บทความใบอนุญาต

FDI Group บริษัทรับทํา Visa work permit ในไทย บริการครบวงจรในที่เดียว

มีพนักงานต่างชาติ หรือหุ้นส่วนธุรกิจเป็นต่างชาติ ต้องยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน แต่ทำไม่เป็น ทำอย่างไรดี ?  ไม่ต้องกังวล! เพียงคุณปรึกษาเรา เรามีคำตอบในคำถามที่คุณสงสัยอยู่  สำหรับการทำวีซ่าและใบอนุญาตทำงานในไทยไม่ยากอย่างที่คิด เพียงคุณปรึกษา FDI เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษากับทุกท่านไม่ว่าองค์กร หรือบุคคลทั่วไป เราก็พร้อมให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญในราคาที่เหมาะสม  เราให้บริการในการเป็นตัวแทนยื่นขอวีซ่า และใบอนุญาตทำงานให้กับบริษัทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลทั่วไปหรือสำนักงานตัวแทน  ธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริม BOI , FBL ดำเนินการเปลี่ยนวีซ่าแต่ละประเภทของต่างชาติในไทย ให้คำปรึกษาการจดจัดตั้งบริษัทต่างชาติถือหุ้นข้างมาก บริการงานด้านบัญชีและภาษี รวมถึงบริการด้านอื่นๆ ครบวงจร เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญให้บริการด้วยประสบการณ์ของ FDI ที่มากกว่า 30 ปี การันตีความมั่นใจ ในความถูกต้อง ราบรื่น รวดเร็วด้วยประสบการณ์เชิงลึก ขั้นตอนง่ายๆ ที่ FDI ให้บริการ 1.พูดคุยปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนการดำเนินการ 2.ชำระค่าดำเนินการ โดยแบ่งการชำระเป็น 2 งวดหรือชำระเต็มเพื่อดำเนินการ 3.การนัดหมายจัดส่งเอกสารทุกรายการ เพื่อให้ทางผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบควมถูกต้อง แนะนำการเตรียมเอกสารเพิ่มเติมให้พร้อมก่อนการยื่น 4.นัดหมายเพื่อดำเนินการยื่นวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน โดยผู้เชี่ยวชาญจะทำการนัดลูกค้าเพื่อพาไปยื่นวีซ่าให้เรียบร้อย 5.ผ่านการพิจารณา นัดหมายรับวีซ่า และดำเนินการดูแลต่อจนเสร็จสิ้นกระบวนการ 6.ลูกค้าสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษาได้หลังจากเสร็จสิ้น กรณีต้องการสอบถามเพิ่มเติม  ข้อดีของการใช้ตัวแทนในการยื่น Visa & Work Permit  การยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (Visa & Work Permit) ในประเทศไทย เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและมีกฎหมาย ระเบียบ และเอกสารที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การใช้ตัวแทนหรือที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยง ลดขั้นตอนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วด้วยความถูกต้องได้เป็นอย่างดี ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น  1. ลดความผิดพลาดด้านเอกสารและขั้นตอน ตัวแทนมีความเชี่ยวชาญในข้อกำหนดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงสามารถจัดเตรียมเอกสารได้ครบถ้วน ถูกต้อง ลดโอกาสเอกสารถูกตีกลับหรือถูกปฏิเสธคำขอ 2. ประหยัดเวลาและลดภาระของนายจ้างและชาวต่างชาติ การยื่น Visa & Work Permit ต้องใช้เวลาในการติดต่อหลายหน่วยงาน ตัวแทนจะช่วยดูแลขั้นตอนทั้งหมด ทำให้นายจ้างและชาวต่างชาติสามารถโฟกัสกับการทำงานและการดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มที่ 3. เข้าใจกฎหมายและเงื่อนไขที่ซับซ้อน กฎหมายแรงงานและคนเข้าเมืองของไทยมีรายละเอียด รวมถึงข้อกฏหมายที่ระบุไว้ ตัวแทนที่มีประสบการณ์จะให้คำแนะนำที่ถูกต้องได้ครบถ้วนมากขึ้น เช่น สัดส่วนทุนจดทะเบียน จำนวนพนักงานไทยที่ต้องมีต่อ หรือเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละประเภทวีซ่า 4. วางแผนการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานได้อย่างเหมาะสม ตัวแทนสามารถช่วยวางแผนล่วงหน้า เช่น การต่ออายุวีซ่า การขอเปลี่ยนประเภทวีซ่า หรือการยื่น Work […]

จดบริษัทเอง Vs จ้างจดบริษัท สำหรับต่างชาติทำธุรกิจในไทยแบบไหนตอบโจทย์ ?

