FDIニュース

รู้จักกับ Thai E-Visa ระบบยื่นคำร้องขอวีซ่า ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

ระบบ Thai E-Visa คืออะไร ? Thai e-visa ถือเป็นระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย โดยเป็นการยื่นขอวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ www.thaievisa.go.th ระบบดังกล่าว คือ ระบบตรวจตราคนต่างด้าวที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทย (วีซ่า) ทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการอำนวยความสะดวก ลดความแออัด และสร้างพื้นข้อมูลเชื่อมกับหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) สำหรับการยื่นขอวีซ่าแบบเดิม ก็จะยังทำควบคู่กันไปกับระบบออนไลน์ ทั้งนี้ด้านนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า ระบบ e-Visa เป็นการพัฒนาระบบการตรวจลงตราของไทยให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการให้บริการและการอำนวยความสะดวกแก่คนต่างชาติที่ประสงค์จะขอรับการตรวจลงตราเพื่อเดินทาง เข้ามาในราชอาณาจักร การเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองบุคคลเข้าประเทศ การลดขั้นตอนด้านเอกสาร รวมถึงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง ซึ่่งระบบดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของต่างประเทศต่อประเทศไทย ที่จะส่งเสริมทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ธุรกิจ และการเดินทางระหว่างประเทศ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป   ขั้นตอนในการดำเนินการ ขอยื่นวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ โดยการสแกน QR Code ผ่านทางเว็บไซต์ www.thaievisa.go.th กรอกแบบฟอร์ม เป็นภาษาอังกฤษ และยื่นเอกสาร นัดหมายวัน-เวลา ผ่านระบบ เพื่อเดินทางไปยื่นหนังสือเดินทางที่สถานเอกอัครราชฑูต หรือสถานกงสุลใหญ่ ชำระค่าธรรมเนียมแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบของธนาคารกสิกรไทย (E-Payment) รับใบเสร็จทางอีเมล และพิมพ์ใบนัดหมายเก็บไว้ ข้อดีของระบบ Thai e-Visa  สะดวกและรวดเร็ว : ยื่นได้ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบสถานะได้ : สามารถติดตามสถานะการขอวีซ่าได้ในรูปแบบออนไลน์ ที่เช็คข้อมูลได้ด้วยตนเอง  ลดความเสี่ยงเรื่องเอกสาร : ลดโอกาสที่เอกสารสำคัญหรือหนังสือเดินทางจะสูญหายระหว่างการขนส่ง และสามารถแก้ไขเอกสารที่ขาดตกบกพร่องผ่านระบบได้ง่ายมากขึ้น ไม่ต้องเดินทางและลดขั้นตอน การทำงาน : ลดความยุ่งยากในการเดินทางไปสถานทูต ไม่ต้องส่งเล่มพาสปอร์ตจริงทางไปรษณีย์ กระบวนการพิจารณามักใช้เวลาประมาณ 5-10 วันทำการ (หากเอกสารครบถ้วน) ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบเดิม ระบบปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือ : ระบบชำระเงินมีความปลอดภัยมาตรฐานสากล รองรับการชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย ลดภาระการพกพาเงินสดหรือการโอนเงินที่ยุ่งยาก ข้อจำกัดของระบบ Thai e-Visa ด้านปัญหาทางเทคนิค : ระบบอาจขัดข้องหรือใช้งานยากในบางครั้ง หากอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร การพิจารณาใช้เวลาพิจารณา : การอนุมัติใช้เวลาประมาณ 5-10 วันทำการ หรืออาจนานกว่านั้นหากเอกสารไม่ครบถ้วน หากเอกสารไม่สมบูรณ์ […]

ทางเลือกใหม่! สำหรับวางแผนภาษี กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน ESG ลดหย่อนภาษี

