บทความใบอนุญาต

คู่มือการขอใบประกอบกิจการ เพื่อขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร

การเริ่มต้นธุรกิจอาหารไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตอาหารขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการคือ การขอใบประกอบกิจการและใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากธุรกิจอาหารเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพของผู้บริโภค หน่วยงานภาครัฐจึงมีการควบคุมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอใบอนุญาตผลิตอาหารทำอย่างไร ? คู่มือแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ นิยามของคำว่า “สถานที่ผลิตอาหาร” คือ เป็นสถานที่ที่ใช้ผลิตและจัดการเกี่ยวกับอาหารตลอดทั้งกระบวนการ ที่รวมตั้งแต่การจัดหา รับ และจัดเก็บวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการแปรรูปสินค้า โดยรวมไปถึงการแบ่งบรรจุสินค้าเพื่อกระจายจำหน่ายไปให้แก่ผู้บริโภคด้วย  โดยการมีใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารในการประกอบกิจการสำคัญอย่างไร ?  1. สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมาย ไม่ต้องกังวลใจในการดำเนินงาน ธุรกิจที่ไม่มีใบอนุญาต หากตรวจพบ อาจถูกสั่งปิดหรือถูกดำเนินคดีได้ โดยไม่ได้สนใจว่าแบรนด์นั้นจะติดตลาดหรือมีขนาดใหญ่มากน้อยเท่าใด หากทำผิดกฏหมายก็จะโดนดำเนินคดีเนื่องจากไม่มีใบอนุญาตดังกล่าว  2. เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและคู่ค้า ลูกค้าและคู่ค้าจะเชื่อมั่นในธุรกิจ แบรนด์ ที่มีใบอนุญาตผลิตอาหารอย่างถูกต้อง เชื่อมั่นว่ากระบวนการผลิตเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง สะอาดและปลอดภัย มีมาตรฐานที่สำคัญที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเรียบร้อย  ซึ่งกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงานและไม่เข้าข่าย สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ  1.สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตอาหารที่ใช้เครื่องมือ เครื่องจักรในการผลิตอาหาร รวมต่ำกว่า 50 แรงม้า และใช้คนงานต่ำกว่า 50 คน  2.สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน โดยเป็นสถานที่ผลิตอาหารที่ใช้เครื่องมือ เครื่องจักร ในการผลิตอาหาร ซึ่งรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป    ขั้นตอนที่ควรรู้สำหรับการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้ 1.ส่วนของการขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร  2.ส่วนของการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร   ในส่วน 1 : การขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร ขั้นตอนที่ 1 : เข้าใช้งานระบบ e-Submission ศึกษารายละเอียด เพื่อเข้าใช้งานระบบ ขั้นตอนที่ 2 : เปิดสิทธิ์เพื่อเข้าใช้งานระบบ e-Submission และยื่นขอจัดทำฐานข้อมูลหลักผู้ประกอบการ ซึ่งต้องมีการเตรียมเอกสารตามแบบที่ได้กำหนดไว้ให้ครบถ้วน  ขั้นตอนที่ 3 : ยื่นคำขอเพื่อตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารและชำระเงินค่าคำขอตรวจประเมินเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์  ขั้นตอนที่ 4 : การรับตรวจประเมินและรายงานผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร โดยสามารถอ่านรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารได้ที่นี่    ในส่วน 2 : การขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยสามารถยื่นผ่านระบบ e-Submission […]

รายงานตัว 90 วัน สำหรับต่างชาติพำนักในไทย ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

