บทความใบอนุญาต

เปลี่ยนที่อยู่บริษัท 2569 ต้องทำอย่างไร ? ขั้นตอนครบจบในบทความเดียว

ผู้ประกอบการที่ต้องการย้ายออฟฟิศไปสถานที่แห่งใหม่ แต่ยังไม่รู้ว่าต้องแจ้งที่ไหนบ้าง ? หรือเตรียมเอกสาร ขั้นตอนอะไรบ้างที่ต้องไปดำเนินการ นี่คือปัญหาที่เจ้าของธุรกิจหลายรายเจอ เพราะการเปลี่ยนที่อยู่บริษัท ไม่ใช่แค่แจ้งที่เดียวแล้วจบกระบวนการ แต่ต้องดำเนินการกับหลายหน่วยงานพร้อมกัน ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม และอาจรวมถึงหน่วยงานอื่นอีกขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ ซึ่งหากดำเนินการไม่ครบหรือล่าช้า อาจส่งผลต่อการรับเอกสารราชการ การออกใบกำกับภาษี และการรับสิทธิประโยชน์ทางกฎหมาย ในบทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจทุกขั้นตอนอย่างครบถ้วน พร้อม Checklist ขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม ที่นำไปใช้ได้เลยในทันที ! ทำไมการเปลี่ยนที่อยู่บริษัทถึงต้องเร่งดำเนินการติดต่อและแจ้งย้ายข้อมูล ? ที่อยู่ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลถือเป็น ‘ที่ตั้งสำนักงานใหญ่’ ตามกฎหมาย ซึ่งมีผลทางนิติกรรมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น  ที่อยู่สำหรับการส่งหนังสือแจ้งจากหน่วยงานราชการ เช่น กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ฐานข้อมูลสำหรับออกใบกำกับภาษีและเอกสารทางธุรกิจ ที่อยู่ที่ปรากฏในหนังสือรับรองบริษัท ซึ่งคู่ค้าและสถาบันการเงินใช้ตรวจสอบ สถานที่ตั้งที่หน่วยงานกำกับดูแลจะเข้าตรวจสอบ ⚠️  ข้อควรระวัง: หากไม่แจ้งเปลี่ยนที่อยู่บริษัท กรณีที่ย้ายที่อยู่แล้ว อาจทำให้หนังสือราชการที่ส่งถึงบริษัทส่งไม่ถึงผู้รับจริง และถือว่าได้รับหนังสือแล้วตามกฎหมายเนื่องจากส่งมาที่อยู่เดิม ซึ่งอาจส่งผลต่อสิทธิ์ทางกฎหมายของบริษัทในด้านต่าง ๆ ตามมาได้ สำหรับธุรกิจที่มีการย้ายที่อยู่/ที่ตั้ง ของกิจการไปที่ใหม่ ต้องแจ้งต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในเขตที่บริษัทตั้งอยู่ กรมสรรพากรพื้นที่ ในเขตที่บริษัทตั้งอยู่ สำนักงานประกันสังคม ในเขตที่บริษัทตั้งอยู่ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสถานที่จดทะเบียน สถานที่จดทะเบียน ยื่นคำขอจดทะเบียน ณ หน่วยงานในสังกัดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานพาณิชย์ จังหวัดทั่วประเทศ ตามที่สำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ ดังนี้ บริษัทจำกัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นขอจดทะเบียนที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สนามบินน้ำ) สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า เขต 1-6 (ปิ่นเกล้า พหลโยธิน รัชดาภิเษก สี่พระยา ศรีนครินทร์ (ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค) และแจ้งวัฒนะ (ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา) เฉพาะธุรกิจหลักทรัพย์ให้ยื่นขอจดทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สนามบินน้ำ) บริษัทจำกัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น ให้ยื่นขอจดทะเบียนที่สำนักงาน พาณิชย์จังหวัด ในจังหวัดที่บริษัทจำกัดนั้นมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่  การเปลี่ยนที่อยู่บริษัทต้องดำเนินการกับหน่วยงานต่างๆ โดยแต่ละแห่งมีขั้นตอนและระยะเวลาที่แตกต่างกันตามระบบของแต่ละหน่วยงาน 1. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) จดทะเบียนแก้ไขที่อยู่ เป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุด โดยไปในเขตที่บริษัทตั้งอยู่ ในส่วนนี้จะสำคัญ เพราะข้อมูลที่อยู่ในทะเบียนพาณิชย์คือฐานข้อมูลหลักของบริษัท เอกสารที่ต้องใช้: แบบ บอจ.4 (หนังสือบริคณห์สนธิ) หรือ หจก.3 สำหรับห้างหุ้นส่วน, […]

