กุญแจสู่ความยั่งยืนในธุรกิจยุคใหม่ ต้องทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร เปลี่ยนองค์กรสู่ความยั่งยืน
ในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก ธุรกิจต่าง ๆ ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับความคาดหวังของสังคมที่มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการดำเนินกิจการภายใต้ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำธุรกิจที่ส่งผลดีต่อสังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อกำหนด นโยบาย กฏหมายจากภาครัฐ ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กร สามารถก้าวสู่ความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม นั่นก็คือ การทำ คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (Carbon Footprint for Organization) ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นโอกาสใหม่ที่ดีในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ
“การทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นในธุรกิจยุคใหม่ องค์กรที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนจะได้รับผลประโยชน์ทั้งด้านการเงินและภาพลักษณ์ พร้อมก้าวสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกับโลกใบนี้”
คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรคืออะไร?
คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร หมายถึง การวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas – GHG) จากกิจกรรมทั้งหมดขององค์กรในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยครอบคลุมกิจกรรมหลัก เช่น การใช้พลังงาน การจัดการของเสีย และการขนส่ง การทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ช่วยให้องค์กรทราบถึงแหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซและสามารถกำหนดเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อ่านต่อ บริการด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก
ทำไมองค์กรต้องทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จำเป็นหรือไม่ที่ต้องทำ ?
ถ้าในสถานการณ์ปัจจุบันก็ต้องบอกว่ามีความจำเป็นที่ธุรกิจต้องทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ส่งออกสินค้าไปสหภาพยุโรป ในกลุ่ม ซีเมนต์ ไฟฟ้า ปุ๋ย เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม และไฮโดรเจน รวมถึงภาคพลังงาน เกษตร และที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อลดการกีดกันทางการค้า รวมถึงโอกาสทางธุรกิจอีกมากมาย ในความจำเป็นสรุปได้ 5 ข้อหลักๆ คือ
1.การปฏิบัติตามข้อกำหนด นโยบาย กฏหมาย
สอดคล้องกับข้อกำหนดนโยบายของระเทศไทย ที่มุ่งเข้าสู้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065 และองค์กรธุรกิจ เตรียมรับมือกับ พรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ ภาษีคาร์บอน รวมไปถึงมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรป
2.ลดการกีดกันทางการค้า หรือ การเสียภาษีส่งออกในอัตราที่สูง
ธุรกิจที่มีการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศจำเป็นต้องทำทั้งคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์และองค์กร เนื่องจากลดการกีดกันมาตรการทางการค้าจากนานาประเทศที่ใช้มาตรการนี้ เช่น CBAM
3.การสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคม
ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์แสดงถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นการสร้างโอกาสเติบโตของธุรกิจในอนาคต เพราะถ้าโลกนี้อยู่ได้ ธุรกิจก็ไปต่อได้เช่นกัน
4.การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
การวิเคราะห์การปล่อยคาร์บอนช่วยให้องค์กรระบุจุดที่สิ้นเปลืองพลังงานและทรัพยากร ซึ่งนำไปสู่การลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ
5.สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในการเข้าสู่ตลาดสีเขียว
การมุ่งสู่ความยั่งยืนช่วยเปิดประตูสู่ตลาดที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เช่น ตลาดสินค้าสีเขียว (Green Products) และโครงการความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม
ความท้าทายและโอกาสในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
หากพูดกันในประเด็นความท้าทายของการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในองค์กร แม้ว่ากระบวนการนี้จะนำไปสู่ประโยชน์มากมายในด้านความยั่งยืนและโอกาสทางธุรกิจ แต่ก็มีความท้าทายหลายเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ทั้งด้าน การจัดการวางแผนที่ต้องครอบคลุมในทุกมิติ ตอบโจทย์ สอดคล้องไปกับนโยบายบริษัท การปรับรูปแบบการดำเนินงานทั้งองค์กร ซึ่งถือเป็นความท้าทายในการจัดการที่องค์กรต้องเผชิญ ซึ่งเราจะพูดถึงประเด็นนี้ รวมถึงแนวทางการแก้ไข เพื่อให้องค์กรที่สนใจได้นำไปปรับใช้ได้จริง
1.ความซับซ้อนของกระบวนการเก็บข้อมูล
การเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกกิจกรรมขององค์กร เช่น การใช้พลังงาน การขนส่ง หรือการจัดการของเสีย ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อน โดยเฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีกิจกรรมหลากหลาย และมีห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนกัน
แนวทางแก้ไข:
- ใช้ระบบหรือซอฟต์แวร์ที่สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างอัตโนมัติ
- ให้ความรู้และอบรมทีมงานเพื่อเพิ่มความเข้าใจในกระบวนการเก็บข้อมูล เพื่อให้พนักงานในทุกระดับในองค์กรมองเห็นเป้าหมาย มีความเข้าใจลึกซึ้งในประเด็นนี้ เพื่อให้เกิดการทำงานที่ตรงจุด ตอบโจทย์ธุรกิจ อย่างยั่งยืนในระยะยาวได้
2. ขาดความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
องค์กรบางแห่งอาจขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการคำนวณและการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ รวมถึงการใช้มาตรฐานสากล เช่น ISO 14064 หรือ GHG Protocol
แนวทางแก้ไข:
- จัดอบรมหรือส่งบุคลากรเข้าร่วมหลักสูตรเฉพาะทางโดยใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษา
- การจ้างที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกเพื่อช่วยนำกระบวนการไปปฏิบัติ
FDI ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ติดต่อเรา !!