หากคุณกำลังทำธุรกิจและมีแผนที่จะจดทะเบียนบริษัท รวมถึงขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจในไทย หรือเป็นการร่วมทุนกับต่างชาติ พอเข้ามาศึกษารายละเอียดแล้ว อาจจะเกิดการตั้งคำถามว่า “ควรจดบริษัทเองดี หรือควรจ้างที่ปรึกษาจดบริษัทให้ ?” ในบทความนี้ จะช่วยให้คุณเข้าใจในข้อมูลที่ต้องดำเนินการต่อ พร้อมคำตอบที่ช่วยตอบข้อสงสัยได้ว่า “ควรจัดตั้งบริษัทด้วยตัวเอง หรือควรใช้บริการผู้เชี่ยวชาญด้านจดทะเบียนอย่าง FDI Group ?” การตั้งบริษัทในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติสามารถทำได้ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Act – FBA) ซึ่งกำหนดประเภทกิจการและสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติที่อนุญาตไว้ชัดเจน หลักการพื้นฐานที่ต้องรู้ ชาวต่างชาติที่ถือหุ้น เกิน 49% หรือถือหุ้นข้างมากกว่าคนไทย จะถือว่าเป็น “บริษัทต่างชาติ” ภายใต้ FBA  ธุรกิจบางประเภทจะถูกจำกัดหรือห้ามไม่ให้ชาวต่างชาติดำเนินการ หากต้องการทำธุรกิจในหมวดที่ถูกจำกัด จะต้องยื่นขอ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) เพื่อให้ได้รับอนุญาตในการดำเนินธุรกิจตามกฎหมาย ซึ่งจะเงื่อนไขภายใต้ข้อกำหนดทางกฏหมายแตกต่างจากการจดทะเบียนนิติบุคคลไทยปกติ  อ่านต่อ : ต่างชาติจะทำธุรกิจในไทย ต้องรู้ Foreign Business Act คืออะไร ? อ่านต่อ : วิธีจดบริษัท สำหรับชาวต่างชาติ! ไม่ยากอย่างที่คิด ไขข้อสงสัย จดบริษัทด้วยตัวเอง  กับ ใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญ แบบไหนที่ตอบโจทย์  ข้อดีของการจดบริษัทเอง สามารถควบคุมกระบวนการได้เต็มที่ เริ่มตั้งแต่เลือกชื่อบริษัท การดำเนินการติดต่อเอกสารทั้งหมด  เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้อง และยื่นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วยตนเอง ลดค่าใช้จ่ายในบริการที่สามารถควบ  เหมาะกับผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายไทยหรือมีทีมภายในรองรับการดำเนินการทั้งหมด ได้เรียนรู้เรื่องการดำเนินธุรกิจในไทยด้วยตนเอง ข้อจำกัดและควรระวังหากดำเนินการเอง ต้องศึกษารายละเอียด เอกสาร รวมถึงข้อมูลทั้งหมด ต้องเตรียมและยื่นเอกสารให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น แบบคำขอ บอจ.1–บอจ.5 และรายละเอียดผู้ถือหุ้นทั้งไทยและต่างชาติ ต้องเข้าใจกฎหมาย FBA และข้อจำกัดต่าง ๆ ด้วยตนเอง หากถือหุ้นต่างชาติเกิน 49 % อาจต้องขอใบอนุญาต (FBL) หรือการยื่่นขอ BOI ซึ่งจะมีเอกสารจำนวนมากและเงื่อนไขที่ซับซ้อน หากเอกสารผิดพลาดหรือขาดการจัดเตรียมอย่างเหมาะสม อาจถูกปฏิเสธหรือถูกเรียกกลับปรับแก้ซ้อนหลายครั้ง   หากจ้างผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำในการจดทะเบียนจะดีอย่างไร ?  ข้อดีของการใช้บริการที่ปรึกษา ความเชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายและข้อจำกัด FBAผู้เชี่ยวชาญสามารถประเมินได้ตั้งแต่แรกว่าธุรกิจของคุณอยู่ในประเภทที่อนุญาตหรือจำเป็นต้องขอใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจในไทย ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดด้านเอกสารและกฎระเบียบการจัดเตรียมเอกสารผิดพลาด อาจทำให้ต้องแก้หลายรอบ หรือล่าช้าจนส่งผลต่อแผนธุรกิจ การจัดการเรื่องทุนจดทะเบียนและสัดส่วนผู้ถือหุ้นผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยวางโครงสร้างหุ้นให้สอดคล้องกับกฎหมาย และเสนอแนวทางที่จะลดข้อจำกัดด้านการถือหุ้นของต่างชาติ เราให้บริการในทุกขั้นตอนแบบครบวงจรในที่เดียว รวมตั้งแต่การจองชื่อบริษัท การจัดทำเอกสาร การยื่นจดทะเบียน การขอ […]