การรายงานตัว 90 วัน คืออะไร ? การรายงานตัว 90 วัน (หรือเรียกว่า 90-day reporting) คือข้อกำหนดตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองไทยที่กำหนดให้ ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเกิน 90 วัน ต้องแจ้ง ที่อยู่พักอาศัยปัจจุบัน ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นระยะ ๆ ทุก ๆ 90 วัน เป็นไปตาม มาตรา 37(5) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เพื่อให้ทางการทราบว่าชาวต่างชาติ ยังพำนักอยู่จริงในประเทศและพักอยู่ที่ไหนเป็นปัจจุบัน การรายงานนี้เป็น การยืนยันสถานะที่พักอาศัย ไม่ใช่การต่ออายุวีซ่าแต่อย่างใด โดยเป็นข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคนเข้าเมืองของประเทศไทย คนต่างชาติสามารถแจ้งที่พักอาศัยได้ ก่อน 15 วัน หรือหลัง 7 วัน นับจากวันครบกำหนด หากเกินกำหนด ชาวต่างชาติต้องมารายงานตัวด้วยตนเอง เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับ โดยจะถูกเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท   ชาวต่างชาติที่ถือวีซ่า ประเภทที่อนุญาตให้พำนักในไทยนานกว่า 90 วัน ได้แก่  1.ผู้ที่ถือวีซ่าทำงาน (Non-Immigrant B Visa) 2.ผู้ที่ถือวีซ่าเกษียณอายุ (Non-Immigrant O-A Visa) 3.ผู้ที่ถือวีซ่านักศึกษา (Non-Immigrant ED Visa) 4.ผู้ที่ถือวีซ่าคู่สมรส (Non-Immigrant O Visa)  5.ผู้ถือวีซ่าประเภทอื่นๆ ที่อนุญาตให้พำนักในประเทศไทยเกิน 90 วัน หมายเหตุ : แต่ถ้าหากชาวต่างชาติ ออกนอกประเทศไทยก่อนครบ 90 วันและกลับเข้ามาใหม่ การนับวัน 90 วันจะเริ่มต้นนับใหม่ตั้งแต่วันกลับเข้าประเทศ    ปรึกษายื่นขอ Visa & Work Permit    ขั้นตอนการรายงานตัว 1.การเตรียมเอกสารตามที่ทางราชการได้กำหนดไว้ให้ครบถ้วน  ตัวอย่างเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง , แบบฟอร์มรายงานตัว (TM.47) กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน , ใบอนุญาตการพำนักในประเทศไทย (Visa or Residence Permit) และเอกสารอื่นๆ […]

เอกสาร Work Permit ต้องใช้อะไรบ้าง? รวมคำถามพบบ่อยเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงาน

เอกสารและคุณสมบัติในการขอ Work Permit สำหรับต่างชาติ  ชาวต่างชาติที่ต้องการทำงานในประเทศไทยจะต้องมีใบอนุญาตทำงานด้วยจึงจะสามารถทำงานในประเทศไทยได้ และต้องมีบริษัทว่าจ้างงานต่างชาติชัดเจน โดยบริษัทและชาวต่างชาติจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กฏหมายได้ระบุเอาไว้ดังนี้  1.บริษัทต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย  2.มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 2 ล้าน  และมีพนักงานคนไทย 4 คน ต่อการจ้างงานชาวต่างชาติหนึ่งใบอนุญาต 3.หากเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ต้องมีทุกจดทะเบียนอย่างน้อย 3 ล้านบาท ต่อการจ้างงานชาวต่างชาติหนึ่งใบอนุญาต แต่หากเป็นกรณีที่บริษัทภายใต้การส่งเสริมโดย BOI คุณสมบัติในบางข้อจะได้รับพิจารณายกเว้น แต่ถึงอย่างไรบริษัทก็ต้องมีการแจ้งต่อ BOI ถึงความจำเป็นในการจ้างพนักงานต่างชาติมาทำงาน    คุณสมบัติของชาติที่จะยื่นขอ Work Permit 1.ยื่นขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้อง 2.มีประวัติการศึกษาและการทำงานที่สอดคล้องกับงานในตำแหน่งนั้น ๆ  3.มีร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคร้ายแรง และไม่ติดสารเสพติด   เอกสารที่ต้องใช้เพื่อขอใบอนุญาตทำงาน เอกสารที่ใช้ในการขอใบอนุญาตทำงานแบ่งเป็นส่วนหลัก ๆ คือ เอกสารของนายจ้าง (บริษัทที่จ้าง) และ เอกสารของลูกจ้าง (ชาวต่างชาติ) เอกสารของนายจ้าง (บริษัทที่จ้าง) ใบจดทะเบียนนิติบุคคล และรายชื่อผู้ถือหุ้น แบบฟอร์มขอใบอนุญาตทำงาน ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และหลักฐานการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม สัญญาจ้างงานระหว่างบริษัทและบุคคลต่างชาติ และเอกสารอื่น ๆ สามารถปรึกษา FDI ได้เช่นกัน  เอกสารของลูกจ้าง (ชาวต่างชาติ) หนังสือเดินทางตัวจริง และสำเนาหน้าตราประทับวีซ่าคนอยู่ชั่วคราว, หน้าตราประทับขาเข้าประเทศไทยล่าสุด และหน้าแรกที่มีรูปถ่ายและข้อมูลทางชีวภาพ สำเนาใบรับรองการศึกษา หรือใบปริญญา หนังสือรับรอง และใบอนุญาตอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และเอกสารอื่น ๆ สามารถปรึกษา FDI ได้เช่นกัน    รวมคำถามที่พบบ่อย FAQ : เกี่ยวกับ Work Permit ใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย  1. ชาวต่างชาติต้องมี Work Permit ก่อนเริ่มทำงานหรือไม่ ? ต้องมีใบอนุญาตก่อนทำงาน ตามกฎหมายไทย ชาวต่างชาติห้ามทำงานก่อนได้รับใบอนุญาตทำงาน แม้จะมีวีซ่าประเภททำงาน (Non-B) แล้วก็ตาม วีซ่าเป็นเพียงสิทธิ์ในการพำนัก แต่ Work Permit คือสิทธิ์ใบอนุญาตในการทำงานจริง 2.ใช้เวลานานแค่ไหนในการขอ Work Permit ? โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3–7 วันทำการ หลังจากยื่นเอกสารครบถ้วน แต่ระยะเวลาอาจแตกต่างตามพื้นที่ยื่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  3.Work […]

