บทความบริการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

Carbon Neutral Event จัดงานแบบไหนถึงเป็น Event ติดกรีน !

Carbon Neutral Event  จัดงานยุคใหม่ ทำไม ? ต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อม  อย่างที่เราทราบกันดีว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก (GHG)  ที่เป็นสาเหตุสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลต่อโลก ต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงเกิดผลกระทบ เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยให้ความสำคัญ มีเป้าหมายร่วมกันในเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero emission) ภายในปี พ.ศ. 2608  ทำความรู้จักกับ Carbon Neutral Event  Carbon Neutral Event  คือ การจัดอีเว้นต์ ไม่ว่าจะเป็นการสัมมนา ประชุม หรือกิจกรรมใดๆ โดยที่มีการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมุ่งเน้นการดำเนินการโดยวางแผนทุกขั้นตอน ใช้ทรัพยากรทุกส่วนอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพสูงสุด บริหารจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมทั้งหมดของงาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงาน การเดินทางของผู้เข้าร่วม วัสดุอุปกรณ์ อาหาร หรือของเสียที่เกิดขึ้นในทุกส่วนของกระบวนการจัดงาน โดมีการเก็บรวบรวมข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดงานทั้งหมดจากนั้นจะชดเชยส่วนที่เหลือด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการที่ได้รับการรับรอง เพื่อทำให้งานนั้นเกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ทั้งนี้เป้าหมายของ Carbon Neutral Event ไม่ใช่เพียงการจัดงานที่คำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทาง […]

Increase your business value and grow with FDI through the JUMP+ Program by the Stock Exchange of Thailand (SET).

FDI ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในที่ปรึกษาภายในโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดทุนไทยและเพิ่มมูลค่าให้แก่บริษัทที่อยู่ในตลาด  ผ่านกิจกรรมที่ครอบคลุม 3 แผนสำคัญ ได้แก่ Business Growth Plan, Governance Plan และ Climate Action Plan โครงการ  JUMP+ คืออะไร ?   โครงการ JUMP+ คือโครงการที่มุ่งส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียน มีการจัดทำแผนกลยุทธ์ และการดำเนินการเพื่อเพิ่มมูลค่าของกิจการ รวมถึงการสื่อสารความคืบหน้ากับผู้ลงทุน โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนการสร้าง Corporate Value ของบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจ ผ่านการเปิดเผยแผนการเติบโตของบริษัท มีเป้าหมายในการสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนบรรลุวัตถุประสงค์ในการเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน ให้มูลค่าหุ้นสะท้อนพื้นฐานที่แท้จริง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนในระยะยาว ปัจจุบันโครงการ JUMP+ และมีกำหนดสิ้นสุดโครงการในปี 2571 โครงการ JUMP+ มุ่งดำเนินการตาม 3 วัตถุประสงค์หลัก ได้แก่ แผนการเติบโตของธุรกิจ (Business Growth Plan) – การเสริมสร้างการเติบโตและเพิ่มศักยภาพ และมูลค่าอย่างยั่งยืนให้แก่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ธรรมาภิบาล […]

“ESG: Key Factors and Tools” That Investors Look for in the Era of Sustainable Capital Markets

ESG (Environment, Social, Governance)   ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนมองหาในยุคตลาดทุนยั่งยืน ภูมิทัศน์การลงทุนในศตวรรษที่ 21 ได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนสถาบันและรายบุคคลในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสร้างผลตอบแทนทางการเงินเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงผลกระทบที่บริษัทมีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี การเติบโตของกองทุน ESG (Environmental, Social, and Governance) ทั่วโลกสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์นี้อย่างชัดเจน จากข้อมูลของ ESG Today ระบุว่ากองทุนยั่งยืนทั่วโลกมีมูลค่ารวมถึง 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2024 ขณะที่ในประเทศไทย Bangkok Post รายงานว่าปี 2024 เป็นปีที่มีการเติบโตอย่างมากของกองทุน ESG ในตลาดทุนไทย แนวโน้มดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการบูรณาการหลักการ ESG เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบต่อสังคม แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดเงินทุนและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน คำถามสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ ทำไมนักลงทุนจึงเลือกจัดสรรเงินทุนไปยังบริษัทที่มีการดำเนินงานด้าน ESG ที่เข้มแข็งมากกว่าบริษัททั่วไป และปัจจัยใดที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจลงทุนในมิตินี้ ความหมายและความสำคัญของ ESG สำหรับนักลงทุน ESG ประกอบด้วยสามเสาหลักที่สะท้อนถึงความยั่งยืนและความรับผิดชอบขององค์กร ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ซึ่งครอบคลุมการจัดการทรัพยากร การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก […]