นายจ้างต้องการยกเลิก Work Permit ต้องทำอย่างไร อัปเดต 2026

การยกเลิก Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน) ในประเทศไทยปี 2026 จะมีขั้นตอนหลัก ๆ ที่ “นายจ้างเป็นผู้ดำเนินการหลัก” แต่ต้องทำร่วมกับลูกจ้างและสำนักงานรัฐ 2 หน่วยงาน คือ กรมการจัดหางาน (กระทรวงแรงงาน) และ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง FDI Group ที่ปรึกษาด้านขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน  การยกเลิก Work Permit ถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่นายจ้างและฝ่าย HR ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายแรงงานต่างด้าวของประเทศไทย โดยเฉพาะในปี 2026 ที่มีการปรับปรุงระบบการยื่นเอกสารและการเชื่อมข้อมูลระหว่างกรมการจัดหางานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมากขึ้น ความผิดพลาดเล็กน้อยในการ ยกเลิก Work Permit อาจส่งผลให้บริษัทมีความเสี่ยงด้านค่าปรับทางกฎหมาย หรือกระทบต่อสถานะวีซ่าของพนักงานต่างชาติได้ ดังนั้นบทความนี้จะอธิบายขั้นตอนแบบละเอียดในมุมมองที่ปรึกษามืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการยื่นขอยกเลิกใบอนุญาตทำงาน เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในองค์กร คำแนะนำสำหรับนายจ้างที่มีลูกจ้างเป็นต่างชาติ เมื่อมีการจ้างลูกจ้างชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในบริษัทหรือในสถานประกอบการในไทย นายจ้างไม่เพียงแต่ต้องดำเนินการนำชาวต่างชาติเข้ามา ผ่านกระบวนการก่อนทำงานที่จะต้องยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานเท่านั้น แต่ต้องทราบถึงในกรณีที่ลูกจ้างชาวต่างชาติลาออกจากงานด้วยเช่นกัน หากไม่ดำเนินการให้ครบถ้วนตามขั้นตอนที่กฏหมายระบุไว้ นายจ้างอาจจะมีโทษตามกฏหมายระบุ โดยเมื่อลูกจ้างชาวต่างชาติที่ถือใบอนุญาตทำงานและวีซ่าทำงานในราชอาณาจักรไทยอยู่นั้นหมดสัญญาหรือลาออกจากงาน นายจ้างหรือลูกจ้างชาวต่างชาติต้องดำเนินการ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การแจ้งยกเลิกใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และการแจ้งพ้นหน้าที่ทำงาน หรือการแจ้งยกเลิกวีซ่าทำงาน   สาเหตุที่ต้องยกเลิก Work Permit ! โดยทั่วไป การยกเลิก Work Permit จะเกิดขึ้นจากกรณีดังต่อไปนี้ : พนักงานลาออกจากบริษัท การเลิกจ้างโดยนายจ้าง สิ้นสุดสัญญาจ้างงาน การย้ายงานไปบริษัทใหม่ การยกเลิกโครงการจ้างงานต่างชาติ ไม่ว่ากรณีใด นายจ้างต้องดำเนินการ ยกเลิก Work Permit ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แนะนำขั้นตอนสำหรับการแจ้งยกเลิก  การแจ้งขอยกเลิกการอนุญาตทำงาน 1. กรณีนายจ้างมีความประสงค์จะแจ้งขอยกเลิกการอนุญาตทำงานให้แสดงเอกสาร ดังนี้ 1.1 กรอกใบแจ้งยกเลิกการอนุญาตทำงาน โดยนายจ้างเป็นผู้ลงนาม พร้อมสำเนา 1 ฉบับ 1.2 ใบอนุญาตทำงานฉบับจริง (ยกเว้นกรณีคนต่างด้าวไม่ สามารถติดต่อได้ให้แนบสำเนา ใบอนุญาตทำงานถ้ามี) 1.3 สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนสถานประกอบการ เช่น หนังสือรับรองนิติบุคคลบริษัท (ไม่เกิน 6 เดือน), ใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน, หนังสือรับรองนิติบุคคลของมูลนิธิ เป็นต้น 1.4 สำเนาบัตรประชาชนของนายจ้าง ถ้านายจ้างเป็นคนไทย หรือสำเนาใบอนุญาตทำงานของนายจ้าง ถ้านายจ้างเป็นคนต่างด้าว 1.5 […]

การขออนุญาตให้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย Re-entry Permit มีขั้นตอน เอกสารอะไรบ้าง ?

