📌 สรุปสาระสำคัญ (Key Takeaways)
มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (EU CBAM) กำหนดให้ผู้ส่งออกสินค้ากลุ่มเป้าหมาย (เหล็ก อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า ไฮโดรเจน) ต้องรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อมตามระบบมาตรฐานยุโรป การไม่จัดทำข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตามเกณฑ์จะส่งผลให้ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใบรับรอง CBAM Certificate หรือถูกระงับการนำเข้า หากต้องการคำนวณและจัดทำรายงานปริมาณการปล่อยคาร์บอนตามเกณฑ์ CBAM แอด LINE ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ FDI ได้ทันที
ทำความรู้จักกับ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) หรือ มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน
สหภาพยุโรป (EU) ถือเป็นผู้นำในระดับโลกในด้านการจัดการกับ Climate Change โดยได้ตั้งเป้าหมายการเข้าสู่ Net Zero Emission ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) ดังนั้น การกำหนดมาตรการ CBAM ขึ้น ถือเป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้เร็วมากขึ้น “ CBAM ” ย่อมาจาก “Carbon Border Adjustment Mechanism” หรือ มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน เป็นมาตรการที่สหภาพยุโรป (EU) กำหนดขึ้น ซึ่งเปรียบเสมือนการเก็บภาษีสินค้านำเข้าตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
มาตรการ CBAM มีเพื่อมุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแก่ประเทศคู่ค้านอกสหภาพยุโรป จึงเป็นกลไกหนึ่งที่ทำให้มั่นใจว่าสินค้าที่นำเข้ามาในสหภาพยุโรปได้คิดต้นทุนในการปล่อยคาร์บอนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้นำเข้าจะต้องซื้อใบรับรอง CBAM (CBAM Certificate) ตามปริมาณการนำเข้าและปริมาณการปล่อยคาร์บอนของสินค้าประเภทเดียวกันที่ผลิตในสหภาพยุโรป โดย FDI มีความเห็นว่า มาตรการนี้จะช่วยผลักดันเร่งรัด ให้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเงิน เร่งปรับตัวเพื่อมุ่งเข้าสู่การเป็นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้เร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึง CBAM จะนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย
อุตสาหกรรมเป้าหมายของ CBAM 6 กลุ่มระยะเเรก มีสินค้าอะไรบ้าง ?
- อุตสาหกรรมเป้าหมาย 6 กลุ่ม ได้แก่ ซีเมนต์ ไฟฟ้า ปุ๋ย เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม และไฮโดรเจน ซึ่ง CBAM ได้เริ่มเข้าสู่ระยะเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยสินค้ากลุ่มเป้าหมาย จะต้องรายงานปริมาณการนำเข้า ปริมาณการปล่อยคาร์บอนทางตรง และทางอ้อมของสินค้า โดย CBAM มีเป้าหมายในการบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้นำเข้าจะต้อง ซึ่งผู้นำเข้าจะต้องซื้อใบรับรอง CBAM (CBAM Certificate) ตามปริมาณการนำเข้าและปริมาณการปล่อยคาร์บอนของสินค้า
การคำนวณราคาจากการคิดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า โดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่นำมาคำนวณราคา CBAM จะเรียกรวมว่า Embedded Emission ซึ่งจะคิดจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้า ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากกระบวนการผลิตของสินค้า โดยมีหน่วยเป็นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) แต่ทั้งนี้จะยกเว้นผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าที่ส่งขาย EU จะคิดเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Direct Emissions) ซึ่งมีวิธีการคิด ดังนี้
CBAM Embedded Emissions = Direct Emissions + Indirect Emissions (Electricity) + Indirect Emissions (Precursors)*GHG ทางตรง + GHG ทางอ้อมจากไฟฟ้า + GHG ทางอ้อมจากวัตถุดิบตั้งต้น*
* โดย ระเบียบ CBAM จะกำหนดไว้ว่าผลิตภัณฑ์ใดต้องพิจารณา GHG จากวัตถุดิบตั้งต้นบ้าง (Precursors)
- Direct Emissions คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงในกระบวนการผลิต เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิง การทำปฏิกิริยาในกระบวนการผลิต การกำจัดก๊าซเหลือทิ้ง เป็นต้น
- Indirect Emissions (Electricity) คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมที่เกิดจากกิจกรรมการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการผลิตสินค้า
- Indirect Emissions (Precursors) คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมที่เกิดจากการผลิตวัตถุดิบตั้งต้น ที่นำมาใช้ในการผลิตสินค้า
โดยสรุป การรายงานค่า Embedded Emissions ในช่วงเปลี่ยนผ่านทั้ง 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ จะต้องรายงานค่า Embedded ตามหลักการข้างต้น สำหรับหลังช่วงเปลี่ยนผ่าน สินค้ากลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม และไฮโดรเจน ให้คำนวณเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบทางตรง (Direct Emissions) ส่วนสินค้ากลุ่มอื่นๆ ให้คำนวณทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อม (Indirect Emissions)