FAQs : รวมถาม – ตอบ คำถามพบบ่อย Non-B Visa วีซ่าทำงานในไทย

การขอวีซ่าทำงานในไทย โดยเฉพาะประเภท Non-Immigrant B Visa เป็นหนึ่งในหัวข้อที่คนทำงานหรือนักลงทุนต่างชาติสอบถามกันเข้ามาจำนวนมาก เพราะมีหลายประเด็นที่ทั้งนายจ้างและผู้ถูกว่าจ้างต้องเข้าใจให้ถูกต้องก่อนดำเนินการจริง โดยผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงานจาก FDI Group ได้รวบรวมข้อมูลคำถามที่มาพร้อมคำตอบ ในบทความนี้จะรวบรวมคำถาม 10 ข้อที่พบบ่อย พร้อมคำตอบที่ชัดเจน ที่จะช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านมีความเข้าใจได้ในบทความนี้ Question : วีซ่า Non-B Visa คืออะไร ? Answer : Non-Immigrant B Visa คือ วีซ่าประเภทธุรกิจที่ออกให้แก่ชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำงาน หรือเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนที่จะยื่นขอ Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สามารถทำงานได้จริงในไทย โดยจะออกให้สำหรับผูัที่ประสงค์จะเดินทางมาไทยเพื่อทำงาน ติดต่อธุรกิจ เป็นต้น โดยทั่วไปแล้วจะอนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศไทยได้ 90 วัน และหากเมื่อได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว จึงสามารถยื่นขอต่อวีซ่า Non-B เป็นระยะเวลา 1 ปีได้  Question : วีซ่า Non-B Visa มีกี่ประเภท Answer :  : จะมี 2 ประเภท คือ  1.แบบเข้าได้ครั้งเดียว (Single-Entry) มีอายุ 3 เดือน นับจากวันที่ยื่นขอวีซ่า และใช้พำนักอยู่ในประเทศไทยได้ไม่เกิน 90 วัน 2.แบบเข้าได้หลายครั้ง (Multiple-Entry) มีอายุ 1 ปี นับจากวันที่ยื่นขอวีซ่า และใช้พำนักอยู่ในประเทศไทยได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน ออกให้เฉพาะกรณีติดต่อธุรกิจ Question : ต้องมี Work Permit ร่วมกับ Non-B Visa หรือไม่ ? Answer : แม้ว่าคุณจะมี Non-Immigrant B Visa แล้วก็ยัง ไม่สามารถทำงานได้ทันที จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางาน ซึ่งต้องยื่นขอแยกต่างหากหลังจากเข้ามาในไทยแล้วภายในเวลาที่กำหนด Question : คุณสมบัติและเงื่อนไขเบื้องต้นอะไรบ้างที่นายจ้างและต่างชาติต้องรู้ Answer : ในส่วนของนายจ้างต้องทราบถึงว่าบริษัทอยู่ในสถานะบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย  มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด มีพนักงานชาวไทยตามสัดส่วนที่กำหนด (ขึ้นกับประเภทธุรกิจและจำนวนต่างชาติ) พร้อมการเตรียมเอกสารรับรองการว่าจ้างให้ครบถ้วน และสำหรับชาวต่างชาติ จะต้องยื่นขอ Non-Immigrant […]

เปลี่ยนประเภทวีซ่าเป็นวีซ่า Non B (Non-Immigrant B) ต้องทำอย่างไร ?