คนต่างชาติก่อนเดินทางออกนอกประเทศไทย ควรยื่นขอ Re-entry Permit ทุกครั้ง !  คนต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่าชั่วคราว เช่น Non-Immigration Visa, Tourist Visa หากกรณีที่เดินทางออกไปนอกประเทศไทยแล้วถือว่าการได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยนั้นเป็นอันสิ้นสุดทันที  ยกเว้นกรณีได้รับอนุญาตจากกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง ถึงจะสามารถเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยได้อีกครั้งโดยที่ไม่ต้องขอวีซ่าใหม่ Re-entry Permit คืออะไร ?   Re-entry Permit คือ การขออนุญาตเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยหลังจากที่ได้เดินทางออกนอกประเทศ โดยวีซ่าที่ถืออยู่ยังไม่หมดอายุ ซึ่งการยื่นขอ Re-entry Permit จะต้องทำก่อนเดินทางออกนอกประเทศไทย  ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีก ซึ่งถ้าหากต้องการเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยจะต้องขอวีซ่าใหม่อีกครั้ง การขอสงวนสิทธิกลับเข้ามาในราชอาณาจักร (Re-entry Permit) มี 2 แบบ แตกต่างกันอย่างไร ?  ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถือวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) หรือวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยว (Tourist Visa) หากมีความประสงค์จะเดินทางออกนอกประเทศไทยในช่วงที่ยังมีระยะเวลาอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเหลืออยู่ และต้องการกลับเข้ามาใช้สิทธิการพำนักเดิมต่อ จะต้องดำเนินการขอ Re-entry Permit ก่อนเดินทางออกจากประเทศไทย การขอ Re-entry Permit มี 2 ประเภท ดังนี้ 1. Single Re-entry Permit เป็นการขออนุญาตสำหรับการเดินทางออกและกลับเข้าประเทศไทย ครั้งละ 1 ครั้ง โดยจะต้องยื่นขอใหม่ทุกครั้งก่อนเดินทางออกนอกประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีแผนเดินทางไปต่างประเทศ หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวในระยะเวลาสั้น เช่น ผู้ที่อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาคำขออยู่ต่อในราชอาณาจักร ค่าธรรมเนียม 1,000 บาทต่อครั้ง และสามารถใช้สำหรับการเดินทางกลับเข้าประเทศไทยได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น 2. Multiple Re-entry Permit เป็นการขออนุญาตเพียงครั้งเดียว แต่สามารถเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยได้หลายครั้งภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เหมาะสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ ผู้บริหาร นักลงทุน หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยระยะยาว เช่น ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นเวลา 1 ปี ค่าธรรมเนียม 3,800 บาทต่อครั้ง และสามารถใช้เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยได้หลายครั้งจนกว่าสิทธิการพำนักเดิมจะสิ้นสุดลง ขั้นตอนการขอ Re-entry Permit การขอสงวนสิทธิในการกลับเข้ามาในราชอาณาจักร (Re-entry Permit) มีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้ 1. เตรียมและตรวจสอบเอกสาร ผู้ยื่นคำขอจะต้องเตรียมแบบฟอร์ม ตม.8 (TM.8) หนังสือเดินทาง (Passport) และค่าธรรมเนียมให้ครบถ้วน […]

