FDI

เจ้าของกิจการต้องอ่านเรื่องนี้ ! คู่มือก่อนจ้างต้องรู้กฎหมายแรงงานต่างด้าว

นายจ้างต้องอ่าน ก่อนจ้างต้องรู้ “กฎหมายแรงงานต่างด้าว” ในหลายกิจการเมื่อธุรกิจเติบโตหรือขยายสาขาเพิ่มมากขึ้น การใช้แรงงานคนในการเป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานนั้นสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น งานที่ต้องให้การบริการด้วยคน งานประมง งานอุตสาหกรรม ที่แรงงานไทยนั้นไม่นิยมทำ จึงเป็นช่องว่างที่แรงงานต่างด้าวเข้ามาเป็นแรงงานทดแทนในส่วนนี้ และยังเป็นตัวช่วยที่น่าสนใจในเรื่องของค่าตอบแทนขั้นต่ำไว้อย่างชัดเจนอีกด้วย    เปิดเหตุผลที่ต่างด้าวสนใจมาทำงานไทยเพราะอะไรบ้าง ? 1.ด้านของสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลของกองทุนประกันสังคม ซึ่งแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฏหมายจะสามารถใช้สวัสดิการดังกล่าวได้ รวมถึงสวัสดิการกองทุนเงินทดแทน โดยเงินทดแทนตามกฏหมายว่าด้วยกองทุนเงินทดแทนกรณีเกิดอุบัติเหตุขึ้นจากการทำงาน 2.ค่าแรงขั้นต่ำถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนสำหรับงานแต่บะประเภทที่เข้ามาทำ ซึ่งหากเทียบกับค่าแรงในประเทศของแรงงานต่างด้าวนั้นถือว่าในไทยค่อนข้างสูงกว่ามาก 3.ไทยยังต้องการและขาดแคลนแรงงานต่างด้าว ที่จะเข้ามาทำงานที่คนไทยไม่นิยมทำ  4.การเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงานสามารถทำได้ง่าย ด้วยการข้ามพรมแดนมายังไทยได้สะดวก สามารถเดินทางด้วยรถยนต์อีกทั้งราคาค่าโดยสารค่อนข้างมีราคาถูก ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงเป็น 4 เหตุผลหลักที่ผู้ประกอบการนิยมจ้างแรงงานต่าวด้าวเข้ามาขับเคลื่อนเเละเป็นส่วนหนึ่งในการทำธุรกิจดังกล่าวในไทย โดยนายจ้างนั้นต้องเข้าใจกฏหมายแรงงานต่างด้าวว่าต้องดำเนินการอย่างไร รวมถึงการยื่นขอเอกสาร การต่ออายุใบอนุญาต การรายงานตัวของลูกจ้าง ซึ่งต้องให้ความสำคัญในประเด็นดังกล่าว   กฎหมายแรงงานต่างด้าว คืออะไร ? กฎหมายแรงงานต่างด้าว คือกฎหมายที่ควบคุมการทำงานของชาวต่างชาติในประเทศไทย โดยกำหนดเงื่อนไขการทำงาน สิทธิ หน้าที่ และข้อจำกัดของทั้งนายจ้างและลูกจ้างต่างชาติ กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560  กฎหมายแรงงานและกฎหมายคนเข้าเมือง ระเบียบเกี่ยวกับอาชีพต้องห้ามสำหรับชาวต่างชาติ กฎหมายแรงงานต่างด้าวมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการทำงานของชาวต่างชาติ และรักษาสมดุลของตลาดแรงงานในประเทศ […]

รู้จักกับ “Smart mobility” ยกระดับคุณภาพชีวิตสู่การเป็น Smart City อย่างแท้จริง

ในยุคที่เมืองต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาการจราจรติดขัด มลพิษทางอากาศ และความต้องการของประชากรเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แนวคิด Smart Mobility ได้กลายเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เมืองสามารถเดินหน้าเข้าสู่ยุคของ Smart City อย่างเต็มตัว โดยไม่เพียงแต่ยกระดับประสบการณ์การเดินทางแบบอัจฉริยะ การสร้างโครงข่ายคมนาคม การขนส่งที่สะดวกเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้คนให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตให้ดียิ่งขึ้น มาร่วมกันสำรวจ พร้อมหาคำตอบในบทความนี้ ที่จะพาไปรู้จักกับ “Smart mobility” ด้านการวางแผนเมืองและระบบการขนส่งอัจฉริยะ พร้อมแนวทางใช้งานจริง กับประโยชน์ต่อพลเมือง และการออกแบบนโยบายที่สอดคล้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในระดับสากลกันผ่านบทความนี้  “Smart mobility” คืออะไร ?  สำหรับ Smart mobility เป็นส่วนสำคัญของแกนการพัฒนาที่จะนำไปสู่ Smart City อย่างเต็มตัว โดยเป็นการพัฒนาโครงข่ายสัญจรอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล (ฺBig Data) ระบบอัตโนมัติ โครงข่ายเชื่อมต่อ และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ของผู้คนและขนส่งสินค้าในเมือง การอุตสาหกรรม ไปจนถึงการท่องเที่ยวในประเทศ  โดย Depa ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะมีมิติการพัฒนาได้หลายด้าน มีมิติที่สำคัญ 7 ด้านคือ 1) […]