The Importance of “Green Finance”: When Finance Becomes a Tool to Drive a Low-Carbon Economy

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) กลายเป็นประเด็นเร่งด่วน ธุรกิจและภาคการเงินทั่วโลกถูกกดดันให้ประเมิน “ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม” Environmental Risk และผนวก ESG (Environmental, Social, Governance) เข้าในกลยุทธ์การดำเนินงาน ส่งผลให้การเงินสีเขียว (Green Finance) จึงกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้ สำหรับประเทศไทยในปี 2025 แนวโน้มนี้เริ่มเห็นแรงกระเพื่อมได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งจากนโยบายภาครัฐ ความตื่นตัวของภาคเอกชน และความต้องการของนักลงทุน ESG ที่ต้องการเลือกลงทุนในโครงการที่มีผลกระทบทางบวกต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับธุรกิจที่สนใจหรือกำลังมองหาโอกาส “Green Finance” จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กลายเป็นเส้นทางสำคัญในการยกระดับความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว นโยบายภาครัฐ และ ธนาคารแห่งประเทศไทย ในด้านโครงสร้าง “Sustainable Finance Initiatives for Thailand” เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเงินสีเขียว ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาแผน “Sustainable Finance Initiatives for Thailand” ซึ่งมุ่งสนับสนุนให้ระบบการเงินไทยเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Transition) ผ่านมาตรการต่าง ๆ […]

How can businesses and consumers collaborate to reduce their carbon footprint ?

ในยุคที่วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบในวงกว้างมากขึ้นทั่วโลก ทุกภาคส่วนจึงต้องเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ประเทศไทยเองก็ไม่ตกขบวนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้ โดยได้ประกาศเจตจำนงอย่างชัดเจนบนเวทีโลกว่า จะมุ่งบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างจริงจัง ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐจึงเร่งผลักดันกฎหมายและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เช่น พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Act) และ ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) เพื่อสร้างกรอบการดำเนินงานและกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนปรับตัวสู่แนวทางเศรษฐกิจสีเขียว ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็มีความตื่นตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากแรงกดดันทั้งภายในประเทศและจากมาตรการระหว่างประเทศ เช่น มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ของสหภาพยุโรป ที่ส่งผลให้หลายองค์กรต้องกำหนดเป้าหมาย Net Zero ของตนเอง พร้อมทั้งเร่งลงทุนในโครงการลดการปล่อยคาร์บอนในรูปแบบต่าง ๆ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ การเติบโตอย่างรวดเร็วของ ตลาดการเงินสีเขียว (Green Finance) ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม […]

What is Thailand Taxonomy? A new standard for a low-carbon society.

