Digital Nomad Thailand คืออะไร วีซ่าไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

Digital Nomad Thailand คืออะไร วีซ่าไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “Digital Nomad Thailand” กลายเป็นคำค้นหายอดนิยมในหมู่คนทำงานออนไลน์จากทั่วโลก ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นสวรรค์ของสาย Remote Work เพราะค่าครองชีพสมเหตุสมผล อินเทอร์เน็ตดี อาหารอร่อย เมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แถมยังมีเที่ยวบินเชื่อมต่อไปหลายประเทศในเอเชียได้ง่ายอีกด้วย

แต่สิ่งที่หลายคนกังวลคือ “ถ้าจะมาเป็น Digital Nomad ในไทย ต้องใช้วีซ่าอะไร ถึงจะถูกกฎหมายและอยู่ได้ยาวๆ ?” บทความนี้จะพาไปรู้จักวีซ่าหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมข้อควรรู้สำคัญสำหรับคนสนใจเรื่องวีซ่าในไทย

“Digital Nomad” คือใคร

Digital Nomad คือบุคคลที่ทำงานออนไลน์จากที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีสำนักงานประจำ

ใช้เทคโนโลยี เช่น อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน มีไลฟ์สไตล์แบบเคลื่อนที่ เปลี่ยนเมืองหรือประเทศตามความต้องการ รายได้ส่วนใหญ่มาจากงานออนไลน์หรือบริษัทต่างประเทศ เหมาะกับยุค Remote Work ที่เปิดโอกาสให้ทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน ยกตัวอย่างอาชีพที่มักใช้คำว่า Digital Nomad เช่น โปรแกรมเมอร์ / Developer , นักการตลาดออนไลน์ / Digital Marketer , นักเขียนอิสระ / Copywriter / Blogger , UX/UI Designer , พนักงานบริษัทต่างประเทศที่ทำงานแบบ Remote 100% เป็นต้น 

หลายประเทศทั่วโลกเริ่มออก “digital nomad visa” เพื่อดึงดูดคนกลุ่มนี้ เช่น มอลตา, โปรตุเกส, คอสตาริกา ฯลฯ ซึ่งมักกำหนดให้ผู้ขอวีซ่าต้องมีรายได้จากต่างประเทศ มีประกันสุขภาพ และไม่ไปแย่งงานคนท้องถิ่น โดยในประเทศไทยเองก็มีการดึงดูดคนกลุ่มนี้ โดยไม่ได้ใช้ชื่อว่า “Digital Nomad Visa” ตรงๆ แต่มีวีซ่าหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานรีโมตและผู้มีรายได้จากต่างประเทศ 

ถ้าหาก Digital Nomad  ต้องการมาใช้ชีวิตในไทย วีซ่าใดบ้างที่ตอบโจทย์ ?

ปัจจุบัน หากพูดถึง Digital Nomad Thailand วีซ่าที่เกี่ยวข้องหลักๆ คือ

  1. Destination Thailand Visa (DTV) – วีซ่าใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อDigital Nomad /Remote ork/ฟรีแลนซ์และกิจกรรม soft power โดยเฉพาะ ที่ต้องการมาอาศัยในไทยชั่วคราวเพื่อการทำงาน รวมถึงท่องเที่ยวไปพร้อมกัน
  2. Long-Term Resident Visa (LTR) – สำหรับชาวต่างชาติที่มีรายได้สูงหรือมีโปรไฟล์ระดับผู้เชี่ยวชาญ ที่ต้องการอยู่ไทยระยะยาวและอาจทำงานระยะไกลจากไทย
  3. Thailand Privilege (เดิมรู้จักในชื่อ Thailand Elite) – วีซ่าระยะยาวสำหรับคนที่เน้นไลฟ์สไตล์และพร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมสมาชิกสูง เพื่ออยู่ไทยได้ยาวและสะดวกมากขึ้นสำหรับกลุ่มที่มีรายได้สูงมาก 

วีซ่าในไทยแต่ละแบบมีคุณสมบัติและสิทธิหลัก รวมถึงข้อจำกัดอย่างไร

1.Destination Thailand Visa (DTV)

  • เป็นวีซ่าแบบ Multiple Entry อายุ 5 ปี  สามารถเข้าออกไทยได้หลายครั้งภายในระยะเวลา 5 ปี 
  • อยู่ในไทยได้ สูงสุด 180 วันต่อครั้ง และสามารถขอขยายได้อีก 180 วันต่อการเข้า 1 ครั้ง รวมได้ถึง 360 วันต่อรอบ (มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม) 
  • ผู้ขอวีซ่าต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อย 500,000 บาท (หรือเทียบเท่า) แสดงผ่าน statement บัญชีล่าสุด โดยสถานทูตหลายแห่งระบุให้แสดงย้อนหลังช่วงหนึ่ง เช่น 3–6 เดือน

