รวมเรื่องภาษีบริษัท ที่เจ้าของกิจการควรจะรู้ !
หลายคนมองว่าการยื่นภาษีเป็นเพียงภาระที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ในความเป็นจริง ภาษีคือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของกิจการมองเห็นภาพรวมทางการเงินของธุรกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น การจัดการภาษีอย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกิจการ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการเงินเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว เจ้าของกิจการต้องยื่นภาษีอะไรบ้าง ? การดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ล้วนมีหน้าที่ด้านภาษีที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยประเภทของภาษีที่ต้องยื่นจะแตกต่างกันไปตามลักษณะและรูปแบบของกิจการ ซึ่งภาษีสำคัญที่เจ้าของธุรกิจควรรู้ มีดังนี้ 1. ภาษีเงินได้ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับกิจการที่ดำเนินงานในรูปแบบบุคคลธรรมดาและยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล รายได้ที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการจะถือเป็นรายได้ของเจ้าของกิจการโดยตรง ซึ่งจัดเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าของกิจการมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนี้ ภ.ง.ด.94 สำหรับการยื่นภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.90 สำหรับการยื่นภาษีประจำปี ภาษีเงินได้นิติบุคคล ในกรณีที่กิจการจดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งมีหลักเกณฑ์และวิธีคำนวณภาษีแตกต่างจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยจะคำนวณจากกำไรสุทธิของกิจการ หรือรายได้หลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายกำหนด แบบภาษีที่ต้องยื่น ได้แก่ ภ.ง.ด.51 สำหรับการยื่นภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.50 สำหรับการยื่นภาษีประจำปี 2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กิจการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ไม่ว่าจะดำเนินกิจการในรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ปัจจุบันภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บในอัตรา 7% ของมูลค่าสินค้าหรือบริการ โดยผู้ประกอบการต้องคำนวณภาษีจากส่วนต่างระหว่างภาษีขายและภาษีซื้อ ดังนี้ ภาษีขาย คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากลูกค้า ภาษีซื้อ คือ ภาษีที่จ่ายจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ประกอบการที่จด VAT จากนั้นต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 และนำส่งภาษีให้กรมสรรพากรเป็นประจำทุกเดือน 3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย กิจการที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในกรณีที่มีการจ่ายเงินได้บางประเภทให้แก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เช่น ค่าบริการ ค่าจ้าง ค่าเช่า หรือค่าวิชาชีพ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ภาษีที่หักไว้จะต้องนำส่งกรมสรรพากรภายในกำหนดเวลา และทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้จ่ายเงินจะต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (หนังสือรับรองตามมาตรา 50 ทวิ) ให้แก่ผู้รับเงินเพื่อใช้เป็นหลักฐานทางภาษี 4. ภาษีอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจ นอกจากภาษีหลักข้างต้นแล้ว บางกิจการอาจมีหน้าที่เสียภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจและลักษณะการดำเนินงาน เช่น ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีป้าย ดังนั้น เจ้าของกิจการควรศึกษาภาระภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตนอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากค่าปรับ และวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ทำไมผู้ประกอบการจึงควรรู้เรื่องภาษี? สิทธิประโยชน์ทางภาษีมีอะไรบ้าง? ภาษีเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการทุกคนควรให้ความใส่ใจ เพราะไม่เพียงเป็นหน้าที่ตามกฎหมายเท่านั้น […]