Visa Non-B คือวีซ่าอะไร ?  สำหรับ Visa Non-B (Non-Immigrant B) คือวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาในประเทศไทยเพื่อทำงานหรือประกอบธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย ใช้สำหรับการทำงานในบริษัทไทย เป็นผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ หรือเข้ามาติดต่อธุรกิจ เช่น ประชุม เจรจา เปิดบริษัท วีซ่า Non-B ไม่ใช่วีซ่าท่องเที่ยว และไม่สามารถทำงานได้หากยังไม่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) โดยปกติวีซ่าจะมีอายุเริ่มต้น 90 วัน และสามารถขอต่ออายุเป็น 1 ปีได้ ก่อนวีซ่าหมดอายุ 30 วัน โดยที่ผู้ถือวีซ่าต้องขอ Work Permit เพิ่ม และรายงานตัวกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุก 90 วัน คุณสมบัติของต่างชาติที่จะยื่นขอ Visa Non-B ต้องถือวีซ่าประเภท  Tourist Visa หรือ Transit Visa เท่านั้น เช่น วีซ่า Non-O และวีซ่าประเภทอื่น ๆ จะไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่า Non – B ได้ ทั้งนี้หากเป็นวีซ่าประเภทอื่น ๆ สามารถปรึกษา FDI เพิ่มเติมได้ อายุของวีซ่าต้องมีระยะเวลาเหลือไม่ต่ำกว่า 15 วัน ก่อนวีซ่าหมดอายุ ต้องมีเงินเดือนตามกฏหมายกำหนด การขอ Visa Non-B สามารถยื่นขอได้อย่างไรได้บ้าง การยื่นขอจากต่างประเทศก่อนเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย การขอเปลี่ยนวีซ่าในไทย ขั้นตอนการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน  ติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อพูดคุยและขอคำปรึกษาได้เลยทันที โทร : (02) 642-6866, (02) 642-6869, (02) 642-6895 , Line ID : fdigroup  เจ้าหน้าที่นำส่งใบเสนอราคา และชำระค่าบริการ โดยแบ่งชำระตามรอบดำเนินการเป็น 2 งวด งวดละ 50% หรือเต็มจำนวน ก่อนเริ่มดำเนินการ การเตรียมเอกสาร ให้ถูกต้อง ครบตามที่ระบุ โดยการดูแลใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ FDI นัดหมายยื่นวีซ่า ทีมผู้เชี่ยวชาญนัดหมายลูกค้าเพื่อยื่นวีซ่า โดยเจ้าหน้าที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น […]

