เปิดบริษัทแล้วต้องทำบัญชีอะไรบ้าง ? Checklist สำคัญ ที่เจ้าของธุรกิจมือใหม่ต้องรู้
การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทถือเป็นก้าวสำคัญของการเริ่มต้นธุรกิจ แต่หลายคนเข้าใจว่าหลังได้รับหนังสือรับรองบริษัทแล้วสามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้ทันที โดยไม่ได้เตรียมความพร้อมด้านบัญชีและภาษีอย่างถูกต้อง ในความเป็นจริง หลังจากจัดตั้งบริษัทแล้ว ผู้ประกอบการยังมีหน้าที่ตามกฎหมายอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำบัญชี การยื่นภาษี การจัดเก็บเอกสาร และการจัดทำงบการเงิน หากละเลยอาจส่งผลให้เกิดค่าปรับหรือปัญหาด้านภาษีในอนาคตได้
ซึ่งในบทความนี้ได้รวบรวม Checklist สำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจว่า เปิดบริษัทแล้วต้องทำบัญชีอะไรบ้าง และควรเตรียมตัวอย่างไรให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรกและเป็นไปอย่างราบรื่น โดยทีมที่ปรึกษาวางระบบบัญชีและภาษีสำหรับนิติบุคคลจาก เอฟ ดี ไอ
ทำไมบริษัทต้องจัดทำบัญชี ? ไม่ทำได้หรือไม่ ?
ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 บริษัททุกแห่งที่จดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศไทยมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีและเก็บรักษาเอกสารทางการเงินอย่างถูกต้อง การจัดทำบัญชีไม่ได้มีประโยชน์เพียงเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถ
- ตรวจสอบรายรับและรายจ่ายได้อย่างชัดเจน
- วางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- วิเคราะห์ผลกำไรและสถานะทางการเงินของธุรกิจ
- เพิ่มความน่าเชื่อถือในการขอสินเชื่อหรือขยายธุรกิจ
- รองรับการตรวจสอบข้อมูลจากกรมสรรพากรและหน่วยงานภาครัฐ
Checklist หลังจดทะเบียนบริษัทต้องทำอะไรบ้าง ?
1. เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท
หลังจากได้รับหนังสือรับรองบริษัทแล้ว สิ่งแรกที่ควรดำเนินการคือการเปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท เหตุผลสำคัญคือเพื่อแยกเงินส่วนตัวออกจากเงินของกิจการอย่างชัดเจน ให้สะดวกต่อการทำบัญชี ตรวจสอบได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงความน่าเชื่อถือหากมีการทำธุรกรรมต่าง ๆ ของคู่ค้า ลูกค้า ด้วยเช่นกัน
เอกสารที่ต้องใช้ในการเปิดบัญชีบริษัท
- หนังสือรับรองบริษัท
- Memorandum of Association
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
- ตราประทับบริษัท (ถ้ามี)
- บัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ
การใช้บัญชีบริษัทในการรับ-จ่ายเงินจะช่วยให้การจัดทำบัญชีมีความถูกต้องและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย
2. จัดเก็บเอกสารทางบัญชีอย่างเป็นระบบ
หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยของธุรกิจขนาดเล็กคือการเก็บเอกสารไม่ครบถ้วน เอกสารสำคัญที่ควรจัดเก็บ ได้แก่
เอกสารรายรับ
- ใบกำกับภาษีขาย
- ใบเสร็จรับเงิน
- หลักฐานการโอนเงิน
- ใบแจ้งหนี้
เอกสารรายจ่าย
- ใบกำกับภาษีซื้อ
- ใบเสร็จรับเงิน
- สัญญาว่าจ้าง
- หลักฐานการชำระเงิน
เอกสารด้านบุคลากร
- Employment contract.