ที่มาข้อมูล : องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
จากวิธีการคำนวณหาค่า Embedded Emissions ผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้ได้เพื่อให้ง่ายต่อการรวมข้อมูล เพื่อส่งให้ผู้นำเข้าสินค้านำไปส่งมอบรายงานข้อมูล (CBAM Report) ผ่านระบบ CBAM Registry ต่อไปนั่นเอง
ผลกระทบของ CBAM ต่อความท้าทายที่เกิดขึ้นกับไทย
ในปัจจุบันมาตรการ CBAM มีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน (transitional period) แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบในเรื่องของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้านการจัดทำเอกสารและตรวจสอบ ที่ต้องทำให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ได้กำหนดเอาไว้ เป็นการเพิ่มภาระในการบริหารจัดการ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการประกอบธุรกิจ แต่ผลกระทบเชิงบวก CBAM นำมาซึ่งโอกาสของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย เป็นกุญแจอีกหนึ่งดอกที่สำคัญที่จะเป็นแรงกระเพื่อมที่จะช่วยให้ทุกอุตสาหกรรมได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยคาร์บอนลง
ผลกระทบเชิงบวก
1.เร่งการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนได้เร็วมากขึ้น
กระตุ้นให้ผู้ประกอบการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดน้อยลง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายสีเขียวโดยเร็วที่สุด
2.โอกาสในการค้า เเละการลงทุนตลาดสีเขียวที่เพิ่มมากขึ้น
เนื่องจาก Embedded Emission ของ CBAM ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อม การลงทุนในตลาดสีเขียวจึงมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการขยายตลาดสู่ตลาดสีเขียว การส่งเสริมเเละพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียวทำให้เกิดโอกาสใหม่ๆที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผลกระทบเชิงลบ
- ต้นทุนการส่งออกสูงขึ้น
สินค้าส่งออกไปตลาด EU ที่เป็นอันดับต้นๆ คือ อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า (รวมถึงผลิตภัณฑ์ปลายน้ำจากเหล็ก) ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกค่อนข้างสูง มีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุดจาก CBAM เนื่องจากไทยมีการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปมาก ในส่วนนี้ ต้องมีการเพิ่มระบบบริหารจัดการ ทั้งต้นทุนทางตรงจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและต้นทุนทางอ้อมจากการวัดและรายงานการปล่อยคาร์บอน ตลอดจนเอกสารต่าง ๆ (Paper work) ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนส่งออกสูงขึ้นอย่างแน่นอน
มุมมองของ FDI : ความท้าทายธุรกิจสีเขียวกับโอกาสที่เกิดขึ้น
ผลกระทบจากมาตรการนี้ แน่นอนว่าแต่ละภาคส่วนย่อมได้รับผลกระทบในระดับที่แตกต่างกันออกไป ทั้งการพึ่งพาตลาดสหภาพยุโรปในการส่งออก ห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรม เนื่องจาก Embedded Emission ของ CBAM ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อมด้วยนั่นเอง โดยในความท้าทายนี้ผู้ประกอบการไทย ต่างต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องในทุกมิติ เพื่อเพิ่มโอกาสในการก้าวเข้าสู่ธุรกิจสีเขียวมากขึ้น
FDI ให้ความเห็นว่า แนวโน้มโอกาสทางการค้าและการลงทุนในธุรกิจสีเขียวมีมากขึ้น จากที่เห็นได้อย่างชัดเจนเเล้วว่าแนวโน้วการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อม ถ้าหากผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้ดีกว่าประเทศอื่นที่เป็นคู่แข่งได้ ก็จะสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดในสหภาพยุโรป รวมถึงประเทศอื่น ๆ ที่จะบังคับใช้ CBAM
บริการที่ปรึกษาธุรกิจสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
- บริการฝึกอบรมในด้านที่เกี่ยวกับ Carbon Management
- ให้คำปรึกษา BCG (Bio-circular-Green Economy Business Model) และ ESG ในระยะยาว
- บริการจัดทำและประเมิน Carbon Footprint and Carbon Credit
- บริการจัดทำและให้คำปรึกษา Carbon Net Zero Event
- บริการ Energy Dashboard Platform ครอบคลุม Scope 1 , 2 และ 3
หากธุรกิจของคุณมองเห็นถึงโอกาสที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกับเรา ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาธุรกิจสีเขียวร่วมกัน เพื่อสร้างความยั่งยืน และร่วมกันส่งต่อคุณค่าที่ดีให้แก่สังคม
FDI Accounting & Advisory ที่ปรึกษาทางธุรกิจอย่างครบวงจร ง่าย ครบ จบ ในที่เดียว!
連絡先
- Facebook : FDIグループ – ビジネスコンサルティング
- 行: @fdigroup
- 電話番号:02-642-6866、02-642-6869、02-642-6895
- E-mail : reception@fdi.co.th
- Website : www.fdi.co.th
記事面白い
สนใจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ FDI Accounting & Advisory
ปกป้องตลาดส่งออกยุโรปและหลีกเลี่ยงภาระค่าธรรมเนียมด้วยการจัดทำข้อมูลคาร์บอนตามข้อกำหนด CBAM ดำเนินการโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 31 ปี ติดต่อ บริการที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ESG จาก FDI Accounting & Advisory