FDI Group บริษัทรับทํา Visa work permit ในไทย บริการครบวงจรในที่เดียว

มีพนักงานต่างชาติ หรือหุ้นส่วนธุรกิจเป็นต่างชาติ ต้องยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน แต่ทำไม่เป็น ทำอย่างไรดี ?  ไม่ต้องกังวล! เพียงคุณปรึกษาเรา เรามีคำตอบในคำถามที่คุณสงสัยอยู่  สำหรับการทำวีซ่าและใบอนุญาตทำงานในไทยไม่ยากอย่างที่คิด เพียงคุณปรึกษา FDI เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษากับทุกท่านไม่ว่าองค์กร หรือบุคคลทั่วไป เราก็พร้อมให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญในราคาที่เหมาะสม  เราให้บริการในการเป็นตัวแทนยื่นขอวีซ่า และใบอนุญาตทำงานให้กับบริษัทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลทั่วไปหรือสำนักงานตัวแทน  ธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริม BOI , FBL ดำเนินการเปลี่ยนวีซ่าแต่ละประเภทของต่างชาติในไทย ให้คำปรึกษาการจดจัดตั้งบริษัทต่างชาติถือหุ้นข้างมาก บริการงานด้านบัญชีและภาษี รวมถึงบริการด้านอื่นๆ ครบวงจร เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญให้บริการด้วยประสบการณ์ของ FDI ที่มากกว่า 30 ปี การันตีความมั่นใจ ในความถูกต้อง ราบรื่น รวดเร็วด้วยประสบการณ์เชิงลึก ขั้นตอนง่ายๆ ที่ FDI ให้บริการ พูดคุยปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนการดำเนินการ ชำระค่าดำเนินการ โดยแบ่งการชำระเป็น 2 งวดหรือชำระเต็มเพื่อดำเนินการ การนัดหมายจัดส่งเอกสารทุกรายการ เพื่อให้ทางผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบควมถูกต้อง แนะนำการเตรียมเอกสารเพิ่มเติมให้พร้อมก่อนการยื่น นัดหมายเพื่อดำเนินการยื่นวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน โดยผู้เชี่ยวชาญจะทำการนัดลูกค้าเพื่อพาไปยื่นวีซ่าให้เรียบร้อย ผ่านการพิจารณา นัดหมายรับวีซ่า และดำเนินการดูแลต่อจนเสร็จสิ้นกระบวนการ ลูกค้าสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษาได้หลังจากเสร็จสิ้น กรณีต้องการสอบถามเพิ่มเติม  ข้อดีของการใช้ตัวแทนในการยื่น Visa & Work Permit  การยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (Visa & Work Permit) ในประเทศไทย เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและมีกฎหมาย ระเบียบ และเอกสารที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การใช้ตัวแทนหรือที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยง ลดขั้นตอนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วด้วยความถูกต้องได้เป็นอย่างดี ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น  1. ลดความผิดพลาดด้านเอกสารและขั้นตอน ตัวแทนมีความเชี่ยวชาญในข้อกำหนดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงสามารถจัดเตรียมเอกสารได้ครบถ้วน ถูกต้อง ลดโอกาสเอกสารถูกตีกลับหรือถูกปฏิเสธคำขอ 2. ประหยัดเวลาและลดภาระของนายจ้างและชาวต่างชาติ การยื่น Visa & Work Permit ต้องใช้เวลาในการติดต่อหลายหน่วยงาน ตัวแทนจะช่วยดูแลขั้นตอนทั้งหมด ทำให้นายจ้างและชาวต่างชาติสามารถโฟกัสกับการทำงานและการดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มที่ 3. เข้าใจกฎหมายและเงื่อนไขที่ซับซ้อน กฎหมายแรงงานและคนเข้าเมืองของไทยมีรายละเอียด รวมถึงข้อกฏหมายที่ระบุไว้ ตัวแทนที่มีประสบการณ์จะให้คำแนะนำที่ถูกต้องได้ครบถ้วนมากขึ้น เช่น สัดส่วนทุนจดทะเบียน จำนวนพนักงานไทยที่ต้องมีต่อ หรือเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละประเภทวีซ่า 4. วางแผนการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานได้อย่างเหมาะสม ตัวแทนสามารถช่วยวางแผนล่วงหน้า เช่น การต่ออายุวีซ่า การขอเปลี่ยนประเภทวีซ่า หรือการยื่น Work […]

จดบริษัทเอง Vs จ้างจดบริษัท สำหรับต่างชาติทำธุรกิจในไทยแบบไหนตอบโจทย์ ?

