บทความบริการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

Top 10 wow-worthy Green Products in Thailand! Let’s see why these eco-friendly products are so fascinating.

ความน่าสนใจของ Green Product ที่ต้องรู้!  สินค้ายุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สำหรับ Green Product หรือ สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หมายถึง สินค้าที่ถูกออกแบบ ผลิต ใช้งาน และจัดการหลังใช้โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อธรรมชาติ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลได้ 100% ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนต้นน้ำถึงปลายน้ำของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment – LCA) ซึ่งสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้ น่าสนใจอย่างมากในยุคปัจจุบัน เพราะไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกทางที่ดูปลอดภัยต่อชีวิตในเรื่องสุขภาพ แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับ แนวโน้มตลาดโลก ความยั่งยืนของธุรกิจในอนาคต และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาสินค้าที่ปลอดภัยต่อร่างกาย และส่งผลน้อยต่อสิ่งแวดล้อม อีกด้วย ในงานวิจัยของ Deloitte ปี 2023 พบว่า ผู้บริโภคกว่า 73% ทั่วโลก “ยินดีจ่ายแพงกว่า” ถ้ารู้ว่าสินค้านั้นมีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตัวเลขนี้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่มองการใช้ชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของจุดยืน และสินค้าที่ซื้อต้องสอดคล้องกับค่านิยม “ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้แค่ซื้อของ แต่ซื้อความหมาย” […]

What Are Eco-Friendly Products? Are “environmentally friendly products” just a nice-sounding label, or can they truly change the world and create sustainability?

Eco-friendly products คืออะไร ? Eco-Friendly Products หมายถึง ผลิตภัณฑ์สินค้าที่มีการออกแบบมาและผลิตขึ้นโดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของสินค้า ตั้งแต่กระบวนการจัดหา การผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังใช้งาน (End-of-Life Management) เช่น การรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งสินค้าต่างๆที่ผลิตขึ้นมาต้องส่งผลกระทบต่อโลก ต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด หรือมีแนวทางในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อมน้อยลงหรือไม่ส่งผลเลย ซึ่งสินค้า ลักษณะสำคัญของ Eco-Friendly Products ได้แก่ ใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืน (Sustainable Materials) ใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต ลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายหรือรีไซเคิลได้ เป็นมิตรต่อผู้ใช้และสัตว์ทดลอง (Cruelty-Free / Non-toxic)  “สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” แค่ชื่อดูดี หรือเปลี่ยนโลกสร้างความยั่งยืนได้จริง ? จากข้อมูลรายงานของ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nations Environment Programme (UNEP) ระบุว่า อุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 45% ของการปล่อยทั้งหมด […]

“SDGs x ESG: Connecting Global Sustainability Goals with the Future of Sustainable Business”,

เมื่อโลกเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อน ดูทีท่าจะแก้ยากมากขึ้น ทั้งความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ภาวะโลกร้อน ทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลง ไปจนถึงโรคระบาดที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและชีวิตของผู้คน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) หรือ sustainability goals จึงถูกกำหนดขึ้นมา เพื่อใช้เป็น “เข็มทิศ” นำทางในการลดปัญหาต่าง ๆ ให้ทุกประเทศร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างเป็นระบบและมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงทุกภาคส่วนในการร่วมมือกันเพื่อขจัดปัญหาต่าง ๆ ให้มีทิศทางของทางออกที่ดียิ่งขึ้น Sustainability Goals หนึ่งในประเด็นสิ่งแวดล้อมที่เป็นแกนหลักสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน  เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) คืออะไร ?  SDGs คือ เป้าหมายระดับโลก 17 เป้าหมาย ที่องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดขึ้นในปี 2015 เพื่อใช้เป็นแนวทางพัฒนาโลกในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล ซึ่งได้รับการรับรองจาก 193 ประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งมีกรอบระยะเวลาการดำเนินงานจนถึงปี 2030 โดยเอกสาร โดยเอกสารที่ประเทศสมาชิกทั้งหมดลงนามรับรองเป็นพันธะสัญญานั้นเรียกว่า “Transforming […]

The jewelry industry must act now! Transform your factory into an environmentally friendly operation creating opportunities for sustainable profitability.