DTV Visa คืออะไร? FAQ : เกี่ยวกับ DTV Visa อัปเดตปี 2026

DTV Visa คืออะไร ? สำหรับชาวต่างชาติมาไทย อัพเดทวีซ่า 2026 ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของกลุ่ม Digital Nomad, Remote Worker และชาวต่างชาติที่ต้องการใช้ชีวิตระยะยาวในเอเชีย ด้วยค่าครองชีพที่เหมาะสม ระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน และคุณภาพชีวิตที่ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ ล่าสุดรัฐบาลไทยได้เปิดตัว DTV Visa (Destination Thailand Visa) ซึ่งถูกเรียกว่าเป็น “Digital Nomad Visa ของไทย” เพื่อรองรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำงานระยะไกล ท่องเที่ยว หรือเข้าร่วมกิจกรรมระยะยาวในประเทศไทย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่า DTV Visa คืออะไร, ใครสมัครได้, ต้องใช้เอกสารอะไร และมีข้อควรรู้อะไรบ้างในปี 2026  DTV Visa คืออะไร ? มีข้อกำหนดและเงื่อนไขใดบ้างที่ควรจะทราบ DTV Visa (Destination Thailand Visa) คือวีซ่าระยะยาวรูปแบบใหม่ของประเทศไทย ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2024 เพื่อดึงดูดกลุ่ม Digital Nomad Remote Worker Freelancer นักลงทุนบางกลุ่ม ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Soft Power ของไทย โดยผู้ถือ DTV Visa สามารถพำนักในประเทศไทยได้สูงสุด 180 วันต่อครั้ง และสามารถต่ออายุเพิ่มได้อีก 180 วัน รวมถึงเป็นวีซ่าแบบ Multiple Entry ที่มีอายุสูงสุดถึง 5 ปี     คุณสมบัติและข้อกำหนดหลักของ  DTV Visa การทำงานจากระยะไกล : ผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่าดังกล่าว ต้องเป็นพนักงานหรือลูกจ้างที่ทำงานแบบระยะไกลให้กับบริษัทหรือลูกค้านอกประเทศไทย ซึ่งหมายถึงการทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตหรือเครื่องมือดิจิทัลต่าง ๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานในบริษัทหรือองค์กรภายในประเทศไทย ต้องมีหลักฐานทางการเงิน : ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานทางการเงินที่เพียงพอเพื่อรับรองว่ามีความสามารถในการใช้ชีวิตในประเทศไทย เช่น ใบแจ้งยอดบัญชีธนาคารหรือหลักฐานรายได้ประจำ  สถานะการจ้างงานในปัจจุบัน : ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานที่ชัดเจนว่าได้รับการจ้างงานหรือมีสัญญากับบริษัทหรือลูกค้าที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย การมีประกันสุขภาพ: ผู้สมัครต้องมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในประเทศไทยในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น   ความสำคัญและจุดเด่น DTV Visa 1. อยู่ไทยระยะยาวได้ โดยผู้ถือ DTV Visa สามารถอยู่ในไทยได้ดังนี้ […]

เปิดบริษัทต่างชาติในไทย 2569 ต้องยื่นขอเอกสารอะไรบ้าง ?

ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของนักลงทุนต่างชาติในปี 2569 ทั้งในกลุ่มธุรกิจการผลิต เทคโนโลยี โลจิสติกส์ อาหาร และบริการ เนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในอาเซียน มีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการลงทุน และมีระบบซัพพลายเชนที่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม การเปิดบริษัทต่างชาติในไทยไม่ใช่เพียงแค่การจดทะเบียนบริษัทตามที่เข้าใจเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของกฎหมายธุรกิจต่างด้าว ใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจตามแต่ละประเภท วีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับต่างชาติ และเอกสารหลายส่วนที่ต้องเตรียมให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น หากมีการวางโครงสร้างธุรกิจผิดตั้งแต่แรก หรือใช้เอกสารไม่ครบถ้วน อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว รวมถึงการขอ Visa และ Work Permit ของกรรมการหรือพนักงานต่างชาติได้เช่นกัน โดยในบทความนี้จะเป็นการแนะนำข้อมูลในเบื้องต้น หากนักลงทุนหรือบริษัทต่างประเทศต้องการเปิดบริษัทในไทย ปี 2569 ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และควรวางแผนอย่างไรให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย บทความนี้ FDI Group จะสรุปให้เข้าใจง่ายว่า หากชาวต่างชาติต้องการเปิดบริษัทในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และมีขั้นตอนใดที่ควรรู้ รวมถึงการดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้  ต่างชาติสามารถเปิดบริษัทในไทยได้หรือไม่ ? ตามกฎหมายไทย ชาวต่างชาติสามารถจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยได้ แต่จะต้องพิจารณาตามลักษณะธุรกิจ และสัดส่วนการถือหุ้น เนื่องจากบางธุรกิจอยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Act: FBA) ซึ่งจะสามารถบ่งบอกได้ว่าธุรกิจต่างด้าวนั้นมีประเภทใดบ้างที่สามารถดำเนินธุรกิจในไทยได้ โดยทั่วไป บริษัทต่างชาติที่ถือหุ้นเกิน 49% อาจต้องขออนุญาตเพิ่มเติม เช่น Foreign Business License (FBL) Foreign Business Certificate (FBC) BOI Promotion (กรณีได้รับส่งเสริมการลงทุน) ดังนั้น ก่อนเริ่มจัดตั้งบริษัท ควรวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น โดยสามารถอ่านรายละเอียดในการขอใบอนุญาต Foreign Business License (FBL) และ Foreign Business Certificate (FBC) ได้ที่นี่ ! คลิกเพื่ออ่านต่อ  หากมีต่างชาติทำงานในบริษัท ต้องเตรียมเอกสารใดบ้าง ? หากกรรมการหรือพนักงานต่างชาติต้องการทำงานในไทย ต้องดำเนินการเพิ่มเติม เช่น วีซ่าธุรกิจ Non-Immigrant B ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เอกสารที่เกี่ยวข้องจะต้องสอดคล้องกับข้อมูลบริษัทที่จดทะเบียนไว้ด้วยเช่นกัน โดยสามารถปรึกษาการจัดเตรียมเอกสาร การยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ได้จาก FDI Group เช่นเดียวกัน    ทำไมควรมีที่ปรึกษาในการเปิดบริษัทต่างชาติ การเปิดบริษัทต่างชาติในไทยมีรายละเอียดด้านกฎหมาย […]