Digital Nomad Thailand คืออะไร วีซ่าไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “Digital Nomad Thailand” กลายเป็นคำค้นหายอดนิยมในหมู่คนทำงานออนไลน์จากทั่วโลก ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นสวรรค์ของสาย Remote Work เพราะค่าครองชีพสมเหตุสมผล อินเทอร์เน็ตดี อาหารอร่อย เมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แถมยังมีเที่ยวบินเชื่อมต่อไปหลายประเทศในเอเชียได้ง่ายอีกด้วย แต่สิ่งที่หลายคนกังวลคือ “ถ้าจะมาเป็น Digital Nomad ในไทย ต้องใช้วีซ่าอะไร ถึงจะถูกกฎหมายและอยู่ได้ยาวๆ ?” บทความนี้จะพาไปรู้จักวีซ่าหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมข้อควรรู้สำคัญสำหรับคนสนใจเรื่องวีซ่าในไทย “Digital Nomad” คือใคร Digital Nomad คือบุคคลที่ทำงานออนไลน์จากที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีสำนักงานประจำ ใช้เทคโนโลยี เช่น อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน มีไลฟ์สไตล์แบบเคลื่อนที่ เปลี่ยนเมืองหรือประเทศตามความต้องการ รายได้ส่วนใหญ่มาจากงานออนไลน์หรือบริษัทต่างประเทศ เหมาะกับยุค Remote Work ที่เปิดโอกาสให้ทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน ยกตัวอย่างอาชีพที่มักใช้คำว่า Digital Nomad เช่น โปรแกรมเมอร์ / Developer , นักการตลาดออนไลน์ / Digital Marketer , นักเขียนอิสระ / Copywriter / Blogger , UX/UI Designer , พนักงานบริษัทต่างประเทศที่ทำงานแบบ Remote 100% เป็นต้น  หลายประเทศทั่วโลกเริ่มออก “digital nomad visa” เพื่อดึงดูดคนกลุ่มนี้ เช่น มอลตา, โปรตุเกส, คอสตาริกา ฯลฯ ซึ่งมักกำหนดให้ผู้ขอวีซ่าต้องมีรายได้จากต่างประเทศ มีประกันสุขภาพ และไม่ไปแย่งงานคนท้องถิ่น โดยในประเทศไทยเองก็มีการดึงดูดคนกลุ่มนี้ โดยไม่ได้ใช้ชื่อว่า “Digital Nomad Visa” ตรงๆ แต่มีวีซ่าหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานรีโมตและผู้มีรายได้จากต่างประเทศ  ถ้าหาก Digital Nomad  ต้องการมาใช้ชีวิตในไทย วีซ่าใดบ้างที่ตอบโจทย์ ? ปัจจุบัน หากพูดถึง Digital Nomad Thailand วีซ่าที่เกี่ยวข้องหลักๆ คือ Destination Thailand Visa (DTV) – วีซ่าใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อDigital Nomad /Remote ork/ฟรีแลนซ์และกิจกรรม […]

ต่างชาติจะทำธุรกิจในไทย ต้องรู้ Foreign Business Act คืออะไร ?

Foreign Business Act คืออะไร? ทำความเข้าใจพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 สำหรับชาวต่างชาติที่สนใจมาลงทุนหรือทำธุรกิจในประเทศไทย กฎหมายสำคัญข้อหนึ่งที่ต้องรู้จักคือ Foreign Business Act (FBA) หรือ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กฎหมายฉบับนี้เป็น “ตัวกรอง” ว่าคนต่างด้าวจะทำธุรกิจอะไรได้บ้าง ภายใต้เงื่อนไขแบบไหน และต้องขออนุญาตก่อนหรือไม่ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศกับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศและผู้ประกอบการไทย Foreign Business Act คืออะไร และมีที่มาอย่างไร Foreign Business Act, B.E. 2542 (1999) เป็นกฎหมายหลักที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทย ใช้บังคับตั้งแต่ปี 2542 (1999) เป็นต้นมา โดยออกมาแทนกฎหมายเดิมคือ Alien Business Act พ.ศ. 2515 เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและการลงทุนยุคใหม่ พระราชบัญญัตินี้กำหนดว่า การอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ความมั่นคงของประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การคุ้มครองผู้บริโภค การจ้างงาน รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการวิจัยพัฒนา โดยสรุป Foreign Business Act เพื่อกำกับให้การเข้ามาทำธุรกิจของคนต่างด้าวเป็นไปในกรอบนโยบายที่ชัดเจน ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศและสังคมไทยโดยรวม ใครคือ “คนต่างด้าว” ตาม Foreign Business Act Foreign Business Act นิยาม “คนต่างด้าว” ไว้กว้างกว่าความหมายทั่วไป ไม่ได้หมายถึงแค่บุคคลสัญชาติอื่นเท่านั้น แต่รวมถึงนิติบุคคลที่มีโครงสร้างการถือหุ้นหรืออำนาจควบคุมโดยคนต่างชาติด้วย เช่น บุคคลธรรมดา ที่ไม่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งเป็นของบุคคลหรือนิติบุคคลตาม (1) หรือ (2)  นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งเป็นของ (1)(2) หรือ (3) ประเภทธุรกิจใดบ้างที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัตินี้ ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ห้ามคนต่างด้าวประกอบธุรกิจ บางประเภทและบางประเภทจะประกอบธุรกิจได้ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตหรือได้รับหนังสือรับรองแล้วแต่กรณี โดยประเภทธุรกิจจะแบ่งแยกเป็น 3 บัญชี ดังนี้  1.บัญชีหนึ่ง เป็นธุรกิจที่ห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจด้วยเหตุผลพิเศษ  เช่น การทำการประมง การเลี้ยงสัตว์ การสกัดสมุนไพรไทย การค้าที่ดิน การทำนา ทำไรหรือสวน เป็นต้น  2.บัญชีสอง […]