รายงานตัว 90 วัน สำหรับต่างชาติพำนักในไทย ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

การรายงานตัว 90 วัน คืออะไร ? การรายงานตัว 90 วัน (หรือเรียกว่า 90-day reporting) คือข้อกำหนดตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองไทยที่กำหนดให้ ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเกิน 90 วัน ต้องแจ้ง ที่อยู่พักอาศัยปัจจุบัน ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นระยะ ๆ ทุก ๆ 90 วัน เป็นไปตาม มาตรา 37(5) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เพื่อให้ทางการทราบว่าชาวต่างชาติ ยังพำนักอยู่จริงในประเทศและพักอยู่ที่ไหนเป็นปัจจุบัน การรายงานนี้เป็น การยืนยันสถานะที่พักอาศัย ไม่ใช่การต่ออายุวีซ่าแต่อย่างใด โดยเป็นข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคนเข้าเมืองของประเทศไทย คนต่างชาติสามารถแจ้งที่พักอาศัยได้ ก่อน 15 วัน หรือหลัง 7 วัน นับจากวันครบกำหนด หากเกินกำหนด ชาวต่างชาติต้องมารายงานตัวด้วยตนเอง เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับ โดยจะถูกเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท   ชาวต่างชาติที่ถือวีซ่า ประเภทที่อนุญาตให้พำนักในไทยนานกว่า 90 วัน […]

CO2e ในรายงานด้านสิ่งแวดล้อม คืออะไร ? พร้อมตัวอย่างการคำนวณ

CO2e คำนี้คืออะไร ? ที่พบบ่อยในรายงาน ESG / Sustainability Report CO2e (Carbon Dioxide Equivalent) หรือคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คือหน่วยที่ใช้วัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกต่าง ๆ ที่ภาคอุตสาหกรรมปล่อยออกมา และแปลงค่าให้เทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกหลัก เนื่องด้วยก๊าซเรือนกระจกมีหลายชนิด  เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ CO₂, มีเทน CH₄,ไนตรัสออกไซด์ N₂O เพื่อให้วัดและเปรียบเทียบได้ในหน่วยเดียว เพราะหากไม่มีหน่วยกลางที่ทำหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐาน อาจส่งผลให้องค์กรไม่สามารถประเมินการปล่อยก๊าซในภาพรวมได้  CO2e จึงเป็นเหมือนภาษากลางของวงการอุตสาหกรรมและองค์กรที่มีการดำเนินงานในด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการคาร์บอน ไม่ว่าจะเป็นการรายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) ,ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร , ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ , การทำรายงาน ESG , การทำคาร์บอนเครดิต ล้วนแล้วแต่มีการใช้ CO2e  เป็นหน่วยในการคำนวณทั้งสิ้น  ตัวอย่างการแปลงค่า CO2e แบบเข้าใจง่าย สมมติว่า ปล่อยมีเทน 1 ตันมีค่า GWP ≈ 28 […]

FDI Group provides “In-house Training” for the State Railway of Thailand.

FDI Group ให้บริการจัด In-house Training หลักสูตรอบรมสำหรับองค์กร FDI Group ได้ออกแบบหลักสูตรเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในองค์กร ที่ช่วยให้ผู้อบรมได้รับความรู้ที่ตรงกับงานจริง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาวได้ หากองค์กรใดต้องการจัดอบรมภายในด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ด้านการจัดการพัฒนาเพิ่มศักยภาพพนักงาน หรือด้านอื่นๆ สามารถขอรับคำปรึกษาได้ฟรีทันที ทุกการจัดอบรมเป็นเรื่องง่ายได้ผลลัพธ์จริง เพียงคุณปรึกษาเราตอนนี้ !! FDI จัดอบรมให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณทาง สถาบันฝึกอบรมระบบราง การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจในการจัดอบรมให้กับผู้บริหาร – เจ้าหน้าที่ ด้วยหลักสูตร การสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักตามแนวทาง BCG Model โดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก FDI Group เพื่อเจาะลึกเนื้อหา พร้อมแนวทางปฏิบัติที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ใช้ได้จริงในระยะยาวสำหรับองค์กร โดยวิทยากรจาก FDI Groupผศ.ดร. ธีรินทร์ คงพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน BCG – ESGผศ.ดร. มณีรัตน์ เข็มขาว ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม การจัด In-house Training เพื่อการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ในปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มนำ In-house […]

