FDI

7 แนวทาง ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ขององค์กร

ในยุคปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นประเด็นสำคัญที่องค์กรต่างๆ ทั่วโลกให้ความสนใจ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง องค์กรในฐานะผู้มีส่วนร่วมในสังคม จึงมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือที่เรียกว่า ” ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ” แนวทางการ ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ขององค์กร 1. การจัดการพลังงาน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงาน เช่น ปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม ตรวจสอบและซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากประหยัดพลังงาน เปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ติดตั้งระบบตรวจวัดการใช้พลังงาน เพื่อติดตามและวิเคราะห์การใช้พลังงานขององค์กร 2. การจัดการการเดินทาง ส่งเสริมให้พนักงานใช้ระบบขนส่งสาธารณะ สนับสนุนให้พนักงานใช้จักรยานหรือเดิน จัดระบบการเดินทางร่วมกัน เปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าหรือยานยนต์ไฮบริด ใช้ระบบประชุมทางไกล แทนการเดินทางไปประชุม 3. การจัดการขยะ ลดการเกิดขยะ ส่งเสริมให้พนักงานลดการใช้ของใช้สิ้นเปลือง คัดแยกขยะ แยกขยะรีไซเคิลออกจากขยะทั่วไป นำขยะไปรีไซเคิล นำขยะรีไซเคิลไปรีไซเคิล ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น 4. การจัดการน้ำ ลดการใช้น้ำ ปิดก๊อกน้ำเมื่อไม่ใช้งาน […]

FDI Group ย้ายสำนักงานใหม่ พร้อมให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญมากขึ้น

บริษัท FDI Group ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาธุรกิจอย่างครบวงจร มีความยินดีที่จะประกาศ ย้ายสำนักงานใหม่ มายังสถานที่ที่สะดวกสบายและทันสมัยยิ่งขึ้น การ ย้ายสำนักงานใหม่ ครั้งนี้ เป็นการขยายพื้นที่เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ และเพื่อมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า FDI Group มุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพและความเชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำนักงานใหม่ของ FDI Group ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 41 ชั้น 14 ห้อง 1403-1405 อาคารเลิศปัญญา ซอยเลิศปัญญา ถนนศรีอยุธยา แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400. 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895 FDI Accounting & Advisory ที่ปรึกษาทางธุรกิจอย่างครบวงวจร ง่าย ครบ จบ ในที่เดียว! 🩵 Facebook : FDI Group – Business Consulting 💚 Line : @fdigroup 📞 […]

คู่มือ การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ สู่องค์กรที่ยั่งยืน!

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ องค์กรต่างๆ ทั่วโลกต่างตระหนักถึงความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่องค์กรสามารถใช้เพื่อติดตามและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนคือ การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ หมายถึง ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรในหน่วยคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ช่วยให้องค์กรเข้าใจภาพรวมของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์จะช่วยองค์กรอย่างไร? เข้าใจภาพรวมของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ระบุแหล่งที่มาของการปล่อยมลพิษที่สำคัญ ตั้งเป้าหมายและกลยุทธ์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ติดตามความคืบหน้าและวัดผลลัพธ์ สื่อสารความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้เสีย ส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เตรียมพร้อมรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น แนวทาง การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ มาตรฐานสากลที่ใช้สำหรับการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์คือ ISO 14064 แนวทางนี้กำหนดกรอบการทำงานสำหรับการระบุขอบเขต การรวบรวมข้อมูล การคำนวณ และการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คู่มือ การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1. กำหนดขอบเขต องค์กรต้องกำหนดขอบเขตการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้ Scope 1: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงจากกิจกรรมขององค์กร เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงาน การใช้รถขนส่งขององค์กร Scope 2: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการซื้อพลังงานไฟฟ้า เช่น การซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย Scope 3: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากกิจกรรมอื่นๆ upstream และ downstream […]

บรรยากาศงานสัมมนา “การเตรียมความพร้อม SME ไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)” ภาคกลาง

อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (สวทช.) ร่วมกับ บริษัท เอฟ ดี ไอ แอคเค้าติ้งค์ แอนด์ แอดไวซเซอร์รี่ จำกัด และ บริษัท โนวา กรีน เพาเวอร์ จำกัด ประสบความสำเร็จในการจัดงานสัมมนา “การเตรียมความพร้อม SME ไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)” ณ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคกลาง จ.ชลบุรี เมื่อวันวันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา งานสัมมนาครั้งนี้ มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจ นำเสนอแนวทาง และโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ SME ในภาคเหนือ ในการปรับธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามโดยภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Carbon Net Zero 2065 และผลกระทบที่ SME ต้องเตรียมรับมือ” โดย คุณนันทพัชร ณ สงขลา […]

รวมตัวอย่าง! โครงการคาร์บอนเครดิต หลากหลายประเภท

คาร์บอนเครดิต เปรียบเสมือนใบอนุญาตที่แสดงถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือกักเก็บลงได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกใบอนุญาตนี้ให้กับโครงการที่ดำเนินการเพื่อลดมลพิษทางอากาศ โครงการคาร์บอนเครดิต มีหลากหลายประเภท แต่ละประเภทมีเป้าหมาย วิธีการ และผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน บทความนี้มุ่งนำเสนอตัวอย่าง โครงการคาร์บอนเครดิต หลากหลายประเภท เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาและเข้าร่วมโครงการเหล่านี้ ประเภทของ โครงการคาร์บอนเครดิต 1. โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการประเภทนี้เป็นหนึ่งในโครงการคาร์บอนเครดิตที่มุ่งเน้นไปที่การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ ตัวอย่างโครงการ ได้แก่ การเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน: โครงการนี้ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ แทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล โครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลม โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน: โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การลดการใช้พลังงานโดยรวมขององค์กรหรือภาคครัวเรือน โครงการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED โครงการติดตั้งระบบปรับอากาศประหยัดพลังงาน โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม การจัดการขยะ: โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การลดปริมาณก๊าซมีเทนที่ปล่อยออกมาจากการย่อยสลายขยะ โครงการคัดแยกขยะ โครงการรีไซเคิลขยะ โครงการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน โครงการผลิตปุ๋ยหมัก โครงการผลิตก๊าซชีวภาพ การปลูกป่า: โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โครงการปลูกป่าทดแทน โครงการปลูกป่าในพื้นที่เสื่อมโทรม โครงการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูป่าชายเลน 2. โครงการกักเก็บคาร์บอน โครงการประเภทนี้มุ่งเน้นไปที่การดักจับและเก็บกักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ไม่ให้ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ ตัวอย่างโครงการ ได้แก่ การรวมจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS): โครงการนี้ใช้เทคโนโลยีดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งกำเนิด […]

ทำไมธุรกิจของคุณถึงต้องมีการ ตรวจสอบบัญชี ?