หากคุณกำลังทำธุรกิจและมีแผนที่จะจดทะเบียนบริษัท รวมถึงขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจในไทย หรือเป็นการร่วมทุนกับต่างชาติ พอเข้ามาศึกษารายละเอียดแล้ว อาจจะเกิดการตั้งคำถามว่า “ควรจดบริษัทเองดี หรือควรจ้างที่ปรึกษาจดบริษัทให้ ?” ในบทความนี้ จะช่วยให้คุณเข้าใจในข้อมูลที่ต้องดำเนินการต่อ พร้อมคำตอบที่ช่วยตอบข้อสงสัยได้ว่า “ควรจัดตั้งบริษัทด้วยตัวเอง หรือควรใช้บริการผู้เชี่ยวชาญด้านจดทะเบียนอย่าง FDI Group ?” การตั้งบริษัทในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติสามารถทำได้ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Act – FBA) ซึ่งกำหนดประเภทกิจการและสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติที่อนุญาตไว้ชัดเจน หลักการพื้นฐานที่ต้องรู้ ชาวต่างชาติที่ถือหุ้น เกิน 49% หรือถือหุ้นข้างมากกว่าคนไทย จะถือว่าเป็น “บริษัทต่างชาติ” ภายใต้ FBA  ธุรกิจบางประเภทจะถูกจำกัดหรือห้ามไม่ให้ชาวต่างชาติดำเนินการ หากต้องการทำธุรกิจในหมวดที่ถูกจำกัด จะต้องยื่นขอ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) เพื่อให้ได้รับอนุญาตในการดำเนินธุรกิจตามกฎหมาย ซึ่งจะเงื่อนไขภายใต้ข้อกำหนดทางกฏหมายแตกต่างจากการจดทะเบียนนิติบุคคลไทยปกติ  อ่านต่อ : ต่างชาติจะทำธุรกิจในไทย ต้องรู้ Foreign Business Act คืออะไร ? อ่านต่อ : วิธีจดบริษัท สำหรับชาวต่างชาติ! ไม่ยากอย่างที่คิด ไขข้อสงสัย จดบริษัทด้วยตัวเอง  กับ ใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญ แบบไหนที่ตอบโจทย์  ข้อดีของการจดบริษัทเอง สามารถควบคุมกระบวนการได้เต็มที่ เริ่มตั้งแต่เลือกชื่อบริษัท การดำเนินการติดต่อเอกสารทั้งหมด  เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้อง และยื่นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วยตนเอง ลดค่าใช้จ่ายในบริการที่สามารถควบ  เหมาะกับผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายไทยหรือมีทีมภายในรองรับการดำเนินการทั้งหมด ได้เรียนรู้เรื่องการดำเนินธุรกิจในไทยด้วยตนเอง ข้อจำกัดและควรระวังหากดำเนินการเอง ต้องศึกษารายละเอียด เอกสาร รวมถึงข้อมูลทั้งหมด ต้องเตรียมและยื่นเอกสารให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น แบบคำขอ บอจ.1–บอจ.5 และรายละเอียดผู้ถือหุ้นทั้งไทยและต่างชาติ ต้องเข้าใจกฎหมาย FBA และข้อจำกัดต่าง ๆ ด้วยตนเอง หากถือหุ้นต่างชาติเกิน 49 % อาจต้องขอใบอนุญาต (FBL) หรือการยื่่นขอ BOI ซึ่งจะมีเอกสารจำนวนมากและเงื่อนไขที่ซับซ้อน หากเอกสารผิดพลาดหรือขาดการจัดเตรียมอย่างเหมาะสม อาจถูกปฏิเสธหรือถูกเรียกกลับปรับแก้ซ้อนหลายครั้ง   หากจ้างผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำในการจดทะเบียนจะดีอย่างไร ?  ข้อดีของการใช้บริการที่ปรึกษา ความเชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายและข้อจำกัด FBAผู้เชี่ยวชาญสามารถประเมินได้ตั้งแต่แรกว่าธุรกิจของคุณอยู่ในประเภทที่อนุญาตหรือจำเป็นต้องขอใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจในไทย ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดด้านเอกสารและกฎระเบียบการจัดเตรียมเอกสารผิดพลาด อาจทำให้ต้องแก้หลายรอบ หรือล่าช้าจนส่งผลต่อแผนธุรกิจ การจัดการเรื่องทุนจดทะเบียนและสัดส่วนผู้ถือหุ้นผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยวางโครงสร้างหุ้นให้สอดคล้องกับกฎหมาย และเสนอแนวทางที่จะลดข้อจำกัดด้านการถือหุ้นของต่างชาติ เราให้บริการในทุกขั้นตอนแบบครบวงจรในที่เดียว รวมตั้งแต่การจองชื่อบริษัท การจัดทำเอกสาร การยื่นจดทะเบียน การขอ […]