วีซ่าท่องเที่ยวในประเทศไทย สำหรับชาวต่างชาติ (Tourist Visa) คืออะไร

วีซ่าท่องเที่ยวคืออะไร ? สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa – TR) คือ วีซ่าประเภทชั่วคราวที่ออกให้กับชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการท่องเที่ยว เยี่ยมเยียน หรือพักผ่อน โดย ห้ามประกอบธุรกิจหรือทำงานในประเทศไทย โดยผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว ควรวางแผนล่วงหน้า รวมถึงทำวามเข้าใจกับขั้นตอน เอกสาร ข้อกำหนดเพิ่มเติม เพื่อให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น  ประเภทของวีซ่าท่องเที่ยว และระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่ในไทย  Single Entry Tourist Visa (TR-S) เป็นวีซ่าประเภทเข้าประเทศไทยได้ครั้งเดียว อยู่ได้สูงสุด 60 วัน และสามารถยื่นขอต่ออายุได้อีก 30 วัน (รวมเป็น 90 วัน) Multiple Entry Tourist Visa (TR-M) สามารถใช้เข้า–ออกประเทศไทยได้หลายครั้ง ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ละครั้งอยู่ได้สูงสุด 60 วัน คุณสมบัติหลักของวีซ่าท่องเที่ยว  เป็นชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศไทย มีหลักฐานการเงิน เช่น สมุดบัญชี หรือ Bank Statement มีหลักฐานการจองที่พัก/โรงแรม หรือจดหมายเชิญ (ถ้ามี) มีตั๋วเครื่องบินขาออกจากประเทศไทย   ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่สำคัญของวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับชาวต่างชาติ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่าประเภทนี้ ต้องเข้าใจในเงื่อนไขของวีซ่าและข้อกำหนดทางด้านกฏหมาย เพื่อให้การเดินทาง การยื่นเอกสารเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด  1.ต้องเข้าใจในวัตถุประสงค์ของวีซ่าประเภทนี้ว่าออกให้เพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมเยียน พักผ่อนเท่านั้น ห้ามประกอบธุรกิจหรือทำงานในประเทศไทย 2.ต้องทำตามเงื่อนไขตามที่กฏหมายระบุ เช่น สามารถอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ไม่เกิน 60 วันต่อครั้ง กรณีมีอายุวีซ่า 3 เดือน (Single Entries) ต้องมีจำนวนเงินติดตัวอยู่ที่ 20,000 บาท/คน  เอกสารที่ต้องใช้ในการประกอบการพิจารณา โดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศได้ให้ข้อมูลไว้ว่า  หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง อายุใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน แบบฟอร์มวีซ่าที่กรอกข้อความสมบูรณ์ รูปถ่ายขนาด 2 ½ นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน /ไม่สวมหมวก และแว่นตาดำ) หลักฐานที่แสดงว่าจะเดินทางออกจากประเทศไทยหลังจากสิ้นสุดการท่องเที่ยว เช่น บัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ หรือที่จะเดินทางไปยังประเทศที่สาม เอกสารจากบริษัทท่องเที่ยว (กรณีที่เดินทางมากับบริษัททัวร์) ทั้งนี้ อาจขอให้แสดงเอกสารเพิ่มเติมหรือสัมภาษณ์ผู้ขอรับการตรวจลงตราด้วย […]