เคยสงสัยกันหรือไม่ ? ว่าการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของแต่ละธุรกิจดำเนินการกันจริงจังหรือทำเพื่อกล่าวอ้าง โดยไม่ได้มีการดำเนินการลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมตามที่อ้าง จนอดสงสัยไม่ได้ว่า องค์กรไหนเขียวจริง หรือองค์กรไหนฟอกเขียว (Greenwashing) การเกิด Taxonomy ขึ้นมานั้นจะช่วยให้เป็นเครื่องมือในการคัดกรอง รวมถึงการจำแนกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับด้านสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องมากขึ้น เพื่อให้เกิดการสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ Thailand Taxonomy คืออะไร ? ทำไมถึงสำคัญ Thailand Taxonomy คือ เป็นมาตรฐานการกำหนดนิยามและการจัดหมวดหมู่กิจกรรมในภาคเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการจำแนกกิจกรรมใช้เงื่อนไขทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมนั้นต้องมีความสอดคล้องกับ Thailand Taxonomy กล่าวคือต้องมีความสอดคล้องผ่านเกณฑ์ความยั่งยืนอย่างรอบด้าน โดยต้องคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วยเช่นกัน  ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางสำหรับภาคส่วนต่าง ๆ ใช้อ้างอิง โดยการนำ Thailand Taxonomy ไปใช้ยังเป็นไปตามความสมัครใจ โดยในปัจจุบันครอบคลุมกิจกรรมใน 6 ภาคเศรษฐกิจที่มีส่วนสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย ได้แก่ ภาคพลังงาน การขนส่ง การเกษตร การผลิต การก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ และการจัดการของเสีย  ในส่วนของคณะทำงาน Thailand Taxonomy นั้นจะประกอบไปด้วย ผู้แทนจากทั้งทางภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเงิน […]

What types of carbon footprint labels are there in Thailand, and how are they different?

Carbon Label คืออะไร ?  มีความสำคัญอย่างไรต่อนโยบายการขับเคลื่อนสู่ Net Zero  carbon label คืออะไร ? ฉลากคาร์บอน (Carbon Label) เป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e) ที่เกิดขึ้นในตลอดวัฏจักรชีวิตของสินค้า (Life Cycle Assessment: LCA) ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัดซากหรือการรีไซเคิล ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยในประเทศไทยมีองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เป็นผู้ดูแล  ซึ่งสามารถติดฉลากคาร์บอนในผลิตภัณฑ์ได้ เพื่อแสดงถึงเจตจำนงในการเป็นสินค้ารักษ์โลก มีส่วนร่วมที่สำคัญในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริง  จุดเริ่มต้นที่มาของฉลากคาร์บอนมาจากไหน ที่มาของฉลากคาร์บอน จุดเริ่มต้นแรกที่มานั้น มาจากองค์กร Carbon Trust จากสหราชอาณาจักร เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดและเปิดตัว Carbon Reduction Label ครั้งแรกในปี 2006 ตามด้วยมาตรฐาน PAS 2050 ที่เป็นกรอบทางเทคนิค ซึ่งถือว่าเป็นฉลากคาร์บอนฉบับแรกของโลก ฉลากนี้เน้นบอก “ปริมาณคาร์บอนที่ฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์” และกำหนดว่าสินค้าที่ได้รับฉลากต้องมีการลดการปล่อยคาร์บอนจริง มิฉะนั้นจะถูกเพิกถอนสิทธิ์  […]

Must Know! Increase opportunities through employee training in environmental awareness and sustainability.

