10 วิธีลดก๊าซเรือนกระจกและประหยัดพลังงานง่ายๆ คุณก็ทำได้ในทันที

10 วิธีลดก๊าซเรือนกระจกและประหยัดพลังงานง่ายๆ คุณก็ทำได้ในทันที

ทำไมต้องลดก๊าซเรือนกระจก? มีความสำคัญอย่างไร

อย่างที่เราคุ้นเคยและเข้าใจในเนื้อหาของการลดโลกร้อนที่นานาประเทศมีการรณรงค์ ร่วมมือกัน เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายการการลดก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน สภาพอากาศสุดขั้ว ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ สุขภาพ และความมั่นคงด้านอาหารทั่วโลก ปัญหานี้ไม่สามารถแก้ได้ด้วยภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งเพียงลำพัง จึงจำเป็นต้องอาศัย ความร่วมมือพร้อมกันของธุรกิจ คนทั่วไป และภาครัฐ อย่างเร่งด่วน สำหรับภาคธุรกิจ การลดการปล่อยคาร์บอนช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ต้นทุนพลังงาน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ขณะที่คนทั่วไปมีบทบาทสำคัญผ่านพฤติกรรมการใช้พลังงาน การเดินทาง การบริโภค และการจัดการขยะ ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นพร้อมกันในวงกว้างจะสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนภาครัฐมีหน้าที่กำหนดนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และแรงจูงใจเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ดังนั้น การร่วมมือกันลดก๊าซเรือนกระจกจึงไม่ใช่เพียงการปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่คือการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และอนาคตที่ยั่งยืนของมนุษยชาติในระยะยาว

รู้หรือไม่.. ก๊าซเรือนกระจกมีกี่ชนิด ?

ก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศมีหลายชิดด้วยกัน ทั้งก๊าซเรือนกระจกที่มีอยู่ในธรรมชาติและก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งสำหรับโครงการ T-VER ที่เกี่ยวข้องกับบริการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของเอฟ ดี ไอ จะพิจารณาก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด 7 ชนิด ได้แก่ 1) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) , 2)ก๊าซมีเทน (CH4) , 3) ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) , 4) ก๊าซไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) , 5) ก๊าซเปอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFC) ,  6) ก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6) , 7) ก๊าซไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ (NF3)

ทำไมเราต้องลดก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่วันนี้

ก๊าซเรือนกระจก เป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลให้เกิด

  • อุณหภูมิโลกสูงขึ้น เกิดภาวะโลกเดือด
  • สภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงขึ้น ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงอย่างหนัก ส่งผลกระทบวงกว้างต่อธรรมชาติ มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ 
  • น้ำท่วม ภัยแล้ง และไฟป่าเพิ่มขึ้น
  • กระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงด้านอาหาร

การลดก๊าซเรือนกระจกจึงไม่ใช่เพียงการ “ช่วยโลก” แต่คือการ ปกป้องคุณภาพชีวิตของเราทุกคนในระยะยาวอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น  

ในบทความนี้จึงรวบรวม 10 วิธีลดก๊าซเรือนกระจกที่ทำได้จริงจากที่บ้าน เพื่อให้ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกได้ทันที ด้วยวิธีการง่ายๆ 

1. การใช้เครื่องปรับอากาศและตั้งอุณหภูมิแอร์อย่างเหมาะสม

เครื่องปรับอากาศเป็นแหล่งใช้พลังงานสูงในบ้าน การตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ 

2. ปิดไฟและถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งาน

ไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล การใช้ไฟเกินความจำเป็นจึงเสมือนการเพิ่มการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น สิ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆ เช่น 

  • ปิดไฟทันทีเมื่อออกจากห้อง
  • ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้
  • ใช้ปลั๊กพ่วงแบบมีสวิตช์ตัดไฟ

3.เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED และเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานมากขึ้น

ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะช่วยให้เราใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลง ซึ่งหลอด LED จะใช้ไฟน้อยกว่าหลอดแบบเดิมหลายเท่า  และเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 จะช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาวได้ดีมากยิ่งขึ้น 

4.ใช้รถสาธารณะ และลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวเมื่อไม่จำเป็น

ภาคการขนส่งเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด คาร์บอนจากการใช้รถยนต์ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกซึ่งทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น ใช้การเดินหรือปั่นจักรยานในระยะใกล้ ปรับเปลี่ยนมาใช้ขนส่งสาธารณะในการเดินทางที่สะดวกมากขึ้น หรือไปทางเดียวกันไปด้วยกันในวันที่ไม่เร่งรีบ (Carpool) 

