ตัวอย่าง ESG ของบริษัทไทยที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนและการดำเนินธุรกิจในอนาคต

ตัวอย่าง ESG ของบริษัทไทยที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนและการดำเนินธุรกิจในอนาคต

ในยุคที่โลกเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และผู้คนในสังคมที่สูงขึ้น องค์กรธุรกิจไม่อาจดำเนินงานเพียงเพื่อผลกำไรเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป การบริหารจัดการภายใต้กรอบดำเนินการในด้าน ESG (Environmental, Social, Governance) หรือ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนความรับผิดชอบและความโปร่งใสขององค์กร รวมทั้งเป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต ในบทความนี้ FDI ได้รวบรวม ตัวอย่าง ESG ของบริษัทชั้นนำในประเทศไทยที่ดำเนินกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ทั้งนี้ยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ โดยการนำหลัก ESG มาใช้ในธุรกิจ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนได้ดีมากยิ่งขึ้น

ทำไมองค์กรธุรกิจต้องให้ความสำคัญด้าน ESG

ESG คือกรอบแนวทางในการบริหารความยั่งยืนขององค์กร ครอบคลุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การดูแลสังคม และธรรมาภิบาลที่ดี การเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของ แบบ 56-1 One Report ของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งบังคับใช้กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยตรง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส ครบถ้วน และสามารถประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังสนับสนุนให้องค์กรจัดทำรายงานความยั่งยืน และกำหนดแนวทางเสริมสร้างคุณภาพการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนผ่านคู่มือ SET Sustainability Reporting Guide เพื่อยกระดับมาตรฐาน ESG ในภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่าง ESG ของบริษัทในไทยที่ประสบความสำเร็จด้านความยั่งยืน

1) PTT Global Chemical (PTTGC) : ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและ Net Zero

PTT Global Chemical (PTTGC) เป็นหนึ่งในองค์กรไทยที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน โดยมีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงมีการจัดทำรายงานความยั่งยืนประจำปีอย่างเป็นระบบ ซึ่งสะท้อนผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการ ESG ได้อย่างดีเยี่ยม

ในรายงานความยั่งยืนพบว่า PTTGC ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อย GHG และเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน รวมถึงมีโครงการด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก ส่งผลให้องค์กรได้รับการประเมินในระดับดีเยี่ยมจากหลายสถาบันด้านความยั่งยืนในระดับสากล

PTTGC จึงเป็นตัวอย่าง ESG ที่ชัดเจนขององค์กรไทยที่ผสานความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจอย่างกลมกลืนและมีผลลัพธ์จับต้องได้

 

2) SCG / SCGP : ผู้นำด้าน Circular Economy และนวัตกรรมเพื่อสังคม

SCG ถือเป็นบริษัทไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกด้าน ESG โดยถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศไทย และได้รับการประเมินว่าเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์ SCGP ซึ่งเน้นการใช้วัสดุรีไซเคิล การลดขยะ และนวัตกรรมด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม

ผลสำรวจของ Ipsos ยังเผยว่า SCG เป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่ระดับแนวหน้าด้านความยั่งยืนของประเทศไทย ซึ่งสะท้อนผลลัพธ์ของกลยุทธ์ ESG ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม

SCG/SCGP จึงเป็น ตัวอย่าง ESG ที่พิสูจน์ว่าการลงทุนในนวัตกรรมที่ยั่งยืนสามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้พร้อมกับสร้างผลลัพธ์ทางสังคม

 

3) TRUE Corporation: องค์กรไทยที่ติดอันดับโลกด้านความยั่งยืน

TRUE Corporation เป็นหนึ่งในบริษัทไทยที่ได้รับรางวัลระดับ Gold Class จาก S&P Global Sustainability Yearbook ซึ่งเป็นการจัดอันดับบริษัทที่มีผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนดีที่สุดในโลก การได้รับการจัดอันดับดังกล่าวถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นด้าน ESG ของ TRUE ทั้งด้านการบริหารจัดการพลังงาน การลดคาร์บอน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล

การจัดอันดับดังกล่าวถูกนำเสนอโดย ThaiPublica ซึ่งชี้ให้เห็นว่าบริษัทไทยเริ่มได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างจริงจังในด้านความยั่งยืน