Digital Nomad Thailand คืออะไร วีซ่าไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “Digital Nomad Thailand” กลายเป็นคำค้นหายอดนิยมในหมู่คนทำงานออนไลน์จากทั่วโลก ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นสวรรค์ของสาย Remote Work เพราะค่าครองชีพสมเหตุสมผล อินเทอร์เน็ตดี อาหารอร่อย เมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แถมยังมีเที่ยวบินเชื่อมต่อไปหลายประเทศในเอเชียได้ง่ายอีกด้วย แต่สิ่งที่หลายคนกังวลคือ “ถ้าจะมาเป็น Digital Nomad ในไทย ต้องใช้วีซ่าอะไร ถึงจะถูกกฎหมายและอยู่ได้ยาวๆ ?” บทความนี้จะพาไปรู้จักวีซ่าหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมข้อควรรู้สำคัญสำหรับคนสนใจเรื่องวีซ่าในไทย “Digital Nomad” คือใคร Digital Nomad คือบุคคลที่ทำงานออนไลน์จากที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีสำนักงานประจำ ใช้เทคโนโลยี เช่น อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน มีไลฟ์สไตล์แบบเคลื่อนที่ เปลี่ยนเมืองหรือประเทศตามความต้องการ รายได้ส่วนใหญ่มาจากงานออนไลน์หรือบริษัทต่างประเทศ เหมาะกับยุค Remote Work ที่เปิดโอกาสให้ทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน ยกตัวอย่างอาชีพที่มักใช้คำว่า Digital Nomad เช่น โปรแกรมเมอร์ / Developer , นักการตลาดออนไลน์ / Digital Marketer , นักเขียนอิสระ / Copywriter / Blogger , UX/UI Designer , พนักงานบริษัทต่างประเทศที่ทำงานแบบ Remote 100% เป็นต้น  หลายประเทศทั่วโลกเริ่มออก “digital nomad visa” เพื่อดึงดูดคนกลุ่มนี้ เช่น มอลตา, โปรตุเกส, คอสตาริกา ฯลฯ ซึ่งมักกำหนดให้ผู้ขอวีซ่าต้องมีรายได้จากต่างประเทศ มีประกันสุขภาพ และไม่ไปแย่งงานคนท้องถิ่น โดยในประเทศไทยเองก็มีการดึงดูดคนกลุ่มนี้ โดยไม่ได้ใช้ชื่อว่า “Digital Nomad Visa” ตรงๆ แต่มีวีซ่าหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานรีโมตและผู้มีรายได้จากต่างประเทศ  ถ้าหาก Digital Nomad  ต้องการมาใช้ชีวิตในไทย วีซ่าใดบ้างที่ตอบโจทย์ ? ปัจจุบัน หากพูดถึง Digital Nomad Thailand วีซ่าที่เกี่ยวข้องหลักๆ คือ Destination Thailand Visa (DTV) – วีซ่าใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อDigital Nomad /Remote ork/ฟรีแลนซ์และกิจกรรม […]

ต่างชาติจะทำธุรกิจในไทย ต้องรู้ Foreign Business Act คืออะไร ?

Foreign Business Act คืออะไร? ทำความเข้าใจพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 สำหรับชาวต่างชาติที่สนใจมาลงทุนหรือทำธุรกิจในประเทศไทย กฎหมายสำคัญข้อหนึ่งที่ต้องรู้จักคือ Foreign Business Act (FBA) หรือ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กฎหมายฉบับนี้เป็น “ตัวกรอง” ว่าคนต่างด้าวจะทำธุรกิจอะไรได้บ้าง ภายใต้เงื่อนไขแบบไหน และต้องขออนุญาตก่อนหรือไม่ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศกับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศและผู้ประกอบการไทย Foreign Business Act คืออะไร และมีที่มาอย่างไร Foreign Business Act, B.E. 2542 (1999) เป็นกฎหมายหลักที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทย ใช้บังคับตั้งแต่ปี 2542 (1999) เป็นต้นมา โดยออกมาแทนกฎหมายเดิมคือ Alien Business Act พ.ศ. 2515 เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและการลงทุนยุคใหม่ พระราชบัญญัตินี้กำหนดว่า การอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ความมั่นคงของประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การคุ้มครองผู้บริโภค การจ้างงาน รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการวิจัยพัฒนา โดยสรุป Foreign Business Act เพื่อกำกับให้การเข้ามาทำธุรกิจของคนต่างด้าวเป็นไปในกรอบนโยบายที่ชัดเจน ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศและสังคมไทยโดยรวม ใครคือ “คนต่างด้าว” ตาม Foreign Business Act Foreign Business Act นิยาม “คนต่างด้าว” ไว้กว้างกว่าความหมายทั่วไป ไม่ได้หมายถึงแค่บุคคลสัญชาติอื่นเท่านั้น แต่รวมถึงนิติบุคคลที่มีโครงสร้างการถือหุ้นหรืออำนาจควบคุมโดยคนต่างชาติด้วย เช่น บุคคลธรรมดา ที่ไม่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งเป็นของบุคคลหรือนิติบุคคลตาม (1) หรือ (2)  นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งเป็นของ (1)(2) หรือ (3) ประเภทธุรกิจใดบ้างที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัตินี้ ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ห้ามคนต่างด้าวประกอบธุรกิจ บางประเภทและบางประเภทจะประกอบธุรกิจได้ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตหรือได้รับหนังสือรับรองแล้วแต่กรณี โดยประเภทธุรกิจจะแบ่งแยกเป็น 3 บัญชี ดังนี้  1.บัญชีหนึ่ง เป็นธุรกิจที่ห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจด้วยเหตุผลพิเศษ  เช่น การทำการประมง การเลี้ยงสัตว์ การสกัดสมุนไพรไทย การค้าที่ดิน การทำนา ทำไรหรือสวน เป็นต้น  2.บัญชีสอง […]