3. ต้นทุนในการดำเนินการ
การทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์มักต้องใช้งบประมาณในด้านการเก็บข้อมูล การจัดทำรายงาน และการลงทุนในเทคโนโลยีหรือโครงการลดการปล่อยก๊าซ ซึ่งอาจเป็นภาระสำหรับองค์กรขนาดเล็กหรือองค์กรที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ในส่วนนี้สามารถชักชวนคู่ค้าที่มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจ ส่งเสริมการดำเนินงานด้าน ESG เพื่อความยั่งยืนในการร่วมทุน ก็จะสามารถระดมทุนให้การดำเนินงานในการทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้ราบรื่นต่อได้
แนวทางแก้ไข:
- เริ่มต้นจากการประเมินในระดับเล็ก ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ ขยายขอบเขตเมื่อองค์กรมีความพร้อม
- มองหาสนับสนุนทางการเงินจากหน่วยงานรัฐบาลหรือโครงการสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ
4. การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร สร้างความเข้าใจที่ตรงกัน โดยมีการกำหนดเป้าหมายร่วมกันอย่างตรงจุดและชัดเจน
การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่ายในองค์กร ตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงพนักงานระดับปฏิบัติการ การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานและทัศนคติของพนักงานอาจเป็นเรื่องท้าทาย
แนวทางแก้ไข:
- สร้างความตระหนักรู้ผ่านการอบรมและการสื่อสารภายในองค์กร การทำแบบทดสอบต่าง ๆ ที่สามารถวัดผลได้
- ส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน เช่น การปลูกต้นไม้หรือการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ หรือ การทำกิจกรรมเพื่อสังคม ชุมชน ร่วมกัน โดยทำโครงการที่มีส่วนร่วมระหว่างชุมชน องค์กร ในระยะยาว
5. การจัดการกับความไม่แน่นอนทางกฎหมายและนโยบาย
การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละประเทศอาจส่งผลต่อแนวทางการดำเนินงานขององค์กร เช่น การกำหนดอัตราภาษีคาร์บอนหรือข้อกำหนดการลดก๊าซเรือนกระจก
แนวทางแก้ไข:
- ติดตามข่าวสารและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด
- วางแผนการดำเนินงานที่ยืดหยุ่นเพื่อปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลง
- มีที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
6. ความซับซ้อนในการเก็บข้อมูลของห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง เรื่องของการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น นักลงทุน ลูกค้า หรือชุมชน ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานกับการจัดหาวัตถุดิบ การขนส่ง และการผลิตสินค้า อาจทำให้การวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรเป็นเรื่องยุ่งยากมีความซับซ้อนในการเก็บข้อมูล โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์หลายรายในการทำงาน อาจเป็นเรื่องท้าทายหากข้อมูลไม่ชัดเจน ไม่ครบถ้วน หรือสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เข้าใจได้ไม่ตรงกัน
แนวทางแก้ไข:
- สื่อสารและร่วมมือกับซัพพลายเออร์เพื่อรวบรวมข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- เลือกซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่ตรวจสอบได้
- จัดทำรายงานที่โปร่งใสและเข้าใจง่าย โดยใช้รูปแบบกราฟิกหรือสถิติที่เป็นมิตรต่อผู้อ่าน
- เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมในโครงการลดคาร์บอนขององค์กร
แม้ว่าการทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรจะมาพร้อมกับความท้าทายหลายประการ แต่อุปสรรคเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบ การมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ และการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม การเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้จะนำไปสู่ความยั่งยืนและการเติบโตที่มั่นคงขององค์กรในอนาคต
โอกาสของธุรกิจในภาพรวม จากการทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
จริง ๆ แล้ว ในปัจจุบันนี้ ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ที่ให้องค์กรเริ่มปรับตัว เริ่มดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคสมัครใจ ยังไม่ได้มีกฏหมายภาคบังคับในเรื่องของการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์แบบภาคบังคับ ซึ่งข้อกฏหมายยังอยู่ในร่าง พ.ร.บ. อันจะนำมาสู่การบังคับใช้ในอนาคตอันใกล้นี้ การทำCarbon Footprint for Organizationis not merely a requirement for environmental responsibility, but also opens up numerous opportunities for organizations in terms of business operations, image building, and sustainable development. Every organization should seize this opportunity to ensure long-term sustainability for their business.