คู่มือการขอใบประกอบกิจการ เพื่อขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร

การเริ่มต้นธุรกิจอาหารไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตอาหารขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการคือ การขอใบประกอบกิจการและใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากธุรกิจอาหารเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพของผู้บริโภค หน่วยงานภาครัฐจึงมีการควบคุมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอใบอนุญาตผลิตอาหารทำอย่างไร ? คู่มือแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ นิยามของคำว่า “สถานที่ผลิตอาหาร” คือ เป็นสถานที่ที่ใช้ผลิตและจัดการเกี่ยวกับอาหารตลอดทั้งกระบวนการ ที่รวมตั้งแต่การจัดหา รับ และจัดเก็บวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการแปรรูปสินค้า โดยรวมไปถึงการแบ่งบรรจุสินค้าเพื่อกระจายจำหน่ายไปให้แก่ผู้บริโภคด้วย  โดยการมีใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารในการประกอบกิจการสำคัญอย่างไร ?  1. สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมาย ไม่ต้องกังวลใจในการดำเนินงาน ธุรกิจที่ไม่มีใบอนุญาต หากตรวจพบ อาจถูกสั่งปิดหรือถูกดำเนินคดีได้ โดยไม่ได้สนใจว่าแบรนด์นั้นจะติดตลาดหรือมีขนาดใหญ่มากน้อยเท่าใด หากทำผิดกฏหมายก็จะโดนดำเนินคดีเนื่องจากไม่มีใบอนุญาตดังกล่าว  2. เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและคู่ค้า ลูกค้าและคู่ค้าจะเชื่อมั่นในธุรกิจ แบรนด์ ที่มีใบอนุญาตผลิตอาหารอย่างถูกต้อง เชื่อมั่นว่ากระบวนการผลิตเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง สะอาดและปลอดภัย มีมาตรฐานที่สำคัญที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเรียบร้อย  ซึ่งกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงานและไม่เข้าข่าย สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ  1.สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตอาหารที่ใช้เครื่องมือ เครื่องจักรในการผลิตอาหาร รวมต่ำกว่า 50 แรงม้า และใช้คนงานต่ำกว่า 50 คน  2.สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน โดยเป็นสถานที่ผลิตอาหารที่ใช้เครื่องมือ เครื่องจักร ในการผลิตอาหาร ซึ่งรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป    ขั้นตอนที่ควรรู้สำหรับการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้ 1.ส่วนของการขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร  2.ส่วนของการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร   ในส่วน 1 : การขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร ขั้นตอนที่ 1 : เข้าใช้งานระบบ e-Submission ศึกษารายละเอียด เพื่อเข้าใช้งานระบบ ขั้นตอนที่ 2 : เปิดสิทธิ์เพื่อเข้าใช้งานระบบ e-Submission และยื่นขอจัดทำฐานข้อมูลหลักผู้ประกอบการ ซึ่งต้องมีการเตรียมเอกสารตามแบบที่ได้กำหนดไว้ให้ครบถ้วน  ขั้นตอนที่ 3 : ยื่นคำขอเพื่อตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารและชำระเงินค่าคำขอตรวจประเมินเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์  ขั้นตอนที่ 4 : การรับตรวจประเมินและรายงานผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร โดยสามารถอ่านรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารได้ที่นี่    ในส่วน 2 : การขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยสามารถยื่นผ่านระบบ e-Submission […]