เพิ่มกำไรอย่างยั่งยืนให้กับโรงงาน Jewelry กับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องมาตรฐาน RJC  ถือเป็นอีกเรื่องที่ไม่ได้ใหม่สำหรับผู้ประกอบการในปี 2025 แต่เรียกได้ว่าเป็นความท้าทายใหม่ ที่ต้องให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น สำหรับด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ที่เป็นหนึ่งในข้อกำหนดด้านมาตรฐานของ RJC จากข้อมูลรายงานของ World Jewellery Confederation (CIBJO) ระบุว่า อุตสาหกรรมเครื่องประดับมีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมาก โดยเฉพาะในช่วง ๊Upstream ของซัพพลายเชน รวมถึงขั้นตอนการดำเนินงานส่วนอื่น ๆ ด้วยสาเหตุนี้จึงถือเป็นเรื่องที่ท้าทายในยุคที่โลกตื่นตัวกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทั้งคู่ค้าในประเทศต่าง ๆ รวมถึงผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมีข้อมูลว่ากว่า 72% ของผู้บริโภค โดย Gen Z เชื่อว่าบริษัทควรแสดงความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อม (Deloitte, 2024) นี่จึงเป็นอีกข้อมูลที่ตอกย้ำว่า คนส่วนใหญ่ล้วนให้ความสำคัญต่อด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อุตสาหกรรมเครื่องประดับ (Jewelry Industry) ก็ถือว่าเป็นอีกอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ถูกจับตามากขึ้น โดยเฉพาะ “โรงงานผู้ผลิต” ซึ่งอยู่ต้นทางของห่วงโซ่อุปทาน ที่กำลังเผชิญกับคำถามสำคัญว่า…จะสามารถเติบโตไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร ? ต้องทำและวางแผนดำเนินการแบบไหนให้มีกำไรอย่างยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง เปลี่ยนโรงงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้สอดคล้องมาตรฐาน RJC   Responsible Jewellery […]

What is a CBAM Certificate? In 2026, “CBAM becomes mandatory” an important document that exporters to Europe must know.

จากบทความก่อนที่ FDI พาไปเจาะลึกข้อมูลเกี่ยวกับ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) หรือ มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นมาตรการของสหภาพยุโรปในการจัดการกับ Climate Change กันมาแล้ว โดยมาตรการนี้จะเริ่มบังคับใช้จริงในช่วงเดือนมกราคม 2569 นี้แล้ว ในกลุ่มสินค้า 6 กลุ่มระยะแรก ไม่ว่าจะเป็น ซีเมนต์ ไฟฟ้า ปุ๋ย เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม และไฮโดรเจน ซึ่งผู้นำเข้าจะต้องซื้อใบรับรอง CBAM (CBAM Certificate) ตามปริมาณการนำเข้าและปริมาณการปล่อยคาร์บอนของสินค้าประเภทเดียวกันที่ผลิตในสหภาพยุโรป ยิ่งปล่อยมากยิ่งจ่ายแพง นั่นเป็นเหตุผลที่ราคาสินค้าก็จะแพงตามไปด้วย ในบทความนี้จะพาทุกท่านมาเจาะข้อมูล ทำความเข้าใจกันต่อว่า CBAM Certificate หรือใบรับรองที่ผู้นำเข้าสินค้าจากนอกสหภาพยุโรป (EU) ว่าคืออะไร ผู้ประกอบการต้องทำอย่างไรบ้าง และในระยะต่อไปจะมีสินค้าอะไรบ้างที่จะถูกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน ไปติดตามกันได้ในบทความนี้ CBAM Certificate คืออะไร ? CBAM Certificate คือ ใบรับรองที่ผู้นำเข้าสินค้าจากนอกสหภาพยุโรป (EU) ต้องซื้อ เพื่อแสดงว่าได้ชำระ […]

What Are the Types of Carbon Emissions? Plus, Basic Guidelines for Organizations on How to Collect Data to Reduce Greenhouse Gas Emissions!

อย่างที่ทราบกันดีว่า คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) คือ  ปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่ถูกปล่อยออกมาจากกิจกรรมหรือกระบวนการต่างๆ ซึ่งหากปล่อยออกมาจากกระบวนการผลิต ดำเนินงานของผลิตภัณฑ์ เรียกว่า คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint for Product) และหากเกิดจากกิจกรรมการดำเนินงานขององค์กร เรียกว่า คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization)  สำหรับก๊าซเรือนกระจก (GHG) มีทั้งหมด 7 ชนิด ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2), มีเทน (CH4) ,เพอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFCs) , ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) , ไนตรัสออกไซด์ (N2O), ซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6) และไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ (NF3) โดยที่ก๊าซเรือนกระจกทั้ง 7 ชนิดนี้ จะถูกวัดและรายงานผลในรูปของตันหรือกิโลกรัมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tonCO2 eq หรือ kgCO2 eq)  เป็นการเปรียบเทียบค่าก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ด้วยค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนเมื่อเทียบกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ […]

“RJC: A Key Standard Why Modern Jewelry Businesses Must Care About Environmental Sustainability”

ในโลกที่ผู้บริโภคเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นว่า “ สินค้าที่ฉันใช้มาอย่างไร ? ” ธุรกิจที่ไม่แค่ผลิตสินค้าให้สวยงามอีกต่อไป แต่ยังต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน ถ้าหากทำได้ จะเป็นธุรกิจที่ได้เปรียบในระยะยาว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ โดยมาตรฐาน RJC หรือ Responsible Jewellery Council กลายเป็นมาตรฐานที่ผู้ผลิต ผูัมีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมนี้ รวมถึงผู้ค้าเครื่องประดับ อัญมณี ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ เพราะ RJC ไม่ใช่แค่ “มาตรฐานรับรอง” แต่คือ “การแสดงวิสัยทัศน์ขององค์กร” ต่อความโปร่งใส ที่ตรวจสอบได้ด้วยมาตรฐาน การประกอบธุรกิจด้วยธรรมาภิบาล การให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน แล้วมาตรฐาน RJC คืออะไร ? RJC (Responsible Jewellery Council) คือ องค์กรระหว่างประเทศที่ไม่แสวงหาผลกำไร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนามาตรฐานความรับผิดชอบทางจริยธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ โดยสมาชิกของ RJC ครอบคลุมตั้งแต่เหมืองแร่ ผู้ผลิตโลหะมีค่า โรงงานผลิต ไปจนถึงร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ทั่วโลก เช่น Cartier, Tiffany & Co., […]

