ESG Sustainability คืออะไร? ผสานรวมกับ AI เทคโนโลยีกับบทบาทในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน ESG Sustainability คือ กรอบแนวคิดที่องค์กรใช้ในการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance) เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว การปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) จึงได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและสังคมสู่ความยั่งยืน AI ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนและสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย ESG ขององค์กรต่าง ๆ ได้อีกด้วย ในบทความนี้ FDI จะพาทุกท่านไปติดตามเทคโนโลยี AI ที่ธุรกิจนำมาใช้พัฒนาด้านความยั่งยืน เพราะ ESG Sustainability คือ โอกาสใหม่ที่จะทำให้องค์กรของท่าน มีความได้เปรียบในการแข่งขันและสามารถตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ มิติใหม่ ! บทบาทของ AI ในการขับเคลื่อนร่วมกับ ESG Sustainability คืออะไร สถานการณ์ธุรกิจในยุคปัจจุบัน การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เรื่องที่ทำเพียงเพื่อการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร แต่เป็นหน้าที่ที่สำคัญที่จำเป็นจะต้องทำในการแสดงความรับผิดชอบจากการดำเนินธุรกิจ การวางกลยุทธ์เป้าหมาย โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงกำไรจากการดำเนินงานแต่ต้องสร้างผลกำไรเชิงบวกที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน โดยการต่อยอดจากโอกาสและรักษาคุณภาพมาตรฐานความยั่งยืนได้ด้วย ซึ่งหากพูดในระดับการปรับเปลี่ยนระบบการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายอาจจะดูเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องปรับกันทั้งองค์กร แต่ในปัจจุบันหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีส่วนช่วยสำคัญในด้านนี้ก็คือการนำ AI เข้ามาใช้ ที่เราต่างทราบกันดีว่า AI สามารถคิด วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและคาดการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ไปจนถึง Generative AI ที่ใช้การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) ในการสรรค์สร้างข้อมูลเนื้อหาใหม่ ๆ แบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มนุษย์ในการคิด แต่ต้องใช้มนุษย์ป้อนคำสั่งแทน สามารถสร้างเนื้อหาได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอ และอื่น ๆ จากข้อมูลที่ถูกป้อนเข้ามาในระบบ ความสามารถของ Generative AI เข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจได้ในหลาย ๆ ด้านมากขึ้น อาทิ การดึงข้อมูลประกอบการคำนวนปริมาณก๊าซเรือนกระจก ของภาคการผลิตที่มีหลายโรงงาน และมีหลายหน่วยผลิต เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่สะดวกรวดเร็ว และแม่นยำกว่าการใช้บุคคลากรจดบันทึกเป็นรายครั้ง อีกทั้งยังสามารถอัพเดทสถานะ การใช้พลังงาน หรือ ข้อมูลจากระบบต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ตามคำสั่งที่กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น การจัดการพลังงาน: AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงานในองค์กรและเสนอแนวทางเพื่อลดการบริโภคพลังงาน เช่น การปรับอุณหภูมิในอาคารให้เหมาะสม หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: AI ช่วยในการติดตามและคาดการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์และระบบ IoT (Internet of Things) เพื่อเสนอแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดการขยะ: […]