รายงานตัว 90 วัน สำหรับต่างชาติพำนักในไทย ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

การรายงานตัว 90 วัน คืออะไร ? การรายงานตัว 90 วัน (หรือเรียกว่า 90-day reporting) คือข้อกำหนดตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองไทยที่กำหนดให้ ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเกิน 90 วัน ต้องแจ้ง ที่อยู่พักอาศัยปัจจุบัน ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นระยะ ๆ ทุก ๆ 90 วัน เป็นไปตาม มาตรา 37(5) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เพื่อให้ทางการทราบว่าชาวต่างชาติ ยังพำนักอยู่จริงในประเทศและพักอยู่ที่ไหนเป็นปัจจุบัน การรายงานนี้เป็น การยืนยันสถานะที่พักอาศัย ไม่ใช่การต่ออายุวีซ่าแต่อย่างใด โดยเป็นข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคนเข้าเมืองของประเทศไทย คนต่างชาติสามารถแจ้งที่พักอาศัยได้ ก่อน 15 วัน หรือหลัง 7 วัน นับจากวันครบกำหนด หากเกินกำหนด ชาวต่างชาติต้องมารายงานตัวด้วยตนเอง เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับ โดยจะถูกเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท   ชาวต่างชาติที่ถือวีซ่า ประเภทที่อนุญาตให้พำนักในไทยนานกว่า 90 วัน ได้แก่  1.ผู้ที่ถือวีซ่าทำงาน (Non-Immigrant B Visa) 2.ผู้ที่ถือวีซ่าเกษียณอายุ (Non-Immigrant O-A Visa) 3.ผู้ที่ถือวีซ่านักศึกษา (Non-Immigrant ED Visa) 4.ผู้ที่ถือวีซ่าคู่สมรส (Non-Immigrant O Visa)  5.ผู้ถือวีซ่าประเภทอื่นๆ ที่อนุญาตให้พำนักในประเทศไทยเกิน 90 วัน หมายเหตุ : แต่ถ้าหากชาวต่างชาติ ออกนอกประเทศไทยก่อนครบ 90 วันและกลับเข้ามาใหม่ การนับวัน 90 วันจะเริ่มต้นนับใหม่ตั้งแต่วันกลับเข้าประเทศ    ปรึกษายื่นขอ Visa & Work Permit    ขั้นตอนการรายงานตัว 1.การเตรียมเอกสารตามที่ทางราชการได้กำหนดไว้ให้ครบถ้วน  ตัวอย่างเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง , แบบฟอร์มรายงานตัว (TM.47) กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน , ใบอนุญาตการพำนักในประเทศไทย (Visa or Residence Permit) และเอกสารอื่นๆ […]

เอกสาร Work Permit ต้องใช้อะไรบ้าง? รวมคำถามพบบ่อยเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงาน

เอกสารและคุณสมบัติในการขอ Work Permit สำหรับต่างชาติ  ชาวต่างชาติที่ต้องการทำงานในประเทศไทยจะต้องมีใบอนุญาตทำงานด้วยจึงจะสามารถทำงานในประเทศไทยได้ และต้องมีบริษัทว่าจ้างงานต่างชาติชัดเจน โดยบริษัทและชาวต่างชาติจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กฏหมายได้ระบุเอาไว้ดังนี้  1.บริษัทต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย  2.มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 2 ล้าน  และมีพนักงานคนไทย 4 คน ต่อการจ้างงานชาวต่างชาติหนึ่งใบอนุญาต 3.หากเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ต้องมีทุกจดทะเบียนอย่างน้อย 3 ล้านบาท ต่อการจ้างงานชาวต่างชาติหนึ่งใบอนุญาต แต่หากเป็นกรณีที่บริษัทภายใต้การส่งเสริมโดย BOI คุณสมบัติในบางข้อจะได้รับพิจารณายกเว้น แต่ถึงอย่างไรบริษัทก็ต้องมีการแจ้งต่อ BOI ถึงความจำเป็นในการจ้างพนักงานต่างชาติมาทำงาน    คุณสมบัติของชาติที่จะยื่นขอ Work Permit 1.ยื่นขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้อง 2.มีประวัติการศึกษาและการทำงานที่สอดคล้องกับงานในตำแหน่งนั้น ๆ  3.มีร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคร้ายแรง และไม่ติดสารเสพติด   เอกสารที่ต้องใช้เพื่อขอใบอนุญาตทำงาน เอกสารที่ใช้ในการขอใบอนุญาตทำงานแบ่งเป็นส่วนหลัก ๆ คือ เอกสารของนายจ้าง (บริษัทที่จ้าง) และ เอกสารของลูกจ้าง (ชาวต่างชาติ) เอกสารของนายจ้าง (บริษัทที่จ้าง) ใบจดทะเบียนนิติบุคคล และรายชื่อผู้ถือหุ้น แบบฟอร์มขอใบอนุญาตทำงาน ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และหลักฐานการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม สัญญาจ้างงานระหว่างบริษัทและบุคคลต่างชาติ และเอกสารอื่น ๆ สามารถปรึกษา FDI ได้เช่นกัน  เอกสารของลูกจ้าง (ชาวต่างชาติ) หนังสือเดินทางตัวจริง และสำเนาหน้าตราประทับวีซ่าคนอยู่ชั่วคราว, หน้าตราประทับขาเข้าประเทศไทยล่าสุด และหน้าแรกที่มีรูปถ่ายและข้อมูลทางชีวภาพ สำเนาใบรับรองการศึกษา หรือใบปริญญา หนังสือรับรอง และใบอนุญาตอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และเอกสารอื่น ๆ สามารถปรึกษา FDI ได้เช่นกัน    รวมคำถามที่พบบ่อย FAQ : เกี่ยวกับ Work Permit ใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย  1. ชาวต่างชาติต้องมี Work Permit ก่อนเริ่มทำงานหรือไม่ ? ต้องมีใบอนุญาตก่อนทำงาน ตามกฎหมายไทย ชาวต่างชาติห้ามทำงานก่อนได้รับใบอนุญาตทำงาน แม้จะมีวีซ่าประเภททำงาน (Non-B) แล้วก็ตาม วีซ่าเป็นเพียงสิทธิ์ในการพำนัก แต่ Work Permit คือสิทธิ์ใบอนุญาตในการทำงานจริง 2.ใช้เวลานานแค่ไหนในการขอ Work Permit ? โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3–7 วันทำการ หลังจากยื่นเอกสารครบถ้วน แต่ระยะเวลาอาจแตกต่างตามพื้นที่ยื่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  3.Work […]