Work Permit Documents: What You Need & FAQs

เอกสารและคุณสมบัติในการขอ Work Permit สำหรับต่างชาติ  ชาวต่างชาติที่ต้องการทำงานในประเทศไทยจะต้องมีใบอนุญาตทำงานด้วยจึงจะสามารถทำงานในประเทศไทยได้ และต้องมีบริษัทว่าจ้างงานต่างชาติชัดเจน โดยบริษัทและชาวต่างชาติจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กฏหมายได้ระบุเอาไว้ดังนี้  1.บริษัทต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย  2.มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 2 ล้าน  และมีพนักงานคนไทย 4 คน ต่อการจ้างงานชาวต่างชาติหนึ่งใบอนุญาต 3.หากเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ต้องมีทุกจดทะเบียนอย่างน้อย 3 ล้านบาท ต่อการจ้างงานชาวต่างชาติหนึ่งใบอนุญาต แต่หากเป็นกรณีที่บริษัทภายใต้การส่งเสริมโดย BOI คุณสมบัติในบางข้อจะได้รับพิจารณายกเว้น แต่ถึงอย่างไรบริษัทก็ต้องมีการแจ้งต่อ BOI ถึงความจำเป็นในการจ้างพนักงานต่างชาติมาทำงาน    คุณสมบัติของชาติที่จะยื่นขอ Work Permit 1.ยื่นขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้อง 2.มีประวัติการศึกษาและการทำงานที่สอดคล้องกับงานในตำแหน่งนั้น ๆ  3.มีร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคร้ายแรง และไม่ติดสารเสพติด   เอกสารที่ต้องใช้เพื่อขอใบอนุญาตทำงาน เอกสารที่ใช้ในการขอใบอนุญาตทำงานแบ่งเป็นส่วนหลัก ๆ คือ เอกสารของนายจ้าง (บริษัทที่จ้าง) และ เอกสารของลูกจ้าง (ชาวต่างชาติ) เอกสารของนายจ้าง (บริษัทที่จ้าง) ใบจดทะเบียนนิติบุคคล และรายชื่อผู้ถือหุ้น แบบฟอร์มขอใบอนุญาตทำงาน ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และหลักฐานการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม สัญญาจ้างงานระหว่างบริษัทและบุคคลต่างชาติ และเอกสารอื่น […]

FAQs: Frequently Asked Questions About the Non-B Visa (Work Visa in Thailand)

การขอวีซ่าทำงานในไทย โดยเฉพาะประเภท Non-Immigrant B Visa เป็นหนึ่งในหัวข้อที่คนทำงานหรือนักลงทุนต่างชาติสอบถามกันเข้ามาจำนวนมาก เพราะมีหลายประเด็นที่ทั้งนายจ้างและผู้ถูกว่าจ้างต้องเข้าใจให้ถูกต้องก่อนดำเนินการจริง โดยผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงานจาก FDI Group ได้รวบรวมข้อมูลคำถามที่มาพร้อมคำตอบ ในบทความนี้จะรวบรวมคำถาม 10 ข้อที่พบบ่อย พร้อมคำตอบที่ชัดเจน ที่จะช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านมีความเข้าใจได้ในบทความนี้ Question : วีซ่า Non-B Visa คืออะไร ? Answer : Non-Immigrant B Visa คือ วีซ่าประเภทธุรกิจที่ออกให้แก่ชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำงาน หรือเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนที่จะยื่นขอ Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สามารถทำงานได้จริงในไทย โดยจะออกให้สำหรับผูัที่ประสงค์จะเดินทางมาไทยเพื่อทำงาน ติดต่อธุรกิจ เป็นต้น โดยทั่วไปแล้วจะอนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศไทยได้ 90 วัน และหากเมื่อได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว จึงสามารถยื่นขอต่อวีซ่า Non-B เป็นระยะเวลา 1 ปีได้  Question : วีซ่า Non-B Visa มีกี่ประเภท Answer : […]

FDI Group congratulates NECTEC NSTDA on its grand event, “NECTEC 40 Years – Legacy & Beyond.”