ย้ายที่อยู่บริษัทต้องแจ้งหน่วยงานใด! และมีขั้นตอน เอกสารอะไรบ้างที่ต้องดำเนินการ

การย้ายที่อยู่ของกิจการ บริษัท องค์กร สามารถทำได้ แต่ต้องมีการดำเนินการในการแจ้งต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สะดวกต่อการดำเนินกิจการทั้งเรื่องของเอกสาร การยื่นภาษี การยื่นประกันสังคมของพนักงาน เป็นต้น ซึ่งการแจ้งย้ายนั้นสามารถทำได้ ถ้าคุณได้อ่านบทความนี้ ที่จะช่วยให้เข้าใจได้มากขึ้นว่าต้องติดต่อหน่วยงานใดบ้าง เอกสาร ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาดำเนินการ สามารถอ่านและทำความเข้าใจได้ในบทความนี้  ย้ายที่อยู่บริษัทต้องแจ้งหน่วยงานใดบ้าง ? สำหรับธุรกิจที่มีการย้ายที่อยู่/ที่ตั้ง ของกิจการไปที่ใหม่ ต้องแจ้งต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในเขตที่บริษัทตั้งอยู่  กรมสรรพากรพื้นที่ ในเขตที่บริษัทตั้งอยู่  สำนักงานประกันสังคม ในเขตที่บริษัทตั้งอยู่  FDI ขอแนะนำ “ทำตามขั้นตอนนี้ สำหรับการย้ายที่อยู่บริษัท” เงื่อนไขที่ต้องรู้สำหรับผู้ประกอบการ  การย้ายที่อยู่บริษัท ต้องไปแจ้งย้ายที่อยู่กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนอันดับแรก ซึ่งควรจะแจ้งย้ายภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการย้ายจริง และนำหนังสือรับรองที่ได้ไปดำเนินการแจ้งเปลี่ยนแปลงต่อหน่วยงานอื่น ๆ ในลำดับถัดไป  และสำหรับกิจการที่มีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องไปแจ้งที่สรรพากรพื้นที่เดิมในการย้ายออก และแจ้งย้ายเข้าต่อสรรพากรพื้นที่อยู่ใหม่ เพื่อเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีต่าง ๆ  การแจ้งประกันสังคม ให้แจ้งต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่เดิมและพื้นที่ใหม่ กรณีกิจการที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถแจ้งย้ายที่อยู่ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในเขตที่บริษัทตั้งอยู่ได้ เอกสารที่ต้องใช้ในการดำเนินการ ระยะเวลา และค่าดำเนินการ สำหรับการย้ายก็จะมีทั้งย้ายในจังหวัดเดียวกันและย้ายไปจังหวัดอื่นๆจากเขตพื้นที่เดิม โดยทั้ง 2 แบบ ก็จะมีรูปแบบ เงื่อนไข รายละเอียดที่แตกต่างกัน ดังนี้  สำหรับขั้นตอนการย้ายที่อยู่บริษัท ในจังหวัดเดียวกัน  โดยการย้ายที่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน บริษัทสามารถดำเนินการจดทะเบียนแก้ไขได้เลยทันที โดยที่ไม่ต้องมีการอ้างอิงมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือที่ประชุมคณะกรรมการ สามารถจัดทำยื่นคำขอจดทะเบียนและยื่นเอกสารขอจดทะเบียน หลังจากนั้นนายทะเบียนจะรับจดทะเบียนเป็นลำดับถัดมา  โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ให้ข้อมูลไว้ว่า เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอจดทะเบียน มีดังนี้  ข้อมูลที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มที่ตั้งสำนักงาน ที่ตั้งแห่งใหม่ของสำนักงานแห่งใหญ่ เลขรหัสประจำบ้าน  เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มที่ตั้งสำนักงาน คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1)  แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด  รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม และ/หรือมติพิเศษ (แบบ บอจ.4)  หลักฐานการอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่หรือสำนักงานสาขาจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง (ใช้เฉพาะในการประกอบธุรกิจที่มีกฎหมายพิเศษควบคุม)  แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสถานที่สำคัญบริเวณใกล้เคียงโดยสังเขป สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)  หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)  *** หมายเหตุ : การแก้ไขเพิ่มเติม สำนักงานสาขาให้ใช้เอกสารตามข้างต้น ยกเว้นข้อ 5 ***  สำหรับกิจการที่ย้ายที่อยู่บริษัทไปจังหวัดอื่น  ตามกฏหมายระบุไว้ว่าให้มีการออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับหรือส่งมอบถึงตัวแทนผู้ถือหุ้น เฉพาะกรณีที่บริษัทมีผู้ถือหุ้นหรือมีข้อบังคับกำหนดเอาไว้ โดยให้ออกหนังสือก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วันหรือตามที่กำหนดในข้อบังคับบริษัท และ ให้โฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่างน้อย […]

ข้อมูลที่นายจ้างควรรู้ ! หากธุรกิจต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงาน

การจ้างแรงงานต่างด้าวมาทำงานในไทยนั้น มีบทบาทที่สำคัญในกลุ่มงานที่คนไทยไม่นิยมทำหรือขาดแคลนแรงงาน ทำให้เกิดช่องว่างที่แรงงานต่างด้าวสามารถมาทำงานในตลาดแรงงานในไทยได้  โดยการจ้างแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยไม่ใช่เพียงแค่การหาคนมาทำงานในธุรกิจที่ต้องใช้แรงงานคนเท่านั้น แต่ต้องดำเนินการตามกฎหมายแรงงานต่างด้าว การขอใบอนุญาตทำงาน และตรวจคนเข้าเมืองอย่างเคร่งครัดตามที่กฏหมายระบุไว้  หากอ่านบทความนี้คุณจะได้อะไรบ้างจากบทความนี้  ได้ทราบถึงข้อปฏิบัติหากธุรกิจคุณมีพนักงาน ลูกจ้างที่เป็นแรงงานต่างด้าว เข้าใจข้อมูลพื้นฐาน ข้อกำหนด และระเบียบปฏิบัติสำหรับแรงงานต่างด้าว ทราบถึงสิทธิพื้นฐานของแรงงานต่างด้าว เช่น สิทธิ์ประกันสังคม เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล คลอดบุตร ทุพพลภาพ ต่างๆ  เข้าใจในการขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และดำเนินการขอวีซ่าให้ถูกต้อง วันนี้เราขอรวม เกร็ดความรู้ที่นายจ้างควรรู้ ก่อนและหลังการจ้างแรงงานต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติ เมียนมา ลาว กัมพูชา หรือเวียดนาม โดยเฉพาะผู้ที่จ้างในระบบ MOU และระบบผ่อนผัน รวมทั้งข้อควรปฏิบัติของนายจ้าง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ถูกต้องตามกฏหมาย  นายจ้างต้องรู้ “จ้างแรงงานต่างด้าว” ต้องยื่นข้อมูลอะไรบ้าง ? 1.ต้องรู้จักเกี่ยวกับระบบการจ้างแรงงานต่างด้าวที่ถูกต้อง ระบบ MOU (ทางการ) คือ ระบบที่รัฐไทยมีข้อตกลงกับประเทศต้นทาง (เมียนมา ลาว กัมพูชา) โดยนำแรงงานเข้ามาถูกต้องทุกขั้นตอน เหมาะกับการจ้างระยะยาว มีระยะเวลาทำงาน 2 ปี และต่ออายุอีก 2 ปี รวม 4 ปี ในการทำงานในประเทศไทย  ขั้นตอนโดยสรุป ยื่นขอนำเข้าแรงงานต่อกรมการจัดหางาน ให้แรงงานเดินทางเข้าประเทศผ่านช่องทางที่กำหนด ตรวจสุขภาพ ทำประกัน และขอใบอนุญาตทำงาน อยู่ในไทยได้ 2 ปี และต่อได้อีก 2 ปี ระบบผ่อนผัน (เปิดโอกาสให้คนที่อยู่แล้วปรับสถานะ) เช่น กลุ่มที่อยู่ในไทยอยู่แล้วแต่ยังไม่มีเอกสารสมบูรณ์ รัฐอาจเปิดให้ลงทะเบียนและดำเนินการขออนุญาตภายหลังในบางช่วง   2.ต้องมีการตรวจสอบว่า “แรงงานที่จ้าง” มีเอกสารถูกต้องหรือไม่  โดยก่อนจ้างแรงงานต่างด้าวทุกครั้ง ต้องตรวจสอบเอกสารแรงงาน มีหนังสือเดินทาง (Passport) หรือเอกสารเดินทาง (TD) ได้รับวีซ่าถูกต้อง ตรงกับวัตถุประสงค์ของการเดินทางเข้ามา (เช่น วีซ่าแรงงาน Non-LA) มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ถูกต้อง และยังไม่หมดอายุ 📌 ห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีเอกสาร หรืออยู่เกินกำหนดวีซ่าเด็ดขาด เพราะถือว่าผิดกฎหมายทั้งแรงงานและนายจ้าง 3.ดำเนินการขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) นายจ้างต้องเป็นผู้ดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตทำงานให้แรงงานภายใน 15 วันหลังเริ่มจ้าง โดยยื่นที่ […]

IBC (International Business Center) คืออะไร ? สิทธิประโยชน์และโอกาสธุรกิจสำหรับนักลงทุนต่างชาติในไทย