สำหรับการวางแผนการออมและการวางแผนภาษี เป็นเรื่องที่คนทำงานมีรายได้ล้วนแล้วแต่ต้องศึกษา และวางแผนเพื่อยื่นภาษีในทุกปี อย่างที่เราคุ้นเคยก็อย่างเช่น การออมและการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) , กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ,  กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) , กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งมีวงเงินลดหย่อนรวมกันไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท  แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนให้มีการลงทุนเพิ่มเติมที่เป็นนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ที่ออกโดยธุรกิจไทยที่มีการดำเนินการโดยคำนึงถึงหลัก Thai ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล) โดยความน่าสนใจของกองทุนนี้คือ ผู้ลงทุนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้แต่ไม่เกิน 300,000 บาท และมีเงื่อนไขการถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี แบบวันชนวัน จากเดิมลดหย่อนสูงสุดได้ไม่เกิน 100,000 บาท และต้องถือครองไม่น้อยกว่า 8 ปี ทั้งนี้ในไทยไม่ได้มีเพียงแต่ Thai ESG เท่านั้น แต่ยังมี Thai ESGX โดยในบทความนี้ เราจะมาเจาะข้อมูลเกี่ยวกับ กองทุน  Thai ESG กันค่ะ  กองทุน Thai ESG คืออะไร ?  สำหรับ Thai ESG หรือ Thailand ESG Fund คือ กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เป็นนโยบายการลงทุนของ Thai ESG กำหนดให้สามารถลงทุนในหุ้นไทยและตราสารหนี้ไทย ที่ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน ตามหลัก ESG ซึ่งประกอบด้วยมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) ​และบรรษัทภิบาล (Governance) อาทิ หุ้นไทยยั่งยืน SET ESG Ratings หรือตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน ESG Bond ซึ่งกองทุนนี้มีสิทธิพิเศษให้ผู้ลงทุน สามารถนำเงินลงทุนมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งเหมือนกันกับการลงทุนใน RMF, SSF, SSFX หรือ LTF  โดยที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้มีการจัดทำดัชนีหุ้นยั่งยืนที่เรียกว่า SET ESG Ratings สำหรับประเมินการดำเนินงานด้าน […]

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมวิธีใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2569

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้มีรายได้ในประเทศไทย ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการรายย่อย หรือผู้มีรายได้หลายทาง ปกติจะมีการยื่นแบบแสดงรายการปีละ 1 ครั้ง (ยื่นแบบในช่วงวันที่ 1 มกราคม ถึงภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป) และสำหรับผู้มีรายได้จากบางประเภท เช่น ธุรกิจ เช่าทรัพย์สิน (ประเภท 5 – 8) จะต้องยื่นรายได้ครึ่งปีสำหรับรายได้ระหว่าง 1 มกราคม – 30 มิถุนายน ภายในช่วง 1 กรกฏาคม – 30 กันยายน ของปีนั้น ทั้งนี้ควรตรวจสอบทุกปีอีกครั้งหากมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ จากทางกรมสรรพากร โดยการเข้าใจ “วิธีคำนวณภาษี” และ “การใช้สิทธิ์ลดหย่อนอย่างถูกต้อง” จะช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถวางแผนการเงินได้ดีขึ้น สามารถทราบถึงการลดหย่อนภาษีอย่างถูกกฎหมาย และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการยื่นภาษีผิดพลาดได้  โดยในบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมอธิบาย สิทธิ์ลดหย่อนภาษี เพื่อเป็นแนวทางในการทำความเข้าใจสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทข้อมูลการยื่นภาษีในปี 2569 นี้    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คืออะไร และใครบ้างที่ต้องเสียภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจาก “รายได้” ของบุคคลธรรมดาที่เกิดขึ้นในรอบปีภาษี ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าบริการ อาชีพอิสระ ค่าเช่า ดอกเบี้ย หรือรายได้อื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ในประเทศไทยโดยเกณฑ์รายได้ถึงฐานที่ต้องเสียภาษี  ผู้มีรายได้จากต่างประเทศและนำเงินเข้ามาในประเทศไทยตามเงื่อนไข ชาวต่างชาติที่มีเงินได้จากการทำงานหรือกิจกรรมในไทย (ในบางกรณี)โดยหลักเกณฑ์การจัดเก็บและอัตราภาษีอยู่ภายใต้ประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากร  เงินได้ที่ต้องเสียภาษี มีอะไรบ้าง ? สำหรับเงินได้ที่ต้องเสียภาษี คือ เงินได้หรือรายได้ที่เราได้รับจากการทำงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส บำนาญ เป็นต้น ขั้นตอนและวิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ขั้นตอนที่ 1 : รวบรวมข้อมูล “เงินได้ทั้งหมด” ตลอดปีภาษี ขั้นตอนแรกของการคำนวณภาษี คือการรวบรวมเงินได้พึงประเมิน ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปีภาษี เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าจ้าง ค่าบริการจากการรับจ้างหรืออาชีพอิสระ รายได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน รายได้จากธุรกิจส่วนตัว ยอดรวมนี้เรียกว่า “เงินได้ทั้งหมด” […]

บริษัทเครือ “เอฟ ดี ไอ” จัดโครงการปั้นพันธุ์กล้า อาสาปลูก ผนึกกำลังทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มกำลัง !