5.การแยกขยะและลดขยะอินทรีย์

ขยะอาหารในหลุมฝังกลบจะปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งรุนแรงต่อโลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์หลายเท่า ด้วยเหตุนี้จึงควรแยกขยะด้วยการบริหารจัดการที่ดีตั้งแต่ต้นทาง เช่น แยกเศษอาหารจากขยะทั่วไป , การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร พืชผักที่เน่าเสีย หรือใช้วิธีการคำนวณการรับประทานอาหารให้เหมาะสม ไม่เหลือทิ้ง 

6.ลดการใช้พลาสติกครั้งเดียว  (Single-use plastic)

ลดการเกิดขยะจากพลาสติกที่ใช้แบบครั้งเดียวแล้วทิ้ง  ทำได้ง่ายๆ ด้วยการพกถุงผ้า แก้วน้ำ กล่องอาหาร และช้อนส้อมส่วนตัว ปฏิเสธถุงพลาสติกและหลอดเมื่อไม่จำเป็น เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้หรือย่อยสลายได้ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะ ช่วยสิ่งแวดล้อม และประหยัดค่าใช้จ่าย

7.ใช้พลังงานหมุนเวียน พลังงานสะอาดให้มากขึ้นเมื่อมีโอกาส เช่น 

  • ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell): เป็นวิธีที่นิยมที่สุดในไทยเพราะมีแดดตลอดปี สามารถติดตั้งบนหลังคาบ้าน (Rooftop) เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้งานเอง ช่วยลดค่าไฟรายเดือนและลดการใช้พลังงานฟอสซิล
  • ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าและหลอดไฟประหยัดพลังงาน: เปลี่ยนมาใช้หลอด LED ที่ประหยัดไฟกว่าหลอดไส้ทั่วไป และเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
  • การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV): ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ลดมลพิษทางอากาศและเสียงในเมือง

8.เพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน

การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านช่วยลดโลกร้อนได้โดยตรง จากการที่ต้นไม้ทำหน้าที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจน ช่วยลดอุณหภูมิรอบบ้านได้ดีมากขึ้น จากร่มเงาและลดการสะสมความร้อนของพื้นผิว อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานจากการลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และช่วยกรองฝุ่นละอองได้ด้วย

9.การเลือกสนับสนุนธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมีผลต่อทิศทางตลาด การเลือกใช้สินค้าและบริการจากบริษัทที่มีนโยบาย ลดคาร์บอน ใช้วัสดุยั่งยืน หรือดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG จะช่วยผลักดันให้ภาคธุรกิจเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในวงกว้าง

10.ชวนคนรอบตัวทำไปด้วยกัน

การชวนคนรอบตัวทำกิจกรรมลดโลกร้อน ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ทันทีโดยเริ่มจากสิ่งที่ทำได้จริงร่วมกัน เช่น ลดการใช้พลาสติก พกถุงผ้า ปิดไฟเมื่อไม่ใช้ ใช้ขนส่งสาธารณะ ปลูกต้นไม้ และแยกขยะ ซึ่งนอกจากลดการปล่อยคาร์บอนแล้ว ยังช่วยสร้างวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นจริงในสังคมใกล้ตัวคุณได้ เช่น 

  • พกถุงผ้า/แก้วส่วนตัว: ชวนเพื่อนหรือครอบครัวงดรับถุงพลาสติกและแก้วพลาสติก โดยเริ่มจากการพกถุงผ้าและกระบอกน้ำส่วนตัว
  • แยกขยะและรีไซเคิล: ชวนทำถังแยกขยะเศษอาหาร พลาสติก และกระดาษ เพื่อให้นำไปกำจัดหรือรีไซเคิลได้อย่างถูกต้อง

จากทั้ง 10 ข้อที่กล้าวมาข้างต้น การลดก๊าซเรือนกระจกไม่ใช่เรื่องไกลตัว ในระดับบุคคลก็สามารถเริ่มทำได้ และไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่ เพียงเริ่มจากการประหยัดพลังงาน ลดการใช้รถยนต์ ปรับพฤติกรรมการกิน จัดการขยะ และเลือกซื้ออย่างมีสติ ก็สามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ในทุกวัน

สุดท้ายนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “อย่ารอให้พร้อมที่สุด  แต่ให้เริ่มจากสิ่งเล็กที่สุด…ตั้งแต่วันนี้” เพราะทุกก้าวเล็ก ๆ ของเรา คือความหวังที่ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ ในการลดภาวะโลกเดือดให้เกิดความยั่งยืนต่อทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกโบนี้ได้ดีมากยิ่งขึ้น 

ช่องทางติดต่อ 

  • Facebook : FDI Group – Business Consulting
  • Line : @fdigroup
  • Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
  • E-mail : infojob@fdi.co.th
  • Website : www.fdi.co.th

 

บทความที่น่าสนใจ