วีซ่าท่องเที่ยวในประเทศไทย สำหรับชาวต่างชาติ (Tourist Visa) คืออะไร

วีซ่าท่องเที่ยวคืออะไร ? สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa – TR) คือ วีซ่าประเภทชั่วคราวที่ออกให้กับชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการท่องเที่ยว เยี่ยมเยียน หรือพักผ่อน โดย ห้ามประกอบธุรกิจหรือทำงานในประเทศไทย โดยผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว ควรวางแผนล่วงหน้า รวมถึงทำวามเข้าใจกับขั้นตอน เอกสาร ข้อกำหนดเพิ่มเติม เพื่อให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น  ประเภทของวีซ่าท่องเที่ยว และระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่ในไทย  Single Entry Tourist Visa (TR-S) เป็นวีซ่าประเภทเข้าประเทศไทยได้ครั้งเดียว อยู่ได้สูงสุด 60 วัน และสามารถยื่นขอต่ออายุได้อีก 30 วัน (รวมเป็น 90 วัน) Multiple Entry Tourist Visa (TR-M) สามารถใช้เข้า–ออกประเทศไทยได้หลายครั้ง ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ละครั้งอยู่ได้สูงสุด 60 วัน คุณสมบัติหลักของวีซ่าท่องเที่ยว  เป็นชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศไทย มีหลักฐานการเงิน เช่น สมุดบัญชี หรือ Bank Statement มีหลักฐานการจองที่พัก/โรงแรม หรือจดหมายเชิญ (ถ้ามี) มีตั๋วเครื่องบินขาออกจากประเทศไทย   ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่สำคัญของวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับชาวต่างชาติ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่าประเภทนี้ ต้องเข้าใจในเงื่อนไขของวีซ่าและข้อกำหนดทางด้านกฏหมาย เพื่อให้การเดินทาง การยื่นเอกสารเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด  1.ต้องเข้าใจในวัตถุประสงค์ของวีซ่าประเภทนี้ว่าออกให้เพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมเยียน พักผ่อนเท่านั้น ห้ามประกอบธุรกิจหรือทำงานในประเทศไทย 2.ต้องทำตามเงื่อนไขตามที่กฏหมายระบุ เช่น สามารถอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ไม่เกิน 60 วันต่อครั้ง กรณีมีอายุวีซ่า 3 เดือน (Single Entries) ต้องมีจำนวนเงินติดตัวอยู่ที่ 20,000 บาท/คน  เอกสารที่ต้องใช้ในการประกอบการพิจารณา โดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศได้ให้ข้อมูลไว้ว่า  หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง อายุใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน แบบฟอร์มวีซ่าที่กรอกข้อความสมบูรณ์ รูปถ่ายขนาด 2 ½ นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน /ไม่สวมหมวก และแว่นตาดำ) หลักฐานที่แสดงว่าจะเดินทางออกจากประเทศไทยหลังจากสิ้นสุดการท่องเที่ยว เช่น บัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ หรือที่จะเดินทางไปยังประเทศที่สาม เอกสารจากบริษัทท่องเที่ยว (กรณีที่เดินทางมากับบริษัททัวร์) ทั้งนี้ อาจขอให้แสดงเอกสารเพิ่มเติมหรือสัมภาษณ์ผู้ขอรับการตรวจลงตราด้วย […]

1 2