หากจุดเริ่มต้นของต้นไม้คือผืนดิน จุดเริ่มต้นของความยั่งยืนที่แท้จริงก็คือมนุษย์ เพราะเราตระหนักดีว่าการทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบขององค์กรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหัวใจของวิสัยทัศน์ที่กลุ่มบริษัท เอฟ ดี ไอ ยึดถือมาโดยตลอด เรามุ่งพัฒนาส่งเสริมด้านการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมดให้เกิดการเชื่อมโยงคุณค่าได้อย่างสมดุล “เอฟ ดี ไอ ผนึกกำลังมุ่งมั่นทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม”  ซึ่งในปีนี้ “โครงการปั้นพันธุ์กล้า อาสาปลูก” โดย FDI A&A ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เอฟ ดี ไอ ได้จัดกิจกรรมขึ้น ณ วนอุทยานเขานางพันธุรัต และโครงการฯ เขานางพันธุรัต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี โดยได้ร่วมกันเรียนรู้ระบบนิเวศของผืนป่า การฟื้นฟู การปลูกป่าด้วยการยิงกระสุนพันธุ์ไม้ โดยทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนแล้วแต่เสริมพลังสีเขียวให้เรา FDI A&A ที่ต้องเร่งมือในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อขับเคลื่อนโลกสีเขียวแห่งความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในเร็ววัน การทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงเจตนารมย์ที่สำคัญยิ่งของบริษัท ที่มีความมุ่งมั่นในการร่วมเป็นส่วนสำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจกตามแนวทางนโยบาย Net Zero ที่ต้องการให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้เกิดขึ้นในเร็ววัน อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการปกป้องผืนป่า พื้นที่สีเขียว สร้างและกระตุ้นจิดตสำนึกที่ดี ชวนทุกคนร่วมมือกันในการอนุรักษ์ทรัพยากร เข้าใจและเห็นถึงคุณค่าของป่าไม้ น้ำ ดินและอากาศ ที่เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้  แล้วเราจะร่วมกันดูแลผืนป่าและต้นไม้ได้อย่างไร ?  สนับสนุนกิจกรรมและสินค้าที่เป็นมิตรกับป่าไม้เรียนรู้และส่งต่อความรู้เรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้ช่วยกันสร้างพื้นที่สีเขียว อนุรักษ์ป่าไม้ ไม่เผาป่า ไม่เผาขยะ และช่วยแจ้งเตือนเมื่อพบการลักลอบตัดไม้การใช้กระดาษ และเลือกใช้กระดาษอย่างรู้คุณค่า เลือกผลิตภัณฑ์กระดาษที่มาจากป่าไม้ปลูกทดแทน (FSC) เพื่อลดการตัดไม้จากป่าธรรมชาติ ขอเชิญชวนมาร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ปกป้องและฟื้นฟูป่าพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์ให้แก่ทุกชีวิตบนโลกนี้อย่างยั่งยืนไปด้วยกันนะคะ เรายืนหยัด ยึดมั่น ด้วยการเป็นองค์กรที่สนับสนุนด้านสังคม (Social) สิ่งแวดล้อม (Environmental) และด้านธรรมมาภิบาล (Governance) ในการดำเนินธุรกิจ ที่เราให้ความสำคัญในการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมาและตลอดไป ช่องทางติดต่อ Facebook : FDI Group – Business Consulting Line : @fdigroup Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895 E-mail : infojob@fdi.co.th Website : www.fdi.co.th

FDI GROUP ส่งมอบความห่วงใย มอบอาหาร สิ่งของจำเป็น “ช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้”

FDI Group ขอมอบความห่วงใย ส่งกำลังใจให้พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยการมอบอาหารแห้ง สิ่งของจำเป็น รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย เราจะร่วมสนับสนุน เคียงข้าง และร่วมผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน สิ่งของต่าง ๆ ที่เรามีความตั้งใจส่งมอบไปยังพื้นที่ประสบภัยนั้น ไม่ได้มีเพียงแต่อาหารและของจำเป็น แต่ยังบรรจุกำลังใจและหัวใจของพวกเราชาว FDI Group เพื่อส่งถึงพี่น้องผู้ประสบภัยทุกคน ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการทหารอากาศ ที่ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันขนของขึ้นรถส่งไปยังพื้นที่ประสบภัยด้วยนะคะ  เรายืนหยัด ยึดมั่น ด้วยการเป็นองค์กรที่สนับสนุนด้านสังคม (Social) สิ่งแวดล้อม (Environmental) และด้านธรรมมาภิบาล (Governance) ในการดำเนินธุรกิจ ที่เราให้ความสำคัญในการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมาและตลอดไป ช่องทางติดต่อ  Facebook : FDI Group – Business Consulting Line : @fdigroup Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895 E-mail : infojob@fdi.co.th Website : www.fdi.co.th ข่าวสารอื่นๆ “น้ำท่วมหาดใหญ่” และอุทกภัยรุนแรง เปิดสาเหตุ…ทำไมน้ำท่วมหนัก 25/11/2025 “น้ำท่วมหาดใหญ่” และอุทกภัยรุนแรง  เปิดสาเหตุ…ทำไมน้ำท่วมหนัก… Read More พลังงานสะอาด Clean Energy คืออะไร ทางออกที่น่าสนใจยุคนี้จริงหรือ? 22/10/2025 บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับพลังงานสะอาดในหลากหลายมิติ ที่จะช่วยตอบคำถาม รวมถึงคลายความสงสัยให้คุณได้มากขึ้นว่าทำไมบริษัทใหญ่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ… Read More FDI Group จัดสัมมนาฟรี! กับสุดยอดหัวข้อแห่งปี “เจาะลึกกลยุทธ์ “ CBAM Countdown ” กันตกขบวนสู่โอกาสที่เหนือกว่า “ 23/09/2025 FDI Group ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญ… Read More Load More