ในวันที่โลกเผชิญกับภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นทุกปี องค์กรที่ไม่ปรับตัว อาจจะคว้าโอกาสทางการค้าไม่ทัน ถ้าหากมาเริ่มทำในวันที่คู่แข่งแซงหน้าไปไกลแล้ว อาจจะตกขบวนรถ ที่พลาดการคว้าโอกาสในตลาดสีเขียว หรืออาจจะเสียเปรียบทางการค้าที่จะโดนเก็บภาษีต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงต้นทุนที่สูงขึ้นจากกฎระเบียบสิ่งแวดล้อม และข้อกำหนดระหว่างประเทศ เช่น ธุรกิจที่มีการส่งสินค้าไปต่าง EU จะโดนเรียกเก็บภาษีสูงขึ้นหากเป็นสินค้าใน 6 กลุ่มสินค้านำร่อง ด้วยมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป ที่จะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในวันที่ 1 มกราคม 2569 นี้รวมถึงในภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลกเริ่มมีการปรับเปลี่ยน ร่างข้อตกลงความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมเช่นกัน  การจัดอบรมพนักงาน ด้าน ESG & Carbon Footprint และด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ อย่างที่เราทราบกันดีถึงนโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยเอง ได้ออกมาตรการ นโยบายจากภาครัฐ ในการขอความร่วมมือให้ภาคธุรกิจมีการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมและการคำนึงถึงด้านความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น หรือแม้แต่คู่ค้าก็ได้มีการขอรายงานในแต่ละบริษัทในการดำเนินการส่วนนี้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนดำเนินการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดน้อยลง การชดเชย การวางแผนเพื่อนำพลังงานสะอาดมาใช้มากขึ้น หรือการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับองค์กรและผลิตภัณฑ์เพื่อให้ทราบถึงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรและผลิตภัณฑ์ เพื่อนำมาซึ่งการปรับปรุง การพัฒนาในการดำเนินการต่อไป  3 เหตุผลหลัก ที่ต้องจัดอบรมพนักงานก่อนการดำเนินงานในด้านสิ่งแวดล้อม  1.สร้างความเข้าใจในการดำเนินงาน การวางแผนจัดเก็บข้อมูลร่วมกันในทีมที่ต้องเก็บข้อมูลและประสานงานกัน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  2.เพื่อสร้างความรู้พื้นฐาน […]

Top 10 wow-worthy Green Products in Thailand! Let’s see why these eco-friendly products are so fascinating.

ความน่าสนใจของ Green Product ที่ต้องรู้!  สินค้ายุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สำหรับ Green Product หรือ สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หมายถึง สินค้าที่ถูกออกแบบ ผลิต ใช้งาน และจัดการหลังใช้โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อธรรมชาติ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลได้ 100% ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนต้นน้ำถึงปลายน้ำของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment – LCA) ซึ่งสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้ น่าสนใจอย่างมากในยุคปัจจุบัน เพราะไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกทางที่ดูปลอดภัยต่อชีวิตในเรื่องสุขภาพ แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับ แนวโน้มตลาดโลก ความยั่งยืนของธุรกิจในอนาคต และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาสินค้าที่ปลอดภัยต่อร่างกาย และส่งผลน้อยต่อสิ่งแวดล้อม อีกด้วย ในงานวิจัยของ Deloitte ปี 2023 พบว่า ผู้บริโภคกว่า 73% ทั่วโลก “ยินดีจ่ายแพงกว่า” ถ้ารู้ว่าสินค้านั้นมีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตัวเลขนี้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่มองการใช้ชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของจุดยืน และสินค้าที่ซื้อต้องสอดคล้องกับค่านิยม “ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้แค่ซื้อของ แต่ซื้อความหมาย” […]

What Are Eco-Friendly Products? Are “environmentally friendly products” just a nice-sounding label, or can they truly change the world and create sustainability?

Eco-friendly products คืออะไร ? Eco-Friendly Products หมายถึง ผลิตภัณฑ์สินค้าที่มีการออกแบบมาและผลิตขึ้นโดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของสินค้า ตั้งแต่กระบวนการจัดหา การผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังใช้งาน (End-of-Life Management) เช่น การรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งสินค้าต่างๆที่ผลิตขึ้นมาต้องส่งผลกระทบต่อโลก ต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด หรือมีแนวทางในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อมน้อยลงหรือไม่ส่งผลเลย ซึ่งสินค้า ลักษณะสำคัญของ Eco-Friendly Products ได้แก่ ใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืน (Sustainable Materials) ใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต ลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายหรือรีไซเคิลได้ เป็นมิตรต่อผู้ใช้และสัตว์ทดลอง (Cruelty-Free / Non-toxic)  “สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” แค่ชื่อดูดี หรือเปลี่ยนโลกสร้างความยั่งยืนได้จริง ? จากข้อมูลรายงานของ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nations Environment Programme (UNEP) ระบุว่า อุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 45% ของการปล่อยทั้งหมด […]

1 2 3 5