ตัวอย่างเอกสารที่ต้องใช้สำหรับ DTV Visa 

 

2.Long-Term Resident Visa (LTR)

เป็นวีซ่าที่มีจุดประสงค์ดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง เช่น ผู้มั่งคั่ง ผู้เกษียณมีทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญ และกลุ่ม Work-from-Thailand Professionals ที่ทำงานให้บริษัทต่างประเทศแต่ใช้ไทยเป็นฐานทำงาน

กลุ่ม Work-From-Thailand Professionals ต้องมีรายได้ส่วนบุคคลไม่น้อยกว่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี มีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 5 ปี และทำงานกับบริษัทที่มีรายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด

อายุวีซ่าโดยรวม 10 ปี (ออกครั้งละ 5 ปีและต่อได้) พร้อมสิทธิประโยชน์อื่น เช่น เส้นทางขอ work permit ที่ชัดเจน และบางกรณีมีสิทธิประโยชน์ด้านภาษี

3.Thailand Privilege Card (TPC)

Thailand Privilege Visa คือ วีซ่าระยะยาวที่มอบสิทธิพิเศษสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในประเทศไทย โดยมีอายุวีซ่า 5 ถึง 20 ปี ขึ้นอยู่กับแพ็คเกจที่เลือก เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Thailand Privilege Card (TPC) ที่บริหารจัดการโดยบริษัท ไทยแลนด์พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย วีซ่านี้ให้สิทธิประโยชน์ที่หลากหลาย เช่น การเข้า-ออกประเทศได้หลายครั้ง, การอำนวยความสะดวกในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง, และบริการช่วยเหลือต่างๆ  

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ Thailand Privilege Visa 

  • การพำนักระยะยาว : อนุญาตให้ผู้ถือพำนักในประเทศไทยได้นานสูงสุดถึง 20 ปี โดยไม่ต้องเดินทางออกนอกประเทศทุก 90 วัน 
  • การเข้า-ออกหลายครั้ง : เป็นวีซ่าแบบ Multiple Entry ที่ให้สิทธิ์ในการเข้า-ออกราชอาณาจักรได้หลายครั้ง 
  • สิทธิพิเศษ : บริการอำนวยความสะดวก: เช่น Fast Track ที่สนามบิน, สิทธิ์เข้าใช้เลานจ์, และบริการรถลีมูซีนรับ-ส่งสนามบิน บริการช่วยเหลือ : เช่น บริการผู้ช่วยส่วนตัว, การช่วยเหลือในการดำเนินการเรื่องต่างๆ เช่น การขอใบขับขี่ หรือการเปิดบัญชีธนาคาร เป็นต้น 

โดยสรุปเกี่ยวกับ Digital Nomad Thailand 

  1. DTV Visa : เหมาะกับดิจิทัลโนแมดและฟรีแลนซ์ที่อยากอยู่ไทยครั้งละยาวๆ ได้ถึง 180–360 วัน มีรายได้จากต่างประเทศ และต้องการกลับมาไทยได้บ่อยภายใน 5 ปี
  2. LTR Visa :  เหมาะกับผู้มีรายได้สูงหรือผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการฐานระยะยาว 10 ปี และพร้อมผ่านเกณฑ์รายได้และโปรไฟล์ที่เข้มงวด
  3. Thailand Privilege Visa :  เหมาะกับผู้ที่เน้นไลฟ์สไตล์ ใช้ชีวิตในไทยยาวๆ ทำงานรีโมตไปด้วย และยอมจ่ายค่าธรรมเนียมสมาชิกเพื่อความสะดวก

อย่างไรก็ตาม นโยบายวีซ่าและกฎระเบียบเกี่ยวกับคนต่างด้าว อาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง อยู่เสมอ ก่อนตัดสินใจขอวีซ่าควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของสถานทูตไทย หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าและภาษีอย่าง FDI ที่ให้บริการให้คำปรึกษาด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน  เพื่อให้การเป็น Digital Nomad Thailand ของคุณเป็นไปอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุดในระยะยาวนั่นเอง 

ช่องทางติดต่อ 

  • Facebook : FDI Group – Business Consulting
  • Line : @fdigroup
  • Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
  • E-mail : infojob@fdi.co.th
  • Website : www.fdi.co.th

บทความที่น่าสนใจ