Carbon Footprint สู่ Carbon Neutral ทิศทางที่น่าสนใจ สู่”เป้าหมาย Net Zero”
“Carbon Footprint Thailand” ประเทศไทยเดินไปถึงไหนแล้วในปี 2568 ประเทศไทยมีเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) อย่างชัดเจน จากกรอบ นโยบายในการเร่งดำเนินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ.2608 และการวางมาตรการลดคาร์บอนในระดับชาติ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาข้อมูลล่าสุดยังพบสถานการณ์ที่ท้าทายและต้องเร่งดำเนินการในด้านต่าง ๆ เป้าหมายด้านการลดคาร์บอนของประเทศไทย รัฐบาลไทยได้แถลงเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นทางการภายใต้กรอบ Nationally Determined Contributions (NDC) และ Long-term Low Emission Development Strategy (LT-LEDS) ได้แก่: ลดการปล่อย GHG ให้ได้อย่างน้อย 30-40% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับแนวโน้ม BAU (Business as Usual) มุ่งสู่การเป็นประเทศ Net Zero ภายในปี 2065 เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็น 37% ภายในปี 2037 (ตามแผน AEDP) อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายเหล่านี้จำเป็นต้องเร่งออกกฎหมาย เช่น ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดมาตรฐานการรายงาน GHG และกลไกราคา เช่น carbon tax หรือ Emissions Trading System (ETS) ความเคลื่อนไหวภาคธุรกิจไทยในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ในภาคเอกชน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนในรายงานความยั่งยืน โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET100 และ ESG100 ที่ต้องรายงานข้อมูล Scope 1, Scope 2 และบางส่วนของ Scope 3 ภายในปี 2567 ขณะเดียวกัน มีบริษัทไทยหลายแห่งได้รับฉลาก “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) และเริ่มลงทุนในโครงการชดเชยคาร์บอน เช่น ปลูกป่า พลังงานชีวมวล และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเกิดผลลัพธ์เชิงยั่งยืน เป็นที่ประจักษ์ แสดงให้เห็นว่าองค์กรต่าง ๆ นั้น ต่างเริ่มให้ความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นแล้ว ในปี 2568 ประเทศไทยยังคงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจคาร์บอนสูงไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว แม้คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของประเทศจะยังไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็มีแนวโน้มที่ดีจากการดำเนินนโยบาย การลงทุนของภาคธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย […]