บทความใบอนุญาต

会社の登記が完了した後、どのような「営業許可」を申請する必要があるのでしょうか? 2026年最新情報

สำหรับการ จดทะเบียนบริษัท ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะสามารถดำเนินกิจการได้ทุกประเภททันที เพราะแม้บริษัทจะได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอย่างถูกต้องแล้ว แต่ธุรกิจบางประเภทอาจต้องมี ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ หรือการอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มดำเนินกิจการ โดยประเด็นสำคัญคือ การไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ดำเนินการ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบลักษณะสินค้าและบริการ สถานที่ประกอบธุรกิจ รวมถึงสัญชาติของผู้ถือหุ้นร่วมด้วย ดังนั้นหากคุณกำลังวางแผน จดทะเบียนบริษัทในปี 2026 สิ่งที่ควรทำไม่ใช่เพียงตรวจสอบว่าบริษัทจดทะเบียนเรียบร้อยหรือไม่ แต่ควรตรวจสอบตั้งแต่ต้นว่าธุรกิจนี้ต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้างก่อนที่จะเปิดดำเนินการ เพื่อให้เกิดความถูกต้องตามที่กฎหมายได้ระบุไว้อย่างครบถ้วน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจคืออะไร ? ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ คือ การได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจการบางประเภทได้ตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โดยที่ใบอนุญาตอาจมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ใบอนุญาตผลิต ใบอนุญาตนำเข้า ใบอนุญาตจำหน่าย หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ ใบอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น คำแนะนำ : ผู้ประกอบการสามารถศึกษาคู่มือการทำธุรกิจด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเรื่องของจดทะเบียนธุรกิจ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในไทย การยื่นขอเอกสารเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือการทำธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จดทะเบียนบริษัทแล้ว ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจทุกบริษัทหรือไม่ ? ถ้าหากเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจทั่วไปซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ อาจสามารถดำเนินธุรกิจได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจเฉพาะประเภท แต่หากกิจการอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมเฉพาะ ผู้ประกอบการอาจต้องได้รับใบอนุญาตหรือดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดก่อนเริ่มประกอบกิจการ โดยยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจผลิตอาหาร ธุรกิจนำเข้าอาหาร ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจนำเที่ยว ธุรกิจโรงงาน ธุรกิจที่เข้าข่ายกิจการอันตรายต่อสุขภาพ ธุรกิจที่อยู่ภายใต้กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้า สุขภาพ หรือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเฉพาะ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อนมีการเริ่มดำเนินการจริงตามที่วางแผนไว้ หรือหากไม่มั่นใจว่าได้ดำเนินการครบถ้วนแล้วหรือยัง สามารถปรึกษากับทาง FDI ได้เช่นกัน   7 กลุ่มใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ผู้ประกอบการควรตรวจสอบ 1. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสำหรับบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติร่วมด้วย กรณีบริษัทมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นต่างชาติ ต้องพิจารณา พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เพิ่มเติม ธุรกิจบางประเภทถูกกำหนดไว้ในบัญชีท้ายกฎหมาย หากเข้าข่ายและไม่มีข้อยกเว้นหรือสิทธิที่เกี่ยวข้อง บริษัทอาจต้องขอ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business License: FBL) ก่อนดำเนินธุรกิจ ในบางกรณี คนต่างด้าวอาจต้องมีการยื่นขอ หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Certificate: FBC)  ด้วยเช่นกัน 2. ใบอนุญาตสำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม หากเป็นบริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหาร อาจมีข้อกำหนดด้านใบอนุญาตและการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจผลิตอาหารอาจต้องขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ขณะที่ธุรกิจนำเข้าอาหารมีขั้นตอนการขออนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร โดย อย. มีคู่มือและระบบสำหรับการยื่นคำขอโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์บางประเภทอาจต้องมีการขออนุญาตผลิตภัณฑ์ การตรวจสอบฉลาก […]

2569で会社の登録住所を変更するにはどうすればよいですか? 1つの記事で解説するステップバイステップガイド

ผู้ประกอบการที่ต้องการย้ายออฟฟิศไปสถานที่แห่งใหม่ แต่ยังไม่รู้ว่าต้องแจ้งที่ไหนบ้าง ? หรือเตรียมเอกสาร ขั้นตอนอะไรบ้างที่ต้องไปดำเนินการ นี่คือปัญหาที่เจ้าของธุรกิจหลายรายเจอ เพราะการเปลี่ยนที่อยู่บริษัท ไม่ใช่แค่แจ้งที่เดียวแล้วจบกระบวนการ แต่ต้องดำเนินการกับหลายหน่วยงานพร้อมกัน ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม และอาจรวมถึงหน่วยงานอื่นอีกขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ ซึ่งหากดำเนินการไม่ครบหรือล่าช้า อาจส่งผลต่อการรับเอกสารราชการ การออกใบกำกับภาษี และการรับสิทธิประโยชน์ทางกฎหมาย ในบทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจทุกขั้นตอนอย่างครบถ้วน พร้อม Checklist ขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม ที่นำไปใช้ได้เลยในทันที ! ทำไมการเปลี่ยนที่อยู่บริษัทถึงต้องเร่งดำเนินการติดต่อและแจ้งย้ายข้อมูล ? ที่อยู่ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลถือเป็น ‘ที่ตั้งสำนักงานใหญ่’ ตามกฎหมาย ซึ่งมีผลทางนิติกรรมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น  ที่อยู่สำหรับการส่งหนังสือแจ้งจากหน่วยงานราชการ เช่น กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ฐานข้อมูลสำหรับออกใบกำกับภาษีและเอกสารทางธุรกิจ ที่อยู่ที่ปรากฏในหนังสือรับรองบริษัท ซึ่งคู่ค้าและสถาบันการเงินใช้ตรวจสอบ สถานที่ตั้งที่หน่วยงานกำกับดูแลจะเข้าตรวจสอบ ⚠️  ข้อควรระวัง: หากไม่แจ้งเปลี่ยนที่อยู่บริษัท กรณีที่ย้ายที่อยู่แล้ว อาจทำให้หนังสือราชการที่ส่งถึงบริษัทส่งไม่ถึงผู้รับจริง และถือว่าได้รับหนังสือแล้วตามกฎหมายเนื่องจากส่งมาที่อยู่เดิม ซึ่งอาจส่งผลต่อสิทธิ์ทางกฎหมายของบริษัทในด้านต่าง ๆ ตามมาได้ สำหรับธุรกิจที่มีการย้ายที่อยู่/ที่ตั้ง ของกิจการไปที่ใหม่ ต้องแจ้งต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในเขตที่บริษัทตั้งอยู่ กรมสรรพากรพื้นที่ ในเขตที่บริษัทตั้งอยู่ สำนักงานประกันสังคม ในเขตที่บริษัทตั้งอยู่ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสถานที่จดทะเบียน สถานที่จดทะเบียน ยื่นคำขอจดทะเบียน ณ หน่วยงานในสังกัดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานพาณิชย์ จังหวัดทั่วประเทศ ตามที่สำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ ดังนี้ บริษัทจำกัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นขอจดทะเบียนที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สนามบินน้ำ) สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า เขต 1-6 (ปิ่นเกล้า พหลโยธิน รัชดาภิเษก สี่พระยา ศรีนครินทร์ (ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค) และแจ้งวัฒนะ (ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา) เฉพาะธุรกิจหลักทรัพย์ให้ยื่นขอจดทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สนามบินน้ำ) บริษัทจำกัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น ให้ยื่นขอจดทะเบียนที่สำนักงาน พาณิชย์จังหวัด ในจังหวัดที่บริษัทจำกัดนั้นมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่  การเปลี่ยนที่อยู่บริษัทต้องดำเนินการกับหน่วยงานต่างๆ โดยแต่ละแห่งมีขั้นตอนและระยะเวลาที่แตกต่างกันตามระบบของแต่ละหน่วยงาน 1. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) จดทะเบียนแก้ไขที่อยู่ เป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุด โดยไปในเขตที่บริษัทตั้งอยู่ ในส่วนนี้จะสำคัญ เพราะข้อมูลที่อยู่ในทะเบียนพาณิชย์คือฐานข้อมูลหลักของบริษัท เอกสารที่ต้องใช้: แบบ บอจ.4 (หนังสือบริคณห์สนธิ) หรือ หจก.3 สำหรับห้างหุ้นส่วน, […]

雇用主が就労許可を取り消したい場合、どうすればよいでしょうか? 2026年更新

การยกเลิก Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน) ในประเทศไทยปี 2026 จะมีขั้นตอนหลัก ๆ ที่ “นายจ้างเป็นผู้ดำเนินการหลัก” แต่ต้องทำร่วมกับลูกจ้างและสำนักงานรัฐ 2 หน่วยงาน คือ กรมการจัดหางาน (กระทรวงแรงงาน) และ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง FDI Group ที่ปรึกษาด้านขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน  การยกเลิก Work Permit ถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่นายจ้างและฝ่าย HR ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายแรงงานต่างด้าวของประเทศไทย โดยเฉพาะในปี 2026 ที่มีการปรับปรุงระบบการยื่นเอกสารและการเชื่อมข้อมูลระหว่างกรมการจัดหางานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมากขึ้น ความผิดพลาดเล็กน้อยในการ ยกเลิก Work Permit อาจส่งผลให้บริษัทมีความเสี่ยงด้านค่าปรับทางกฎหมาย หรือกระทบต่อสถานะวีซ่าของพนักงานต่างชาติได้ ดังนั้นบทความนี้จะอธิบายขั้นตอนแบบละเอียดในมุมมองที่ปรึกษามืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการยื่นขอยกเลิกใบอนุญาตทำงาน เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในองค์กร คำแนะนำสำหรับนายจ้างที่มีลูกจ้างเป็นต่างชาติ เมื่อมีการจ้างลูกจ้างชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในบริษัทหรือในสถานประกอบการในไทย นายจ้างไม่เพียงแต่ต้องดำเนินการนำชาวต่างชาติเข้ามา ผ่านกระบวนการก่อนทำงานที่จะต้องยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานเท่านั้น แต่ต้องทราบถึงในกรณีที่ลูกจ้างชาวต่างชาติลาออกจากงานด้วยเช่นกัน หากไม่ดำเนินการให้ครบถ้วนตามขั้นตอนที่กฏหมายระบุไว้ นายจ้างอาจจะมีโทษตามกฏหมายระบุ โดยเมื่อลูกจ้างชาวต่างชาติที่ถือใบอนุญาตทำงานและวีซ่าทำงานในราชอาณาจักรไทยอยู่นั้นหมดสัญญาหรือลาออกจากงาน นายจ้างหรือลูกจ้างชาวต่างชาติต้องดำเนินการ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การแจ้งยกเลิกใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และการแจ้งพ้นหน้าที่ทำงาน หรือการแจ้งยกเลิกวีซ่าทำงาน   สาเหตุที่ต้องยกเลิก Work Permit ! โดยทั่วไป การยกเลิก Work Permit จะเกิดขึ้นจากกรณีดังต่อไปนี้ : พนักงานลาออกจากบริษัท การเลิกจ้างโดยนายจ้าง สิ้นสุดสัญญาจ้างงาน การย้ายงานไปบริษัทใหม่ การยกเลิกโครงการจ้างงานต่างชาติ ไม่ว่ากรณีใด นายจ้างต้องดำเนินการ ยกเลิก Work Permit ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แนะนำขั้นตอนสำหรับการแจ้งยกเลิก  การแจ้งขอยกเลิกการอนุญาตทำงาน 1. กรณีนายจ้างมีความประสงค์จะแจ้งขอยกเลิกการอนุญาตทำงานให้แสดงเอกสาร ดังนี้ 1.1 กรอกใบแจ้งยกเลิกการอนุญาตทำงาน โดยนายจ้างเป็นผู้ลงนาม พร้อมสำเนา 1 ฉบับ 1.2 ใบอนุญาตทำงานฉบับจริง (ยกเว้นกรณีคนต่างด้าวไม่ สามารถติดต่อได้ให้แนบสำเนา ใบอนุญาตทำงานถ้ามี) 1.3 สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนสถานประกอบการ เช่น หนังสือรับรองนิติบุคคลบริษัท (ไม่เกิน 6 เดือน), ใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน, หนังสือรับรองนิติบุคคลของมูลนิธิ เป็นต้น 1.4 สำเนาบัตรประชาชนของนายจ้าง ถ้านายจ้างเป็นคนไทย หรือสำเนาใบอนุญาตทำงานของนายจ้าง ถ้านายจ้างเป็นคนต่างด้าว 1.5 […]

タイへの再入国許可を申請するには、どのような手続きや書類が必要ですか?

外国人は、タイから出国するたびに、再入国許可を申請する必要があります! 非移民ビザや観光ビザなどの一時滞在ビザでタイに入国した外国人は、一度出国すると、タイでの滞在許可が直ちに取り消されたものとみなされます  入国管理局から許可を受けていない限り、新しいビザを申請しなければタイへの再入国はできません。再入国許可とは? 再入国許可とは、所持しているビザの有効期間内にタイを出国した後、再びタイに入国することを許可してもらうための申請です。再入国許可の申請 は、タイを出国する前に申請する必要があります。そうしない場合、再入国することはできず、帰国を希望する場合は新しいビザを申請しなければなりません。再入国許可には2種類あります。それらはどのように異なるのでしょうか?  タイでの滞在が許可されている外国人(非移民ビザまたは観光ビザの所持者) で、滞在期間の有効期間内にタイ国外へ旅行し、元の滞在を継続するために再入国する予定の者は、タイを出国する前に再入国許可を申請しなければなりません。再入国許可には、以下の2種類があります:1. 「単回再入国許可証」は、タイへの出国および再入国を1回に限り許可するものです。出国するたびに、新たに申請を行う必要があります。これは、海外への渡航頻度が低い方や、タイでの滞在延長申請の結果を待っている方など、短期間の臨時滞在が許可されている方に適しています 申請料は1件につき1,000バーツで、タイへの再入国は1回のみ有効です。2. 複数回再入国許可証は、一度の申請で、許可された滞在期間内にタイへの複数回の出入国を認めるものです。定期的に海外へ渡航する必要がある方に適しています。 経営幹部、投資家、あるいは1年間の滞在延長が許可された者など、長期にわたりタイでの滞在が認められている方。申請料は1件につき3,800バーツで、元の居住許可証の有効期限が切れるまで、タイへの入国および出国を複数回行うことができます。 再入国許可証の申請手続き 再入国許可証の申請手続きは以下の通りです。1. 書類の準備と確認。申請者は、TM.8フォーム、パスポート、および全額の申請料を用意する必要があります […]

DTVビザとは? FAQ:DTVビザについて – 2026年版(更新)

DTV Visa คืออะไร ? สำหรับชาวต่างชาติมาไทย อัพเดทวีซ่า 2026 ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของกลุ่ม Digital Nomad, Remote Worker และชาวต่างชาติที่ต้องการใช้ชีวิตระยะยาวในเอเชีย ด้วยค่าครองชีพที่เหมาะสม ระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน และคุณภาพชีวิตที่ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ ล่าสุดรัฐบาลไทยได้เปิดตัว DTV Visa (Destination Thailand Visa) ซึ่งถูกเรียกว่าเป็น “Digital Nomad Visa ของไทย” เพื่อรองรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำงานระยะไกล ท่องเที่ยว หรือเข้าร่วมกิจกรรมระยะยาวในประเทศไทย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่า DTV Visa คืออะไร, ใครสมัครได้, ต้องใช้เอกสารอะไร และมีข้อควรรู้อะไรบ้างในปี 2026  DTV Visa คืออะไร ? มีข้อกำหนดและเงื่อนไขใดบ้างที่ควรจะทราบ DTV Visa (Destination Thailand Visa) คือวีซ่าระยะยาวรูปแบบใหม่ของประเทศไทย ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2024 เพื่อดึงดูดกลุ่ม Digital Nomad Remote Worker Freelancer นักลงทุนบางกลุ่ม ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Soft Power ของไทย โดยผู้ถือ DTV Visa สามารถพำนักในประเทศไทยได้สูงสุด 180 วันต่อครั้ง และสามารถต่ออายุเพิ่มได้อีก 180 วัน รวมถึงเป็นวีซ่าแบบ Multiple Entry ที่มีอายุสูงสุดถึง 5 ปี     คุณสมบัติและข้อกำหนดหลักของ  DTV Visa การทำงานจากระยะไกล : ผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่าดังกล่าว ต้องเป็นพนักงานหรือลูกจ้างที่ทำงานแบบระยะไกลให้กับบริษัทหรือลูกค้านอกประเทศไทย ซึ่งหมายถึงการทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตหรือเครื่องมือดิจิทัลต่าง ๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานในบริษัทหรือองค์กรภายในประเทศไทย ต้องมีหลักฐานทางการเงิน : ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานทางการเงินที่เพียงพอเพื่อรับรองว่ามีความสามารถในการใช้ชีวิตในประเทศไทย เช่น ใบแจ้งยอดบัญชีธนาคารหรือหลักฐานรายได้ประจำ  สถานะการจ้างงานในปัจจุบัน : ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานที่ชัดเจนว่าได้รับการจ้างงานหรือมีสัญญากับบริษัทหรือลูกค้าที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย การมีประกันสุขภาพ: ผู้สมัครต้องมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในประเทศไทยในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น   ความสำคัญและจุดเด่น DTV Visa 1. อยู่ไทยระยะยาวได้ โดยผู้ถือ DTV Visa สามารถอยู่ในไทยได้ดังนี้ […]

2569年にタイで外国企業を設立するには、どのような書類が必要ですか?

ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของนักลงทุนต่างชาติในปี 2569 ทั้งในกลุ่มธุรกิจการผลิต เทคโนโลยี โลจิสติกส์ อาหาร และบริการ เนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในอาเซียน มีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการลงทุน และมีระบบซัพพลายเชนที่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม การเปิดบริษัทต่างชาติในไทยไม่ใช่เพียงแค่การจดทะเบียนบริษัทตามที่เข้าใจเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของกฎหมายธุรกิจต่างด้าว ใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจตามแต่ละประเภท วีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับต่างชาติ และเอกสารหลายส่วนที่ต้องเตรียมให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น หากมีการวางโครงสร้างธุรกิจผิดตั้งแต่แรก หรือใช้เอกสารไม่ครบถ้วน อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว รวมถึงการขอ Visa และ Work Permit ของกรรมการหรือพนักงานต่างชาติได้เช่นกัน โดยในบทความนี้จะเป็นการแนะนำข้อมูลในเบื้องต้น หากนักลงทุนหรือบริษัทต่างประเทศต้องการเปิดบริษัทในไทย ปี 2569 ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และควรวางแผนอย่างไรให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย บทความนี้ FDI Group จะสรุปให้เข้าใจง่ายว่า หากชาวต่างชาติต้องการเปิดบริษัทในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และมีขั้นตอนใดที่ควรรู้ รวมถึงการดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้  ต่างชาติสามารถเปิดบริษัทในไทยได้หรือไม่ ? ตามกฎหมายไทย ชาวต่างชาติสามารถจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยได้ แต่จะต้องพิจารณาตามลักษณะธุรกิจ และสัดส่วนการถือหุ้น เนื่องจากบางธุรกิจอยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Act: FBA) ซึ่งจะสามารถบ่งบอกได้ว่าธุรกิจต่างด้าวนั้นมีประเภทใดบ้างที่สามารถดำเนินธุรกิจในไทยได้ โดยทั่วไป บริษัทต่างชาติที่ถือหุ้นเกิน 49% อาจต้องขออนุญาตเพิ่มเติม เช่น Foreign Business License (FBL) Foreign Business Certificate (FBC) BOI Promotion (กรณีได้รับส่งเสริมการลงทุน) ดังนั้น ก่อนเริ่มจัดตั้งบริษัท ควรวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น โดยสามารถอ่านรายละเอียดในการขอใบอนุญาต Foreign Business License (FBL) และ Foreign Business Certificate (FBC) ได้ที่นี่ ! คลิกเพื่ออ่านต่อ  หากมีต่างชาติทำงานในบริษัท ต้องเตรียมเอกสารใดบ้าง ? หากกรรมการหรือพนักงานต่างชาติต้องการทำงานในไทย ต้องดำเนินการเพิ่มเติม เช่น วีซ่าธุรกิจ Non-Immigrant B ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เอกสารที่เกี่ยวข้องจะต้องสอดคล้องกับข้อมูลบริษัทที่จดทะเบียนไว้ด้วยเช่นกัน โดยสามารถปรึกษาการจัดเตรียมเอกสาร การยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ได้จาก FDI Group เช่นเดียวกัน    ทำไมควรมีที่ปรึกษาในการเปิดบริษัทต่างชาติ การเปิดบริษัทต่างชาติในไทยมีรายละเอียดด้านกฎหมาย […]

食品製造施設の認可取得に向けた営業許可申請ガイド

การเริ่มต้นธุรกิจอาหารไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตอาหารขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการคือ การขอใบประกอบกิจการและใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากธุรกิจอาหารเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพของผู้บริโภค หน่วยงานภาครัฐจึงมีการควบคุมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอใบอนุญาตผลิตอาหารทำอย่างไร ? คู่มือแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ นิยามของคำว่า “สถานที่ผลิตอาหาร” คือ เป็นสถานที่ที่ใช้ผลิตและจัดการเกี่ยวกับอาหารตลอดทั้งกระบวนการ ที่รวมตั้งแต่การจัดหา รับ และจัดเก็บวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการแปรรูปสินค้า โดยรวมไปถึงการแบ่งบรรจุสินค้าเพื่อกระจายจำหน่ายไปให้แก่ผู้บริโภคด้วย  โดยการมีใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารในการประกอบกิจการสำคัญอย่างไร ?  1. สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมาย ไม่ต้องกังวลใจในการดำเนินงาน ธุรกิจที่ไม่มีใบอนุญาต หากตรวจพบ อาจถูกสั่งปิดหรือถูกดำเนินคดีได้ โดยไม่ได้สนใจว่าแบรนด์นั้นจะติดตลาดหรือมีขนาดใหญ่มากน้อยเท่าใด หากทำผิดกฏหมายก็จะโดนดำเนินคดีเนื่องจากไม่มีใบอนุญาตดังกล่าว  2. เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและคู่ค้า ลูกค้าและคู่ค้าจะเชื่อมั่นในธุรกิจ แบรนด์ ที่มีใบอนุญาตผลิตอาหารอย่างถูกต้อง เชื่อมั่นว่ากระบวนการผลิตเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง สะอาดและปลอดภัย มีมาตรฐานที่สำคัญที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเรียบร้อย  ซึ่งกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงานและไม่เข้าข่าย สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ  1.สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตอาหารที่ใช้เครื่องมือ เครื่องจักรในการผลิตอาหาร รวมต่ำกว่า 50 แรงม้า และใช้คนงานต่ำกว่า 50 คน  2.สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน โดยเป็นสถานที่ผลิตอาหารที่ใช้เครื่องมือ เครื่องจักร ในการผลิตอาหาร ซึ่งรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป    ขั้นตอนที่ควรรู้สำหรับการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้ 1.ส่วนของการขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร  2.ส่วนของการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร   ในส่วน 1 : การขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร ขั้นตอนที่ 1 : เข้าใช้งานระบบ e-Submission ศึกษารายละเอียด เพื่อเข้าใช้งานระบบ ขั้นตอนที่ 2 : เปิดสิทธิ์เพื่อเข้าใช้งานระบบ e-Submission และยื่นขอจัดทำฐานข้อมูลหลักผู้ประกอบการ ซึ่งต้องมีการเตรียมเอกสารตามแบบที่ได้กำหนดไว้ให้ครบถ้วน  ขั้นตอนที่ 3 : ยื่นคำขอเพื่อตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารและชำระเงินค่าคำขอตรวจประเมินเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์  ขั้นตอนที่ 4 : การรับตรวจประเมินและรายงานผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร โดยสามารถอ่านรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารได้ที่นี่    ในส่วน 2 : การขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยสามารถยื่นผ่านระบบ e-Submission […]

タイに居住する外国人が90日登録を行う際の要件は何ですか?

การรายงานตัว 90 วัน คืออะไร ? การรายงานตัว 90 วัน (หรือเรียกว่า 90-day reporting) คือข้อกำหนดตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองไทยที่กำหนดให้ ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเกิน 90 วัน ต้องแจ้ง ที่อยู่พักอาศัยปัจจุบัน ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นระยะ ๆ ทุก ๆ 90 วัน เป็นไปตาม มาตรา 37(5) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เพื่อให้ทางการทราบว่าชาวต่างชาติ ยังพำนักอยู่จริงในประเทศและพักอยู่ที่ไหนเป็นปัจจุบัน การรายงานนี้เป็น การยืนยันสถานะที่พักอาศัย ไม่ใช่การต่ออายุวีซ่าแต่อย่างใด โดยเป็นข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคนเข้าเมืองของประเทศไทย คนต่างชาติสามารถแจ้งที่พักอาศัยได้ ก่อน 15 วัน หรือหลัง 7 วัน นับจากวันครบกำหนด หากเกินกำหนด ชาวต่างชาติต้องมารายงานตัวด้วยตนเอง เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับ โดยจะถูกเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท   ชาวต่างชาติที่ถือวีซ่า ประเภทที่อนุญาตให้พำนักในไทยนานกว่า 90 วัน ได้แก่  1.ผู้ที่ถือวีซ่าทำงาน (Non-Immigrant B Visa) 2.ผู้ที่ถือวีซ่าเกษียณอายุ (Non-Immigrant O-A Visa) 3.ผู้ที่ถือวีซ่านักศึกษา (Non-Immigrant ED Visa) 4.ผู้ที่ถือวีซ่าคู่สมรส (Non-Immigrant O Visa)  5.ผู้ถือวีซ่าประเภทอื่นๆ ที่อนุญาตให้พำนักในประเทศไทยเกิน 90 วัน หมายเหตุ : แต่ถ้าหากชาวต่างชาติ ออกนอกประเทศไทยก่อนครบ 90 วันและกลับเข้ามาใหม่ การนับวัน 90 วันจะเริ่มต้นนับใหม่ตั้งแต่วันกลับเข้าประเทศ    ปรึกษายื่นขอ Visa & Work Permit    ขั้นตอนการรายงานตัว 1.การเตรียมเอกสารตามที่ทางราชการได้กำหนดไว้ให้ครบถ้วน  ตัวอย่างเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง , แบบฟอร์มรายงานตัว (TM.47) กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน , ใบอนุญาตการพำนักในประเทศไทย (Visa or Residence Permit) และเอกสารอื่นๆ […]

就労許可証の取得にはどのような書類が必要ですか? 就労許可証に関するよくある質問ガイド

เอกสารและคุณสมบัติในการขอ Work Permit สำหรับต่างชาติ  ชาวต่างชาติที่ต้องการทำงานในประเทศไทยจะต้องมีใบอนุญาตทำงานด้วยจึงจะสามารถทำงานในประเทศไทยได้ และต้องมีบริษัทว่าจ้างงานต่างชาติชัดเจน โดยบริษัทและชาวต่างชาติจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กฏหมายได้ระบุเอาไว้ดังนี้  1.บริษัทต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย  2.มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 2 ล้าน  และมีพนักงานคนไทย 4 คน ต่อการจ้างงานชาวต่างชาติหนึ่งใบอนุญาต 3.หากเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ต้องมีทุกจดทะเบียนอย่างน้อย 3 ล้านบาท ต่อการจ้างงานชาวต่างชาติหนึ่งใบอนุญาต แต่หากเป็นกรณีที่บริษัทภายใต้การส่งเสริมโดย BOI คุณสมบัติในบางข้อจะได้รับพิจารณายกเว้น แต่ถึงอย่างไรบริษัทก็ต้องมีการแจ้งต่อ BOI ถึงความจำเป็นในการจ้างพนักงานต่างชาติมาทำงาน    คุณสมบัติของชาติที่จะยื่นขอ Work Permit 1.ยื่นขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้อง 2.มีประวัติการศึกษาและการทำงานที่สอดคล้องกับงานในตำแหน่งนั้น ๆ  3.มีร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคร้ายแรง และไม่ติดสารเสพติด   เอกสารที่ต้องใช้เพื่อขอใบอนุญาตทำงาน เอกสารที่ใช้ในการขอใบอนุญาตทำงานแบ่งเป็นส่วนหลัก ๆ คือ เอกสารของนายจ้าง (บริษัทที่จ้าง) และ เอกสารของลูกจ้าง (ชาวต่างชาติ) เอกสารของนายจ้าง (บริษัทที่จ้าง) ใบจดทะเบียนนิติบุคคล และรายชื่อผู้ถือหุ้น แบบฟอร์มขอใบอนุญาตทำงาน ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และหลักฐานการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม สัญญาจ้างงานระหว่างบริษัทและบุคคลต่างชาติ และเอกสารอื่น ๆ สามารถปรึกษา FDI ได้เช่นกัน  เอกสารของลูกจ้าง (ชาวต่างชาติ) หนังสือเดินทางตัวจริง และสำเนาหน้าตราประทับวีซ่าคนอยู่ชั่วคราว, หน้าตราประทับขาเข้าประเทศไทยล่าสุด และหน้าแรกที่มีรูปถ่ายและข้อมูลทางชีวภาพ สำเนาใบรับรองการศึกษา หรือใบปริญญา หนังสือรับรอง และใบอนุญาตอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และเอกสารอื่น ๆ สามารถปรึกษา FDI ได้เช่นกัน    รวมคำถามที่พบบ่อย FAQ : เกี่ยวกับ Work Permit ใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย  1. ชาวต่างชาติต้องมี Work Permit ก่อนเริ่มทำงานหรือไม่ ? ต้องมีใบอนุญาตก่อนทำงาน ตามกฎหมายไทย ชาวต่างชาติห้ามทำงานก่อนได้รับใบอนุญาตทำงาน แม้จะมีวีซ่าประเภททำงาน (Non-B) แล้วก็ตาม วีซ่าเป็นเพียงสิทธิ์ในการพำนัก แต่ Work Permit คือสิทธิ์ใบอนุญาตในการทำงานจริง 2.ใช้เวลานานแค่ไหนในการขอ Work Permit ? โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3–7 วันทำการ หลังจากยื่นเอกสารครบถ้วน แต่ระยะเวลาอาจแตกต่างตามพื้นที่ยื่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  3.Work […]

よくある質問:タイの「Non-B」就労ビザに関するFAQ

การขอวีซ่าทำงานในไทย โดยเฉพาะประเภท Non-Immigrant B Visa เป็นหนึ่งในหัวข้อที่คนทำงานหรือนักลงทุนต่างชาติสอบถามกันเข้ามาจำนวนมาก เพราะมีหลายประเด็นที่ทั้งนายจ้างและผู้ถูกว่าจ้างต้องเข้าใจให้ถูกต้องก่อนดำเนินการจริง โดยผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงานจาก FDI Group ได้รวบรวมข้อมูลคำถามที่มาพร้อมคำตอบ ในบทความนี้จะรวบรวมคำถาม 10 ข้อที่พบบ่อย พร้อมคำตอบที่ชัดเจน ที่จะช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านมีความเข้าใจได้ในบทความนี้ Question : วีซ่า Non-B Visa คืออะไร ? Answer : Non-Immigrant B Visa คือ วีซ่าประเภทธุรกิจที่ออกให้แก่ชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำงาน หรือเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนที่จะยื่นขอ Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สามารถทำงานได้จริงในไทย โดยจะออกให้สำหรับผูัที่ประสงค์จะเดินทางมาไทยเพื่อทำงาน ติดต่อธุรกิจ เป็นต้น โดยทั่วไปแล้วจะอนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศไทยได้ 90 วัน และหากเมื่อได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว จึงสามารถยื่นขอต่อวีซ่า Non-B เป็นระยะเวลา 1 ปีได้  Question : วีซ่า Non-B Visa มีกี่ประเภท Answer :  : จะมี 2 ประเภท คือ  1.แบบเข้าได้ครั้งเดียว (Single-Entry) มีอายุ 3 เดือน นับจากวันที่ยื่นขอวีซ่า และใช้พำนักอยู่ในประเทศไทยได้ไม่เกิน 90 วัน 2.แบบเข้าได้หลายครั้ง (Multiple-Entry) มีอายุ 1 ปี นับจากวันที่ยื่นขอวีซ่า และใช้พำนักอยู่ในประเทศไทยได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน ออกให้เฉพาะกรณีติดต่อธุรกิจ Question : ต้องมี Work Permit ร่วมกับ Non-B Visa หรือไม่ ? Answer : แม้ว่าคุณจะมี Non-Immigrant B Visa แล้วก็ยัง ไม่สามารถทำงานได้ทันที จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางาน ซึ่งต้องยื่นขอแยกต่างหากหลังจากเข้ามาในไทยแล้วภายในเวลาที่กำหนด Question : คุณสมบัติและเงื่อนไขเบื้องต้นอะไรบ้างที่นายจ้างและต่างชาติต้องรู้ Answer : ในส่วนของนายจ้างต้องทราบถึงว่าบริษัทอยู่ในสถานะบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย  มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด มีพนักงานชาวไทยตามสัดส่วนที่กำหนด (ขึ้นกับประเภทธุรกิจและจำนวนต่างชาติ) พร้อมการเตรียมเอกสารรับรองการว่าจ้างให้ครบถ้วน และสำหรับชาวต่างชาติ จะต้องยื่นขอ Non-Immigrant […]

1 2 3