FAQs : รวมถาม – ตอบ คำถามพบบ่อย Non-B Visa วีซ่าทำงานในไทย

การขอวีซ่าทำงานในไทย โดยเฉพาะประเภท Non-Immigrant B Visa เป็นหนึ่งในหัวข้อที่คนทำงานหรือนักลงทุนต่างชาติสอบถามกันเข้ามาจำนวนมาก เพราะมีหลายประเด็นที่ทั้งนายจ้างและผู้ถูกว่าจ้างต้องเข้าใจให้ถูกต้องก่อนดำเนินการจริง โดยผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงานจาก FDI Group ได้รวบรวมข้อมูลคำถามที่มาพร้อมคำตอบ ในบทความนี้จะรวบรวมคำถาม 10 ข้อที่พบบ่อย พร้อมคำตอบที่ชัดเจน ที่จะช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านมีความเข้าใจได้ในบทความนี้ Question : วีซ่า Non-B Visa คืออะไร ? Answer : Non-Immigrant B Visa คือ วีซ่าประเภทธุรกิจที่ออกให้แก่ชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำงาน หรือเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนที่จะยื่นขอ Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สามารถทำงานได้จริงในไทย โดยจะออกให้สำหรับผูัที่ประสงค์จะเดินทางมาไทยเพื่อทำงาน ติดต่อธุรกิจ เป็นต้น โดยทั่วไปแล้วจะอนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศไทยได้ 90 วัน และหากเมื่อได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว จึงสามารถยื่นขอต่อวีซ่า Non-B เป็นระยะเวลา 1 ปีได้  Question : วีซ่า Non-B Visa มีกี่ประเภท Answer :  : จะมี 2 ประเภท คือ  1.แบบเข้าได้ครั้งเดียว (Single-Entry) มีอายุ 3 เดือน นับจากวันที่ยื่นขอวีซ่า และใช้พำนักอยู่ในประเทศไทยได้ไม่เกิน 90 วัน 2.แบบเข้าได้หลายครั้ง (Multiple-Entry) มีอายุ 1 ปี นับจากวันที่ยื่นขอวีซ่า และใช้พำนักอยู่ในประเทศไทยได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน ออกให้เฉพาะกรณีติดต่อธุรกิจ Question : ต้องมี Work Permit ร่วมกับ Non-B Visa หรือไม่ ? Answer : แม้ว่าคุณจะมี Non-Immigrant B Visa แล้วก็ยัง ไม่สามารถทำงานได้ทันที จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางาน ซึ่งต้องยื่นขอแยกต่างหากหลังจากเข้ามาในไทยแล้วภายในเวลาที่กำหนด Question : คุณสมบัติและเงื่อนไขเบื้องต้นอะไรบ้างที่นายจ้างและต่างชาติต้องรู้ Answer : ในส่วนของนายจ้างต้องทราบถึงว่าบริษัทอยู่ในสถานะบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย  มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด มีพนักงานชาวไทยตามสัดส่วนที่กำหนด (ขึ้นกับประเภทธุรกิจและจำนวนต่างชาติ) พร้อมการเตรียมเอกสารรับรองการว่าจ้างให้ครบถ้วน และสำหรับชาวต่างชาติ จะต้องยื่นขอ Non-Immigrant […]

เปลี่ยนประเภทวีซ่าเป็นวีซ่า Non B (Non-Immigrant B) ต้องทำอย่างไร ?

Visa Non-B คือวีซ่าอะไร ?  สำหรับ Visa Non-B (Non-Immigrant B) คือวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาในประเทศไทยเพื่อทำงานหรือประกอบธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย ใช้สำหรับการทำงานในบริษัทไทย เป็นผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ หรือเข้ามาติดต่อธุรกิจ เช่น ประชุม เจรจา เปิดบริษัท วีซ่า Non-B ไม่ใช่วีซ่าท่องเที่ยว และไม่สามารถทำงานได้หากยังไม่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) โดยปกติวีซ่าจะมีอายุเริ่มต้น 90 วัน และสามารถขอต่ออายุเป็น 1 ปีได้ ก่อนวีซ่าหมดอายุ 30 วัน โดยที่ผู้ถือวีซ่าต้องขอ Work Permit เพิ่ม และรายงานตัวกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุก 90 วัน คุณสมบัติของต่างชาติที่จะยื่นขอ Visa Non-B ต้องถือวีซ่าประเภท  Tourist Visa หรือ Transit Visa เท่านั้น เช่น วีซ่า Non-O และวีซ่าประเภทอื่น ๆ จะไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่า Non – B ได้ ทั้งนี้หากเป็นวีซ่าประเภทอื่น ๆ สามารถปรึกษา FDI เพิ่มเติมได้ อายุของวีซ่าต้องมีระยะเวลาเหลือไม่ต่ำกว่า 15 วัน ก่อนวีซ่าหมดอายุ ต้องมีเงินเดือนตามกฏหมายกำหนด การขอ Visa Non-B สามารถยื่นขอได้อย่างไรได้บ้าง การยื่นขอจากต่างประเทศก่อนเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย การขอเปลี่ยนวีซ่าในไทย ขั้นตอนการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน  ติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อพูดคุยและขอคำปรึกษาได้เลยทันที โทร : (02) 642-6866, (02) 642-6869, (02) 642-6895 , Line ID : fdigroup  เจ้าหน้าที่นำส่งใบเสนอราคา และชำระค่าบริการ โดยแบ่งชำระตามรอบดำเนินการเป็น 2 งวด งวดละ 50% หรือเต็มจำนวน ก่อนเริ่มดำเนินการ การเตรียมเอกสาร ให้ถูกต้อง ครบตามที่ระบุ โดยการดูแลใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ FDI นัดหมายยื่นวีซ่า ทีมผู้เชี่ยวชาญนัดหมายลูกค้าเพื่อยื่นวีซ่า โดยเจ้าหน้าที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น […]

1 2 3