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักลงทุนต่างชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยศักยภาพด้านภูมิศาสตร์ ทรัพยากรมนุษย์ และโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ หนึ่งในมาตรการสำคัญที่รัฐบาลไทยใช้ส่งเสริมการลงทุน คือการจัดตั้งโครงการ IBC (International Business Center) ในบทความนี้จะพาไปรู้จักกับ IBC  พร้อมทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษี เงื่อนไข และโอกาสธุรกิจสำหรับนักลงทุนต่างชาติในไทย IBC (International Business Center) คืออะไร ? IBC หรือ ศูนย์ธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center) คือ รูปแบบการส่งเสริมการลงทุนที่ภาครัฐของไทย โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมให้บริษัทข้ามชาติจัดตั้งศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และให้บริการแก่บริษัทในเครือทั้งในและต่างประเทศ เช่น บริการบริหารจัดการ การเงิน วิศวกรรม และอื่น ๆ โครงการ IBC เริ่มต้นใช้อย่างเป็นทางการในปี 2561 แทนที่โครงการเก่าอย่าง ROH (Regional Operating Headquarters) และ IHQ (International Headquarters) ที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านั้น จุดประสงค์หลักของ IBC (International Business Center)  เพื่อส่งเสริมให้บริษัทต่างชาติจัดตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคในประเทศไทยให้เกิดการลงทุนดำเนินธุรกิจในไทยและต่างประเทศ  ดึงดูดให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการจัดการที่ดีด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ในไทย ส่งเสริมการจ้างงานคนไทยและการพัฒนาทักษะบุคลากรไทยที่มีศักยภาพ ส่งเสริมเศรษฐกิจการลงทุนในภาพรวมให้ดีขึ้น สิทธิประโยชน์ทางภาษีด้านใดบ้าง ที่บริษัทต่างชาติได้รับจาก IBC  หนึ่งในแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ IBC เป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ คือ สิทธิประโยชน์ด้านภาษี ที่สามารถลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจได้อย่างชัดเจน ดังนี้ 1. อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax) สำหรับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลพิเศษ ขึ้นอยู่กับมูลค่าค่าใช้จ่ายภายในประเทศของบริษัท ซึ่งแบ่งเป็นดังนี้  2. ยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) สำหรับเงินปันผลหรือค่าบริการที่จ่ายให้กับบริษัทในเครือต่างประเทศ 3. อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาพิเศษ สำหรับผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติที่ทำงานในบริษัท IBC: 15% เป็นเวลาไม่เกิน 4 ปีสิทธิประโยชน์เหล่านี้ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ อ้างอิง: กรมสรรพากร, สำนักงาน BOI – “มาตรการสนับสนุนการจัดตั้ง IBC” (2561)   ประเภทกิจการใดบ้าง ที่สามารถจัดตั้ง IBC ได้  ธุรกิจที่จะขอรับการส่งเสริมในรูปแบบ IBC […]

เรื่องนี้ต้องรู้ ! ต่างชาติจดทะเบียนนิติบุคคล ถือหุ้น 100% ได้หรือไม่ ?

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน ด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะ และนโยบายสนับสนุนการลงทุนจากภาครัฐ ทำให้ชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยสนใจเข้ามาลงทุนในไทย แต่ก่อนจะเริ่มธุรกิจอย่างเป็นทางการ หนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ คือ “การจดทะเบียนนิติบุคคล” บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจประเด็นสำคัญที่ชาวต่างชาติควรรู้ก่อนเริ่มต้นจดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศไทย ซึ่งตามกฎหมายไทยกำหนดให้ชาวต่างชาติมีข้อจำกัดในการถือหุ้นบริษัทบางประเภท บทความนี้จึงจะมาแนะนำขั้นตอนและ วิธีจดบริษัท สำหรับชาวต่างชาติ รวมไปถึงข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ  บริการจดทะเบียนนิติบุคคล ต่างชาติต้องการถือหุ้น 100% ได้หรือไม่ ? สามารถทำได้ ในกรณีที่  ได้รับการส่งเสริมจาก BOI หรือ ลงทุนในพื้นที่หรือธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย หรือ ลงทุนในธุรกิจที่ไม่อยู่ในหมวดหมู่ที่มีข้อจำกัด โดยการลงทุนในลักษณะเหล่านี้ ต้องมีการดำเนินการขออนุญาตหรือยื่นคำร้องเพื่อขอสิทธิพิเศษจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ หรือ BOI ซึ่งจะมีข้อกำหนดทางด้านกฏหมายที่ต้องจดทะเบียนบริษัทให้ถูกต้อง โดยมีรายละเอียดที่ซับซ้อน หลายขั้นตอน แนะนำให้ศึกษาโดยละเอียดหรือปรึกษา FDI ผู้เชี่ยวชาญด้านจดจัดตั้งบริษัท เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงจุด รวมถึงการทำงานที่โดนใจ  จดทะเบียนนิติบุคคลของชาวต่างชาติแบ่งได้กี่กรณี  ในการจดทะเบียนบริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้น จะคล้ายกับแบบที่คนไทยจดทะเบียนบริษัท แต่จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กรณี มีรายละเอียดคือ  1.ชาวต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49 % บริษัทจะยังคงจัดอยู่ในสถานะเป็นบริษัทในสัญชาติไทย สามารถดำเนินกิจการได้ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ เพราะอัตราส่วนของการถือหุ้น 49% ของชาวต่างชาติถือว่าน้อยกว่าหุ้นคนไทย  2.ชาวต่างชาติถือหุ้นมากกว่า 50 % จะถือว่าเป็นบริษัทต่างชาติ ซึ่งต้องมีการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งมีข้อจำกัดในบางส่วน คือ ห้ามถือครองที่ดิน และ ห้ามประกอบธุรกิจบางประเภท  หรือห้ามประกอบธุรกิจนอกจากได้รับอนุญาต (ในบัญชี 2 และ 3)  ของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เข้าใจได้ง่ายนิดเดียวกับ  ” พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542  (Foreign Business Act B.E. 2542 (1999) “ หนึ่งในกฎหมายหลักที่ควบคุมการลงทุนของชาวต่างชาติ คือ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า FBA ซึ่งกำหนดประเภทของธุรกิจที่ชาวต่างชาติ ห้าม ประกอบ และธุรกิจที่สามารถทำได้ แต่ต้องขอใบอนุญาตก่อน โดยธุรกิจจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก บัญชี 1 : ห้ามชาวต่างชาติทำโดยเด็ดขาด (เช่น กิจการที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมไทย การทำเกษตร ฯลฯ) […]