การ ตรวจสอบบัญชี เป็นกระบวนการที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงินของธุรกิจเพื่อให้แน่ใจว่าถูกต้องและเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน เป็นเครื่องมือที่มีค่าสำหรับธุรกิจทุกขนาด แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ ซับซ้อน หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำไมธุรกิจของคุณถึงต้องมีการ ตรวจสอบบัญชี 1. เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีนั้น เปรียบเสมือนใบรับประกันความน่าเชื่อถือของธุรกิจ แสดงให้เห็นว่าธุรกิจของคุณดำเนินงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามมาตรฐานทางการเงิน ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน: นักลงทุนมักใช้ข้อมูลทางการเงินประกอบการตัดสินใจลงทุน งบการเงินที่ตรวจสอบแล้ว จะช่วยให้นักลงทุนมั่นใจว่าเงินลงทุนของพวกเขาจะถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า: ลูกค้ามักมองหาธุรกิจที่มีความน่าเชื่อถือ งบการเงินที่ตรวจสอบแล้ว จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจ แสดงให้เห็นว่าธุรกิจของคุณมีความมั่นคงทางการเงิน สร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงิน: ธุรกิจที่ต้องการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน จำเป็นต้องแสดงงบการเงินที่ตรวจสอบแล้ว เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา 2. ช่วยให้ตรวจสอบและค้นหาข้อผิดพลาดทางการเงิน การ ตรวจสอบบัญชี ช่วยให้ตรวจพบข้อผิดพลาดหรือการทุจริตทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สอบบัญชีจะทำการตรวจสอบเอกสารทางการเงินต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อหาจุดบกพร่องหรือความผิดปกติ ช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ป้องกันการทุจริต: การตรวจสอบบัญชี ช่วยให้ค้นพบการทุจริตทางการเงินได้ เช่น การยักยอกเงิน การปลอมแปลงเอกสาร ช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดได้ ป้องกันความผิดพลาด: การตรวจสอบบัญชี ช่วยให้ค้นพบความผิดพลาดทางการเงินได้ เช่น การบันทึกบัญชีผิดพลาด การคำนวณผิด ช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ: ข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้อง […]

วิธีจดบริษัท สำหรับชาวต่างชาติ! ไม่ยากอย่างที่คิด

ประเทศไทยมีศักยภาพในการประกอบธุรกิจสูง ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก ด้วยเศรษฐกิจที่มั่นคง โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนา และแรงงานที่มีทักษะ ประกอบกับรัฐบาลไทยมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน จึงทำให้มีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่สนใจจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม กฎหมายไทยกำหนดให้ชาวต่างชาติมีข้อจำกัดในการถือหุ้นบริษัทบางประเภท บทความนี้จึงจะมาแนะนำขั้นตอนและ วิธีจดบริษัท สำหรับชาวต่างชาติ รวมไปถึงข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม 1. เลือกประเภทบริษัทที่ต้องการจดทะเบียนบริษัท บริษัทที่คนไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51% บริษัทจำกัด เป็นรูปแบบวิธีจดบริษัทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับนักลงทุนชาวต่างชาติ ผู้ก่อการและผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 3 คน โดยชาวต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% มีภาระรับผิดชอบของผู้ถือหุ้นจำกัดตามจำนวนหุ้นที่ถือ เหมาะสำหรับธุรกิจทั่วไป ห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้ก่อการและผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน แบ่งเป็นหุ้นส่วนจำกัดและหุ้นส่วนไม่จำกัด หุ้นส่วนจำกัดไม่ต้องรับผิดชอบต่อหนี้สินของห้างหุ้นส่วนเกินกว่าจำนวนหุ้นที่ถือหุ้นส่วนไม่จำกัดรับผิดชอบต่อหนี้สินของห้างหุ้นส่วนไม่จำกัด เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก จดทะเบียนง่ายกว่าบริษัทจำกัด บริษัทที่ชาวต่างชาติถือหุ้น 100% หรือเกิน 50% บริษัทจำกัด โดยต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) ประกอบธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือ ประกอบธุรกิจในกิจการที่กำหนดในกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ต้องการลงทุนในประเทศไทยระยะยาว 2. ตรวจสอบคุณสมบัติของชาวต่างชาติที่ต้องการจดทะเบียนบริษัท ชาวต่างชาติที่ต้องการจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทยต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ มีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย […]

