ต่างชาติจดทะเบียนบริษัทในไทยถือหุ้น 100% ได้หรือไม่ ? ทำไมต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ !

ต่างชาติจดทะเบียนบริษัทในไทยถือหุ้น 100% ได้หรือไม่ ? ทำไมต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ !

นักลงทุนต่างชาติที่ให้ความสนใจเข้ามาทำธุรกิจในไทย ด้วยศักยภาพด้านทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน และโอกาสทางธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม คำถามที่พบบ่อยสำหรับผู้ลงทุนคือ  “ต่างชาติจดทะเบียนบริษัทในไทย ต้องมีที่ปรึกษาหรือไม่ ? ”

สำหรับคำตอบในทางปฏิบัติ คือ การมีที่ปรึกษาไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะด้านเอกสาร การดำเนินการยื่นขอ รวมถึงคำแนะนำการดำเนินธุรกิจ และทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้จริงในระยะยาว โดยในบทความนี้จะอธิบายเหตุผลเชิงลึกว่าทำไมการจดทะเบียนบริษัทในไทยสำหรับชาวต่างชาติ จึงควรมีที่ปรึกษามืออาชีพเข้ามาช่วยดูแลตั้งแต่เริ่มต้น 

ใครบ้างถือเป็นคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542  

  1. บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย 
  2. นิติบุคคลซึ่งไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย 
  3. นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งเป็นของบุคคลหรือนิติบุคคล ตาม (1) หรือ (2) 
  4. นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งเป็นของ (1) (2) หรือ (3) 

 

ทำความเข้าใจ ต่างชาติจดทะเบียนบริษัทในไทยได้หรือไม่ ?

คำตอบคือ “ได้” แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายไทย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (Foreign Business Act: FBA)

กฎหมายฉบับนี้เป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดเอาไว้ว่า

  • ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้กี่เปอร์เซ็นต์
  • ธุรกิจประเภทใดที่ทำได้หรือทำไม่ได้
  • กรณีธุรกิจใดที่ต้องมีการขอใบอนุญาตเพิ่มเติม

ดังนั้น การจดทะเบียนบริษัทของชาวต่างชาติ ไม่ใช่แค่ขั้นตอนทางเอกสาร แต่เป็นเรื่องของการวางโครงสร้างธุรกิจให้ถูกต้องตามกฏหมายตั้งแต่เริ่มต้น

 

ต่างชาติจดทะเบียนบริษัทในไทย ไม่ใช่แค่เรื่องยื่นเอกสารเพียงอย่างเดียว 

หลายคนเข้าใจว่าการจดทะเบียนบริษัท เป็นเพียงขั้นตอนทางเอกสาร เช่น การจองชื่อบริษัท ยื่นแบบคำขอ และจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ ยื่นเสร็จก็รอรับการอนุมัติได้เลย แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น การจดทะเบียนบริษัทของชาวต่างชาติในไทยเกี่ยวข้องกับ กฎหมายเฉพาะ โครงสร้างผู้ถือหุ้น และเงื่อนไขการดำเนินธุรกิจ ที่ซับซ้อนกว่าบริษัททั่วไป เพราะมีชาวต่างชาติมาเกี่ยวข้อง

ในประเทศไทยมีกฎหมายหลัก คือ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Act : FBA) ซึ่งกำหนดข้อจำกัดด้านสัดส่วนการถือหุ้นและประเภทธุรกิจที่สามารถทำได้และทำไม่ได้สำหรับชาวต่างชาติ โดย FBA แบ่งประเภทธุรกิจออกเป็นหลายบัญชี และแต่ละบัญชีมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ธุรกิจบริการจำนวนมากที่ต่างชาตินิยมทำในไทย เช่น ที่ปรึกษา ไอที การจัดการ หรือบริการสนับสนุนทางธุรกิจ มักเข้าข่ายธุรกิจที่ต้องพิจารณาเรื่องใบอนุญาตเพิ่มเติม

รู้หรือไม่ ? FBA แบ่งประเภทธุรกิจออกเป็น 3 บัญชีหลัก ได้แก่ 

  • บัญชี 1 : ธุรกิจที่ห้ามต่างชาติทำโดยเด็ดขาดด้วยเหตุผลพิเศษ เป็นธุรกิจที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยสิ้นเชิง เช่น ธุรกิจหนังสือพิมพ์, การทำสวน, เลี้ยงสัตว์, การทำนา, การประมง (บางประเภท), และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น.
  • บัญชี 2 : ธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี ตัวอย่าง: ธุรกิจที่เกี่ยวกับกิจการเกี่ยวกับความมั่นคง, กิจการท่องเที่ยว (บางส่วน), ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ
  • บัญชี 3 : ธุรกิจที่คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขัน  เช่น บริการให้คำปรึกษาด้านการจัดการ, บริการด้านกฎหมาย, บริการบัญชี, บริการก่อสร้าง (บางประเภท) 