ใบอนุญาต FBC และ FBL แตกต่างกันอย่างไร ? การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

เข้าใจ “FBC” และ “FBL” ใบอนุญาตสำคัญที่ชาวต่างชาติต้องการทำงาน ทำธุรกิจในไทยต้องรู้ ! 1.ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือ  Foreign Business License (FBL) คือ ใบอนุญาตที่อนุญาตให้บริษัทต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทยในลักษณะที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งใบนี้เป็นการอนุมัติที่ออกให้แก่บริษัทต่างชาติที่มีการยื่นขออนุญาตและได้รับการอนุมัติจากกระทรวงพาณิชย์ 2.หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือ Foreign Business Certificate (FBC) เป็นหนังสือรับรองที่ออกให้กับบริษัทต่างชาติที่ต้องการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งการขอใบอนุญาตนี้จะมีข้อจำกัดในเรื่องประเภทของธุรกิจที่สามารถทำได้ตามที่กำหนดใน พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะตาม บัญชี 3 ซึ่งเป็นรายการธุรกิจที่คนต่างด้าวไม่สามารถทำได้เอง หรือสามารถทำได้โดยต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาล ทั้ง FBC และ FBL นี้มีความสำคัญและต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งต้องเข้าเงื่อนไขตามกฏหมายระบุ โดยสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาได้  ข้อแตกต่างระหว่าง FBL และ FBC !!  FBL : ใช้สำหรับธุรกิจที่ต้องการให้ชาวต่างชาติถือหุ้นมากกว่า 51 % หรือ 100% ในธุรกิจที่กฎหมายระบุไว้ FBC : ใช้สำหรับบริษัทต่างชาติที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนหรือได้รับอนุญาตพิเศษ คลิ๊ก !! ปรึกษาการยื่นขอใบอนุญาต FBL และ FBC รูปแบบธุรกิจใดบ้าง ที่ต้องยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 1.บริษัทที่มีการจดจัดตั้งใหม่ โดยมีผู้ถือหุ้นข้างมากเป็นชาวต่างชาติ 2.สาขาของบริษัทต่างชาติ (Branch Office) 3.บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมในการลงทุน (Board of Investment) เจาะลึก “ Foreign Business Certificate (FBC) ” ขั้นตอนการขอ FBC   บริษัทต้องสมัครเพื่อขอ FBC โดยมักจะต้องยื่นเอกสารและข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า บริษัทต่างชาติจะประกอบธุรกิจในไทยตามประเภทที่อนุญาต การขอ FBC มักเกี่ยวข้องกับการมีผู้ถือหุ้นไทยอย่างน้อย 51% ในกรณีที่กิจการนั้นอยู่ในหมวดหมู่ที่มีข้อจำกัดตามพระราชบัญญัติ  กรณีที่สามารถขอ FBC ได้ เช่น ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI – บริษัทต่างชาติเข้ามาดำเนินธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) – กฎหมายให้ข้อยกเว้นเรื่องสัดส่วนผู้ถือหุ้นและประเภทกิจการ ได้รับอนุญาตจากเขตนิคมอุตสาหกรรม (IEAT) – เช่น บริษัทที่ดำเนินกิจการภายในนิคมอุตสาหกรรมของการนิคมฯ ซึ่งได้รับสิทธิพิเศษตามกฎหมาย […]

1 2