T-VER คืออะไร? กลไกสำคัญในการลดโลกร้อนของไทย

T-VER ย่อมาจาก Thailand Voluntary Emission Reduction Program หรือ โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย เป็นกลไกที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ องค์การ TGO พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย โดยความสมัครใจ เป้าหมาย ของโครงการ T-VER คือ ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ส่งเสริมให้เกิดการลดมลพิษทางอากาศ สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเภทของโครงการ T-VER 1. โครงการ T-VER Standard มุ่งเน้นไปที่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ตรวจวัดได้จริง ถาวร และเพิ่มเติมจากที่ควรจะเป็น กิจกรรมที่ได้รับการรับรองในประเภทนี้ ได้แก่ โครงการพลังงานหมุนเวียน โครงการประหยัดพลังงาน โครงการจัดการขยะ โครงการป่าไม้ โครงการเกษตร 2. โครงการ T-VER Premium มุ่งเน้นไปที่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มเติมจากมาตรฐาน T-VER ทั่วไปโดยคำนึงถึงหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนและป้องกันผลกระทบด้านลบ กิจกรรมที่ได้รับการรับรองในประเภทนี้ ได้แก่ โครงการพลังงานหมุนเวียนชุมชน โครงการเกษตรยั่งยืน โครงการป่าไม้เพื่อชุมชน ประเภทของกิจกรรม […]

” ISO 14064 ” มาตรฐานการวัดและรายงานผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อโลก การวัดและรายงานผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) อย่างถูกต้องและโปร่งใสกลายเป็นภารกิจสำคัญสำหรับองค์กรทุกประเภท มาตรฐาน ISO 14064 จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นกรอบแนวทางสากลในการจัดการกับประเด็นนี้ บทความนี้มุ่งนำเสนอภาพรวมของมาตรฐานISO 14064 อธิบายความสำคัญ และเจาะลึกถึงประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ มาตรฐาน ISO 14064 คืออะไร ? มาตรฐานISO 14064 เป็นชุดมาตรฐานสากลที่กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับการวัด การจัดการ และรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ขององค์กร มาตรฐานนี้พัฒนาโดยองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO)  มุ่งหวังช่วยให้องค์กรต่างๆ วัดปริมาณ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนได้อย่างถูกต้องและโปร่งใส จัดการ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ รายงาน ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อสาธารณะ หรือผู้มีส่วนได้เสีย มาตรฐานISO 14064 ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ISO 14064-1 การรายงานและการตรวจสอบของโปรโตคอลที่เป็นการยอมรับทั่วไป (GHG Inventory) มาตรฐานนี้ระบุข้อกำหนดและแนวทางสำหรับการรายงานและการตรวจสอบ GHG ที่เกิดจากกิจกรรมขององค์กร เช่น การวัดและการรายงาน GHG ที่เกิดขึ้นจากการใช้พลังงาน การผลิต และกระบวนการอื่น ๆ เป็นต้น […]

เปิดกลยุทธ์องค์กรชั้นนำ มุ่งสู่ Net Zero ด้วยการลด GHG Emissions

วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อโลก ส่งผลกระทบต่อทั้งระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคม หลายประเทศทั่วโลกจึงต่างเร่งมือแก้ไข สนับสนุนให้ภาคธุรกิจและองค์กรต่างๆ มุ่งสู่เป้าหมาย “Net Zero Emissions” หรือ “การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” (GHG Emissions) บทความนี้ จะพาทุกท่านไปเจาะลึกกลยุทธ์สำคัญที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกใช้ขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ที่ยั่งยืน กลยุทธ์การลด GHG Emissions 1. ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและท้าทาย องค์กรชั้นนำจะกำหนดเป้าหมายการลด GHG Emissions ที่ชัดเจน วัดผลได้ และมีความท้าทาย โดยอ้างอิงจากหลักวิทยาศาสตร์และความตกลงปารีส (Paris Agreement) ตัวอย่างเช่น Microsoft ตั้งเป้าหมายที่จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2030 และจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกเชิงลบภายในปี 2050 Google ตั้งเป้าหมายที่จะใช้พลังงานหมุนเวียน 100% สำหรับศูนย์ข้อมูลและสำนักงานทั่วโลกภายในปี 2030 2. วัดและติดตามมลพิษคาร์บอนอย่างละเอียด องค์กรชั้นนำจะวัดและติดตามผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก(GHG) ของตนเองอย่างสม่ำเสมอ  ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรระบุแหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และหาแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภายในองค์กร องค์กรชั้นนำมุ่งเน้นไปที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ […]

1 16 17 18 19 20 32