1.ส่งเสริมความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์องค์กรจากคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงผู้บริโภค
Demonstrating commitment to reducing the carbon footprint can enhance an organization’s credibility in the eyes of consumers, investors, and business partners. Organizations that are environmentally responsible are often perceived as modern and socially conscious, which helps create a competitive advantage in the market.
2. ทำให้ทราบจุดสิ้นเปลือง เน้นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
Carbon footprint helps organizations identify areas of energy or resource inefficiency, such as electricity usage, waste management, or transportation. Reducing carbon emissions can significantly lower long-term costs.
3. เพิ่มโอกาสสู่ตลาดใหม่ หรือ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยั่งยืน
Markets that prioritize sustainability, such as green product markets and international carbon reduction initiatives, are growing rapidly. Having clear carbon footprint data enables an organization’s products and services to better meet the demands of these markets.
4. Facilitates access to funding sources and support programs from both public and private sectors, domestically and internationally.
Many investors and financial institutions place importance on businesses with sustainability practices. Conducting a carbon footprint assessment helps organizations gain recognition from ESG-focused investors (Environmental, Social, and Governance) and provides easier access to funding sources that support carbon reduction projects.
5. Preparing to Comply with Environmental Regulations
In many countries, measures and regulations on greenhouse gas reduction are becoming increasingly stringent. Conducting a carbon footprint assessment enables organizations to prepare for and adapt smoothly to these policies, reducing future compliance risks. In other words, starting early gives a competitive advantage.
6. เสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร
Organizations that demonstrate environmental responsibility are often sought after by business partners with similar values. Transparency in carbon reduction helps build strong and sustainable business relationships.
7. Driving Innovation and Technology Development
Reducing the carbon footprint serves as a driving force for innovation within organizations, such as developing products that consume less energy, adopting green technologies, or improving production processes to be more efficient.
ตัวอย่างความสำเร็จขององค์กรแบรนด์ใหญ่ ที่ทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์
- Unilever: ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน ทำให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคและเพิ่มยอดขายสินค้า
- Google: ลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและเป็นองค์กรที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Carbon Neutral) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสีเขียวในทุกระดับของการดำเนินงาน
การทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ ลดต้นทุน และขยายตลาด การก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งความยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นโอกาสที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม
องค์กรชั้นนำที่ประสบผลสำเร็จในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
โดยใช้บริการจาก FDI ให้เป็นที่ปรึกษาในการทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรในรอบปี 2567 ที่ผ่านมา ที่มีการขึ้นทะเบียนสำเร็จแล้ว
จากการประกาศผลการขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอน ได้รับเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ที่ให้การรับรองมาตรฐานโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปรับองค์กร ในการทำเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ร่วมถึงการมองเห็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของตลาดสีเขียว โดยได้ให้ FDI Group ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน มีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษา การทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร และการขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอน เราขอแสดงความยินดีกับทั้ง 4 บริษัทในความสำเร็จครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง
จากการเริ่มให้บริการในด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ในปี 2023 เป็นต้นมา FDI ได้ให้คำปรึกษาไปแล้วกว่า 70 โครงการ และอีกกว่า 50 บริษัทที่ได้แสดงเจตนารมย์มุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในขั้นตอนดำเนินการในปี 2568 เป็นต้นไป โดยแบ่งออกได้ 3 กลุ่มในการดำเนินการไม่ว่าจะเป็น
1. Companies receiving training services to prepare internally for conducting Carbon Footprint assessments of organizations and products (Self-declaration).
2. Companies currently in the process of data collection and assessment preparation (on process to certify).
3. Companies that have already been certified (Certified).
In our carbon management services, we are committed to providing consulting for every business to grow sustainably while caring for the environment. Our goal is to pass on sustainability to both the environment and society, as well as to support long-term business operations.
FDI Accounting & Advisory,
Comprehensive business consulting services!
FDI Group invites all organizations to set goals and drive toward Net Zero, working together to create a green world and ensure business sustainability.
🌐Website : www.fdi.co.th
📞 Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
E-mail : reception@fdi.co.th
Facebook : FDI Group – Business Consulting
Line Official : @fdigroup
BlogArticles
Smart Factory กับการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์และห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความเสี่ยงระดับโลก ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญกับแรงกดดันสองด้าน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านเทคโนโลยี...
Read Moreถอดบทสัมภาษณ์ : ผู้ประกอบการต้องทำรายงาน CBAM อย่างไร? เพื่อเพิ่มโอกาสแข่งขันและสร้างกำไรอย่างยั่งยืน
ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลกและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมมีความเข้มข้นมากขึ้น อย่างที่เราจะเห็นได้ชัดเลยในปี 2026...
Read Moreต่างชาติจดทะเบียนบริษัทในไทยถือหุ้น 100% ได้หรือไม่ ? ทำไมต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ !
นักลงทุนต่างชาติที่ให้ความสนใจเข้ามาทำธุรกิจในไทย ด้วยศักยภาพด้านทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน...
Read More