 

ทุนขั้นต่ำที่ต้องมี สําหรับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองและเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติ           

(1) ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองตามสนธิสัญญาต้องมีทุนขั้นตํ่าไม่น้อยกว่า 25% ของ ค่าเฉลี่ยต่อปี ของประมาณการรายจ่ายสามปี  

ยกตัวอย่างเช่น ประมาณการรายจ่ายโดยเฉลี่ยต่อปีของประมาณการรายจ่าย 3 ปี เท่ากับ 140 ล้านบาท ทุนขั้นตํ่าจะเท่ากับ 35 ล้านบาท ดังนั้น ถ้าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยที่ทุนจดทะเบียนไม่ ถึง 35 ล้านบาท ต้องมีการเพิ่มทุน ถ้าไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทยต้องนําเงินเข้ามา 35 ล้านบาท         

(2) ผู้ได้รับหนังสือรับรองตามบัตรส่งเสริมไม่ต้องมีทุนขั้นตํ่า

(3) ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตนั้นจะมีเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติ  เช่น 

3.1 ทุนที่นำเข้ามาต้องดำรงไว้ตลอดเวลาที่ประกอบธุรกิจ

3.2 กรรมการผู้รับผิดชอบนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในไทยอย่างน้อยหนึ่งคน เป็นต้น 

(4) ผู้ได้รับหนังสือรับรองตามบัตรส่งเสริมต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัตรส่งเสริมการลงทุน 

        ทั้งนี้ในส่วนของทุนขั้นต่ำ ยังมีข้อกำหนด และมีระบุรายละเอียดอื่น ๆ  เพิ่มเติม โดยสามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญอย่าง FDI ได้เลยทันที           

 

ที่ปรึกษาด้านธุรกิจอย่าง FDI จะสามารถแนะนำได้ว่า

  • วิเคราะห์ว่าธุรกิจเข้าข่ายต้องขออนุญาตหรือไม่ โดยพิจารณาเบื้องต้นจากลักษณะธุรกิจ เป้าหมายการลงทุน และโครงสร้างผู้ถือหุ้น หากเข้าข่ายต้องขออนุญาตในรูปแบบใด เช่น  FBL, FBC หรือ BOI เพื่อเลือกแนวทางที่ถูกต้องและมีโอกาสยื่นขอสำเร็จมากที่สุด
  • การช่วยประเมินความเสี่ยงด้านกฎหมายล่วงหน้าให้เป็นไปอย่างถูกต้องและครบถ้วน  
  • ออกแบบโครงสร้างบริษัทให้สอดคล้องกับกฎหมายตั้งแต่แรก รวมถึงให้คำแนะนำด้าน Visa และ Work Permit สำหรับต่างชาติที่ต้องเป็นไปตามกฏหมายระบุไว้ 
  • วางแผนการดำเนินการตั้งแต่จดทะเบียน สรรหาพนักงาน วางระบบบัญชีและภาษี รวมถึงบริการด้านอื่น ๆ ที่ครบวงจรในที่เดียว ง่ายและสะดวกที่สุด

 

ทำไมต่างชาติจดทะเบียนบริษัทในไทย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่าง FDI Group

FDI Group เป็นที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ด้านการดูแลนักลงทุนต่างชาติในไทย และคนไทยที่ประกอบธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม มีความครอบคลุมทั้ง

  • การจดทะเบียนบริษัท การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
  • การวางโครงสร้างผู้ถือหุ้นตาม FBA 
  • การยื่นขอใบอนุญาตต่าง ๆ เช่น  FBL / FBC / BOI 
  • การดำเนินการด้าน Visa และ Work Permit ที่ครบวงจร
  • การวางระบบบัญชี ภาษี รวมถึงตรวจสอบระบบภายในครบวงจร
  • การจัดสรรระบบ HR สรรหาพนักงานด้วยผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์

FDI Group เป็นบริษัทที่ให้บริการแบบ One-stop Service Advisor ที่ช่วยให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มต้นธุรกิจในไทยได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับกฎหมายในทุกขั้นตอน ที่จะทำให้คุณมั่นใจได้จริงว่า ในทุกการดำเนินงานนั้นจะเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง ในราคาที่เหมาะสม 

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นใจ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่าง FDI Group คือก้าวแรกที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างปลอดภัยและมีทิศทางที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก ร่วมพูดคุยกับเรา เพื่อรับคำปรึกษาได้เลยตอนนี้ 

ช่องทางติดต่อ 

  • Facebook : FDI Group – Business Consulting
  • Line : @fdigroup
  • Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
  • E-mail : infojob@fdi.co.th
  • Website : www.fdi.co.th