TRUE จึงเป็นตัวอย่างสำคัญที่พิสูจน์ว่าองค์กรด้านเทคโนโลยีก็สามารถใช้ ESG เป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันได้เช่นกัน

 

4) HomePro: ธุรกิจค้าปลีกที่โดดเด่นด้านการบริหารความยั่งยืน

HomePro เป็นหนึ่งในบริษัทค้าปลีกที่ได้รับการจัดอันดับระดับ Gold Class เช่นเดียวกับบริษัทชั้นนำอื่น ๆ สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการออกแบบสินค้า/บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

จากข้อมูลของ ThaiPublica องค์กรไทยอย่าง HomePro ได้รับคะแนนสูงจากการประเมิน ESG ของ S&P Global ชี้ให้เห็นถึงความจริงจังในการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง

นี่คือ ตัวอย่าง ESG ที่ชัดเจนว่าแม้จะเป็นธุรกิจค้าปลีก แต่สามารถบริหาร ESG เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้บริโภคและนักลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

5) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK): ตัวอย่างธนาคารที่มี ESG แข็งแกร่ง

ธุรกิจการเงินเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ถูกจับตามองมากที่สุดด้าน ESG เนื่องจากมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมหลายมิติ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ได้ถูกยกให้เป็นต้นแบบองค์กรที่บูรณาการ ESG เข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจอย่างเป็นระบบ โดยมีการจัดทำโครงการด้านพลังงานสะอาด การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนการเงินที่ยั่งยืน (Sustainable Finance) ในขณะที่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ได้รับรางวัลด้าน ESG จากตลาดหลักทรัพย์ฯ และอยู่ในรายชื่อ “Sustainability Awards” ซึ่งสะท้อนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาลที่เข้มแข็งขององค์กร สององค์กรนี้จึงเป็นตัวอย่าง ESG ที่ยืนยันว่าภาคการเงินไทยกำลังพัฒนามาตรฐานความยั่งยืนไปสู่ระดับสากล

 

ESG คือ เครื่องมือสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันยุคใหม่ของธุรกิจ

จากตัวอย่าง ESG ขององค์กรไทยข้างต้น จะเห็นได้ว่าการดำเนินงานด้านความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อภาพลักษณ์ แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ส่งผลต่อ

  • ความน่าเชื่อถือขององค์กร
  • ความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน
  • ความสามารถในการแข่งขัน
  • การลดความเสี่ยงและต้นทุน
  • การสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม

องค์กรที่นำ ESG มาใช้จริงจัง เช่น PTTGC, SCG, TRUE, HomePro, BAY และ KBANK ได้พิสูจน์แล้วว่าการลงทุนในความยั่งยืนนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งในด้านธุรกิจและการพัฒนาสังคม ดังนั้น การศึกษาตัวอย่าง ESG ที่ประสบความสำเร็จจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับองค์กรไทยที่ต้องการเติบโตอย่างมั่นคงและรับผิดชอบต่อสังคมส่วนร่วมโดยแท้จริง 

FDI ที่ปรึกษาโครงการ ESG และรายงานความยั่งยืน สามารถร่วมพูดคุย ปรึกษารับคำแนะนำการจัดทำโครงการกับผู้เชี่ยวชาญจาก FDI ได้

บริการของเรา 

  • ESG Strategy & Roadmap
  • Sustainability Report
  • ESG Baseline / Gap Analysis 
  • ESG Dashboard & Data 

ติดต่อทีมที่ปรึกษาของเราได้ทันที เพื่อพูดคุยรายละเอียดการให้บริการ ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ทั้ง 3 ด้านไม่ว่าจะเป็น ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยดำเนินงานภายใต้กรอบที่ชัดเจน สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร โดยสามารถติดต่อเราได้เลยตอนนี้ ปรึกษาได้ฟรี ! 

ช่องทางติดต่อ 

  • Facebook : FDI Group – Business Consulting
  • Line : @fdigroup
  • Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
  • E-mail : infojob@fdi.co.th
  • Website : www.fdi.co.th , www.fdisustain.com

บทความที่น่าสนใจ

คู่มือการขอใบประกอบกิจการ เพื่อขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร

การเริ่มต้นธุรกิจอาหารไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตอาหารขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการคือ การขอใบประกอบกิจการและใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร...

Read More