NECTEC จัดงานยิ่งใหญ่ ประกาศทางรอดประเทศไทย !! ต้องเปลี่ยนจาก ‘ผู้ใช้งาน’ สู่ ‘ผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยีแห่งอนาคต ผ่านทิศทาง 40 ปี Legacy & Beyond วันนี้ที่สร้างไว้ เพื่อก้าวต่อไปที่ยั่งยืน เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) จัดกิจกรรม Special Talk “40 Years NECTEC: Legacy & Beyond” ทบทวนเส้นทาง 4 ทศวรรษของการวางรากฐานเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับประเทศไทย พร้อมชี้ให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญในบริบทโลกปัจจุบันที่การพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติในหลายด้านอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป…แต่จำเป็นต้องมีส่วนในการสร้างเทคโนโลยี เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน ลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงระยะยาวให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยผู้บริหาร ผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ และเอกชน เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยภายในงานอัดแน่นไปด้วยการแลกเปลี่ยนมุมมองระดับประเทศ ในหัวข้อ “Thailand at the Turning […]

Carbon Neutral vs. Net Zero Emissions: What’s the Difference?

ในยุคภาวะโลกเดือดที่ร้อนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบรวมถึงเกิดปรากฏการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการเกิดมหันตภัยธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นพายุขนาดใหญ่ ภัยแล้งที่ยาวนาน คลื่นความร้อนต่างๆ โดยปัญหาเหล่านี้เป็นผลโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งกำลังกลายเป็นวิกฤตระดับโลกที่ทุกคนไม่อาจละเลยได้ จากปัญหาดังกล่าว แนวคิด “Carbon Neutral” หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน  และ “Net Zero” หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จึงเป็นเป้าหมายสำคัญต่ออนาคตของโลก ที่ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงประเทศไทยต่างร่วมกันผลักดันให้การดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างเข้มข้นมากขึ้นในทุกปี ซึ่งในบทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจว่า Carbon Neutral และ Net Zero Emission มีความแตกต่างกันอย่างไร เหตุใด? การดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวถึงเป็นเรื่องที่สำคัญต่ออนาคตของโลก  เข้าใจใน Carbon Neutral VS Net Zero Emission แตกต่างกันอย่างไร “Carbon neutrality” หรือ ความเป็นกลางทางคาร์บอน คือ การที่ปริมาณการปล่อยคาร์บอน (CO2) เข้าสู่ชั้นบรรยากาศเท่ากับปริมาณคาร์บอนที่ถูกดูดซับกลับคืนมาผ่านการปลูกป่าหรือวิธีการอื่นๆ ในส่วนของการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutral อาจจะทำในเป้าหมายระดับบุคคล องค์กร หรือประเทศ […]

10 Simple Ways to Reduce Greenhouse Gas Emissions and Save Energy That You Can Start Doing Immediately

ทำไมต้องลดก๊าซเรือนกระจก? มีความสำคัญอย่างไร อย่างที่เราคุ้นเคยและเข้าใจในเนื้อหาของการลดโลกร้อนที่นานาประเทศมีการรณรงค์ ร่วมมือกัน เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายการการลดก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน สภาพอากาศสุดขั้ว ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ สุขภาพ และความมั่นคงด้านอาหารทั่วโลก ปัญหานี้ไม่สามารถแก้ได้ด้วยภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งเพียงลำพัง จึงจำเป็นต้องอาศัย ความร่วมมือพร้อมกันของธุรกิจ คนทั่วไป และภาครัฐ อย่างเร่งด่วน สำหรับภาคธุรกิจ การลดการปล่อยคาร์บอนช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ต้นทุนพลังงาน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ขณะที่คนทั่วไปมีบทบาทสำคัญผ่านพฤติกรรมการใช้พลังงาน การเดินทาง การบริโภค และการจัดการขยะ ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นพร้อมกันในวงกว้างจะสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนภาครัฐมีหน้าที่กำหนดนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และแรงจูงใจเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ดังนั้น การร่วมมือกันลดก๊าซเรือนกระจกจึงไม่ใช่เพียงการปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่คือการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และอนาคตที่ยั่งยืนของมนุษยชาติในระยะยาว รู้หรือไม่.. ก๊าซเรือนกระจกมีกี่ชนิด ? ก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศมีหลายชิดด้วยกัน ทั้งก๊าซเรือนกระจกที่มีอยู่ในธรรมชาติและก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งสำหรับโครงการ T-VER ที่เกี่ยวข้องกับบริการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของเอฟ ดี ไอ จะพิจารณาก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด 7 ชนิด ได้แก่ 1) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) , 2)ก๊าซมีเทน (CH4) , […]

1 2 3 4 5 33