคลุม ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น

ขั้นที่ 1 : ตั้งเป้าหมาย “ESG Governance” ให้ชัดเจน 

    • แต่งตั้งผู้รับผิดชอบ/คณะทำงาน ESG ให้ชัดเจน
    • กำหนดบทบาทกรรมการ/ผู้บริหารในการกำกับดูแล
    • กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน กำหนดรอบรายงานผลและการอนุมัติข้อมูลก่อนเผยแพร่ 

ขั้นที่ 2 : ทำ Materiality แบบใช้งานได้

    • ระบุประเด็น ESG ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจจริง มุ่งเน้นในประเด็นหลักที่สำคัญจริงๆ เพื่อให้ขอบเขตชัดเจนมากยิ่งขึ้น
    • เชื่อมกับความเสี่ยง/โอกาสและกลยุทธ์องค์กร แนวคิดการเปิดเผยข้อมูลควรเชื่อมกับทิศทางธุรกิจและประโยชน์ต่อผู้ใช้ข้อมูล ในมิติต่าง ๆ ที่ต้องการนำเสนออย่างครบถ้วน  

ขั้นที่ 3 : วางระบบการจัดเก็บข้อมูลคาร์บอน และการใช้ทรัพยากรอื่น ๆ 

    • เพื่อให้การจัดเก็บข้อมูลครบถ้วน และสามารถจัดเก็บได้ง่ายในทุกส่วนดำเนินการไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านพลังงาน น้ำ ของเสีย การเดินทาง โลจิสติกส์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น 
    • ระบุสถานะการทวนสอบ/แผนทวนสอบให้ชัดเจน  

ขั้นที่ 4 : ทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่วัดผลได้

โดยการวัดผลที่ชัดเจน มีความโปร่งใส มีมาตรฐานที่สำคัญในการตรวจสอบ เพื่อให้ข้อมูลจากแผนดำเนินการน่าเชื่อถือ โดยวางแผนเลือกโครงการที่ “ลดต้นทุน/ลดความเสี่ยง” ได้จริง เช่น Energy efficiency, ลดของเสีย เป็นต้น

ขั้นที่ 5 : เตรียมการสื่อสารแบบไม่เสี่ยง Greenwashing

การสื่อสารที่ครบถ้วน ครอบคลุม และตรงประเด็นในทุกมิติ พร้อมสื่อสารกระชับ ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย 

โดยทั้ง 5 ขั้นตอนเป็นคำแนะนำในเบื้องต้น เพื่อ Checklist ว่าธุรกิจของเรานั้นควรดำเนินการในส่วนใด หรือส่วนไหนที่ต้องเพิ่มเติมให้ครอบคลุม

บริการที่ปรึกษาวางกลยุทธ์ในด้าน ESG 

หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาที่จะช่วยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมวางแผนกลยุทธ์ด้วยเทคนิค ประสบการณ์เชิงลึกในการให้คำปรึกษาผสานในทุกแนวทางของความยั่งยืน ที่สอดคล้องไปกับยโยบาย กลยุทธ์ คุณค่าหลักขององค์กร สามารถร่วมพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญได้ในทันที เพื่อขอดูรายละเอียดบริการ รวมถึงปรึกษาในเบื้องต้น เรามีความพร้อมที่จะให้บริการคุณในทุกเวลา 

サービス内容

  1. ESG Strategy & Roadmap
  2. Sustainability Report
  3. ESG Baseline / Gap Analysis
  4. ESG Dashboard & Data

ช่องทางติดต่อ 

  • Facebook : FDI Group – Business Consulting
  • Line : @fdigroup
  • Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
  • E-mail : infojob@fdi.co.th
  • Website : www.fdi.co.th

見逃せないタイの役立つ情報ที่น่าสนใจ

Smart Factory กับการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์และห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความเสี่ยงระดับโลก ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญกับแรงกดดันสองด้าน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านเทคโนโลยี...

Read More

ถอดบทสัมภาษณ์ : ผู้ประกอบการต้องทำรายงาน CBAM อย่างไร? เพื่อเพิ่มโอกาสแข่งขันและสร้างกำไรอย่างยั่งยืน

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลกและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมมีความเข้มข้นมากขึ้น อย่างที่เราจะเห็นได้ชัดเลยในปี 2026...

Read More