Carbon Footprint for Organizations (CFO) Consultants Experts Ready to Help Drive Your Organization Towards Sustainability

ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม กลายเป็นแกนกลางของการดำเนินธุรกิจ ที่ต้องผนวกเข้ากับนโยบายในการดำเนินงานขององค์กร  ซึ่งไม่สามารถเพิกเฉยต่อผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีกต่อไป หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้องค์กร “วัด รู้ และลดการปล่อย” รวมถึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง คือ การประเมิน Carbon Footprint for Organizations (CFO) หรือ ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ซึ่งสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่าง FDI ที่ให้บริการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน อย่างครบวงจร ด้วยความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม การร่วมวางกลยุทธ์สิ่งแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพ ชี้แนะตรงจุด บริการด้วยความรวดเร็ว พร้อมราคาที่เหมาะสมกับบริการ อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนในด้านการทำงานของทีมผู้รับผิดชอบต่อ ด้านธุรกิจในภาพรวม เพราะเราให้บริการที่ปรึกษาธุรกิจอย่างครบวงจรในที่เดียว ทำไมต้องใช้บริการที่ปรึกษา CFO คำถามที่หลายองค์กรต่างสงสัย ?! ในหลายองค์กรขนาดใหญ่ มักจะมีแผนกที่ดูแลด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง แต่อาจจะยังไม่มีความคุ้นเคย หรือเชี่ยวชาญในการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นต์ รวมถึงการเก็บข้อมูล การประเมินข้อมูลที่ซับซ้อน ในโครงการสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ การมีที่ปรึกษา CFO / CFP หรือการวางแผนการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อม จึงตอบโจทย์ในองค์กรที่ต้องการความรวดเร็ว ความเชี่ยวชาญ ที่เชื่อถือและตรวจสอบได้จริง ทั้งข้อมูล การดำเนินงานทั้งหมด เรียกได้ว่า […]

From Carbon Footprint to Carbon Neutral: An Interesting Path Towards the “Net Zero” Goal

“Carbon Footprint Thailand” ประเทศไทยเดินไปถึงไหนแล้วในปี 2568 ประเทศไทยมีเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) อย่างชัดเจน จากกรอบ นโยบายในการเร่งดำเนินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ.2608 และการวางมาตรการลดคาร์บอนในระดับชาติ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาข้อมูลล่าสุดยังพบสถานการณ์ที่ท้าทายและต้องเร่งดำเนินการในด้านต่าง ๆ เป้าหมายด้านการลดคาร์บอนของประเทศไทย รัฐบาลไทยได้แถลงเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นทางการภายใต้กรอบ Nationally Determined Contributions (NDC) และ Long-term Low Emission Development Strategy (LT-LEDS) ได้แก่: ลดการปล่อย GHG ให้ได้อย่างน้อย 30-40% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับแนวโน้ม BAU (Business as Usual) มุ่งสู่การเป็นประเทศ Net Zero ภายในปี 2065 เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็น 37% ภายในปี 2037 (ตามแผน AEDP) อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายเหล่านี้จำเป็นต้องเร่งออกกฎหมาย เช่น […]

A Mechanism to Watch! Reducing Greenhouse Gases through Carbon Credit Projects – The World Can Change, If We Start Changing Now

ทำความรู้จักหน่วยวัดของ carbon credit คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงหรือกักเก็บได้จากการทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับกรณีการดำเนินธุรกิจตามปกติ โดยมีหน่วยวัด carbon credit เป็นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂eq) ซึ่งปริมาณที่จะลดลงหรือกักเก็บนั้นต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานต่าง ๆ และสามารถนำไปซื้อขายระหว่างผู้ต้องการชดเชยการปล่อยคาร์บอนและผู้ที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้  คาร์บอนเครดิต มาจากโครงการหลักๆ ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHGs) และสร้างคาร์บอนเครดิตที่สามารถนำไปซื้อขายได้ โดยทั่วไปแล้ว โครงการเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ  1. โครงการที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Reduction Projects) การลดการปล่อยก๊าซในอุตสาหกรรมหรือกระบวนการผลิตมุ่งเน้นในการปรับปรุงกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การใช้พลังงานสะอาด, การใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซ , การกำจัดน้ำเสีย ของเสีย , หรือการปรับปรุงเครื่องจักรให้มีการปล่อยก๊าซต่าง ๆ น้อยลง การเปลี่ยนแปลงในภาคพลังงานโครงการที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานทดแทน เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (solar panels) หรือการใช้พลังงานลม (wind power) ซึ่งผลลัพธ์ที่ลดการปล่อยก๊าซก็จะถูกรวมคำนวณในรูปของหน่วยวัด carbon credit เช่นกัน  2. […]

1 2 3 4 5 7