- เอกสารเงินเดือน
- ประกันสังคม
ทั้งนี้อาจจะมีการจัดเก็บเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติม การจัดเก็บเอกสารอย่างครบถ้วนจะช่วยลดความเสี่ยง ปัญหาด้านอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้
3. การจัดทำบัญชีรายเดือน
ไม่ว่าบริษัทจะมีรายได้มากหรือน้อย หรือแม้แต่ยังไม่มีรายได้เลย บริษัทก็ยังมีหน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมาย การจัดทำบัญชีอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ทราบสถานะทางการเงินของธุรกิจได้ตลอดเวลาซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของธุรกิจเป็นอย่างมาก
ข้อมูลที่ควรบันทึก ได้แก่
- รายรับ
- รายจ่าย
- ลูกหนี้
- เจ้าหนี้
- Cash:
- เงินฝากธนาคาร
- สินทรัพย์ของกิจการ

4. การยื่นภาษีที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
หลายคนเข้าใจผิดว่าบริษัทที่ยังไม่มีรายได้ไม่จำเป็นต้องยื่นภาษี ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน บริษัทมีหน้าที่ยื่นแบบภาษีตามกำหนด แม้ในบางกรณีจะไม่มีภาษีต้องชำระก็ตาม
ภาษีนิติบุคคล ยกตัวอย่างเช่น
Corporate income tax
ประกอบด้วย
- ภ.ง.ด.51 (ประมาณการกำไรสุทธิกลางปี)
- P.N.D. 50 (Annual Corporate Income Tax Return)
Value Added Tax (VAT)
หากกิจการเข้าหลักเกณฑ์การจดทะเบียน VAT จะต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน
Withholding tax
กรณีมีการจ่ายค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าจ้างบางประเภท บริษัทมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งกรมสรรพากร
5. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
หากธุรกิจที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม บางธุรกิจอาจพิจารณาจด VAT ตั้งแต่เริ่มต้น แม้รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและสามารถนำภาษีซื้อมาหักภาษีขายได้
ประโยชน์ของการจด VAT
- เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ
- ออกใบกำกับภาษีได้
- ขอคืนภาษีซื้อได้
- รองรับการทำธุรกิจกับองค์กรขนาดใหญ่
6. การจัดทำงบการเงินประจำปี
ทุกบริษัทมีหน้าที่จัดทำงบการเงินประจำปีและนำส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
งบการเงินประกอบด้วย
- Statement of Financial Position
- งบกำไรขาดทุน
- หมายเหตุประกอบงบการเงิน
โดยงบการเงินจะต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) งบการเงินที่ถูกต้องไม่เพียงช่วยปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนธุรกิจและการขอสินเชื่ออีกด้วย
7. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการมักมองข้าม
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีที่บริษัทต้องหักจากผู้รับเงินก่อนจ่ายจริง และนำส่งกรมสรรพากร
ตัวอย่างเช่น
- ค่าบริการ
- ค่าเช่า
- ค่าที่ปรึกษา
- ค่าจ้างวิชาชีพ
หากไม่ดำเนินการอย่างถูกต้อง อาจมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย ดังนั้นเจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบประเภทค่าใช้จ่ายและอัตราการหักภาษีให้ถูกต้องทุกครั้ง
ผู้ประกอบการควรจ้างนักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีหรือไม่ ?
สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ การดูแลบัญชีด้วยตนเองอาจเป็นเรื่องที่ใช้เวลาและมีความซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต การว่าจ้างที่ปรึกษาหรือสำนักงานบัญชีให้เข้ามาดูแลในส่วนนี้จะช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง มีความมั่นใจมากขึ้น อีกทั้งMaintaining corporate accounting is essential for company operations. Tax laws are complex and constantly changing, making proper accounting and tax planning increasingly important for smooth business operations.
ร่วมพูดคุยและปรึกษาadvisor in accounting and tax planning for legal entities,ได้ที่นี่
ข้อดีของการจ้างสำนักงานบัญชี
- ลดความเสี่ยงด้านภาษี
- ยื่นภาษีได้ถูกต้องและตรงเวลา
- ได้รับคำแนะนำด้านภาษีและกฎหมายธุรกิจ
- ประหยัดเวลาในการจัดการเอกสาร
- มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลการจัดทำงบการเงิน
การมีที่ปรึกษาด้านบัญชีตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับรายละเอียดด้านบัญชีและภาษีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
In summary, หลังจากจดทะเบียนบริษัท เจ้าของธุรกิจควรดำเนินการด้านบัญชีและภาษีอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเปิดบัญชีธนาคารบริษัท การจัดเก็บเอกสาร การจัดทำบัญชีรายเดือน การยื่นภาษี การจด VAT การจัดทำงบการเงิน และการบริหารภาษีหัก ณ ที่จ่าย
การวางระบบบัญชีที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรก ไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างครบถ้วน แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการวางแผนการเงิน การบริหารภาษี และการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจของคุณ
หากคุณเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจและต้องการคำแนะนำด้านการจัดทำบัญชี ภาษี และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง FDI Accounting & Advisory, พร้อมให้บริการด้านบัญชี ภาษี และที่ปรึกษาธุรกิจแบบครบวงจร โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ดูแลทั้งธุรกิจ SME และองค์กรขนาดใหญ่
ติดต่อ FDI Accounting & Advisory วันนี้ เพื่อวางระบบบัญชีและภาษีที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจในการเติบโตอย่างยั่งยืน
Contact Us
- Facebook : FDI Group – Business Consulting
- @fdigroup
- Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895
- E-mail : infojob@fdi.co.th
- Website : www.fdi.co.th