“น้ำท่วมหาดใหญ่” และอุทกภัยรุนแรง เปิดสาเหตุ…ทำไมน้ำท่วมหนัก

“น้ำท่วมหาดใหญ่” เปิดสาเหตุ…ทำไมน้ำท่วมหนัก    สถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ถูกประเมินว่า “หนักที่สุดในรอบ 25 ปี” นับตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมปี 2543 โดยในหลายพื้นที่ระดับน้ำสูงจนส่งผลกระทบทั้งบ้านเรือน เขตเศรษฐกิจสำคัญ และจุดสัญจรหลักของเมือง สร้างผลกระทบทั้งต่อชีวิตประจำวัน เศรษฐกิจท้องถิ่น และระบบขนส่งเป็นวงกว้าง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นผลมาจากการผสมผสานของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง ภูมิประเทศของพื้นที่ และการบริหารจัดการน้ำที่ยังมีช่องว่าง โดยหน่วยงานรัฐและนักวิชาการต่างออกมารายงานตรงกันว่าฝนที่ตกหนักในปีนี้อยู่ในระดับ “ผิดปกติสูงมาก” จนเกินความสามารถของระบบรองรับน้ำและโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน เปิดภาพรวมของเหตุการณ์“ฝนถล่มแบบฉับพลัน” (rain bomb)” ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดปริมาณน้ำฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ปริมาณน้ำฝนสะสม 3 วันในพื้นที่หาดใหญ่สูงกว่า 595–600 มิลลิเมตร ถือว่ามากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ความรุนแรงของฝนที่ตกในคืนวันที่ 21 พฤศจิกายน โดยเฉพาะในบริเวณเขาคอหงส์ – นาหม่อม ทำให้เกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า “ฝนถล่มแบบฉับพลัน” (rain bomb) น้ำจำนวนมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่ตัวเมืองอย่างรวดเร็ว พื้นที่สำคัญ เช่น ย่านตลาดกิมหยง ถนนนิพัทธ์อุทิศ ถนนเสน่หานุสรณ์ และเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ถูกน้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็ว ถนนหลายสายถูกตัดขาด การสัญจรหยุดชะงัก และร้านค้าต้องปิดให้บริการชั่วคราว ขณะที่ประชาชนจำนวนหนึ่งต้องอพยพไปยังพื้นที่สูงกว่า เนื่องจากระดับน้ำบางจุดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในครั้งนี้ 1. ฝนตกหนักผิดปกติ จากภาวะลานีญา ข้อมูลของนักอุตุนิยมวิทยาและกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ปี 2568 อยู่ในวัฏจักร ลานีญา (La Niña) ทำให้สภาพอากาศในหลายพื้นที่ของไทยมีความชื้นสูงและมีโอกาสเกิดฝนมากกว่าปกติ โดยเฉพาะภาคใต้ตอนล่างที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและร่องมรสุมที่มีกำลังแรงกว่าปีทั่วไป และมีฝนหนักชนิด “rain bomb” (ฝนตกหนักในช่วงสั้น ๆ และปริมาณมาก) โดยเฉพาะในคืนวันที่ 21 พ.ย. 2568 รอบ เขาคอหงส์ อำเภอนาหม่อม ก่อนจะไหลเข้าเมืองหาดใหญ่ 2.ภาวะโลกร้อน  ที่เกี่ยวข้องอย่างมีนัยยะสำคัญ  แม้ปัจจัยหลักของน้ำท่วมหาดใหญ่จะยังคงเป็นเรื่องฝนตกหนัก ภูมิประเทศลุ่มต่ำ และระบบระบายน้ำ แต่ ภาวะโลกร้อน (Climate Change) ทำให้เหตุการณ์ฝน extreme และน้ำท่วมฉับพลันเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้นกว่าในอดีต ซึ่งส่งผลโดยตรงที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ในกรณีหาดใหญ่ ฝน 595–600 มม. ใน 3 วันถือว่าเป็น “ระดับฝนสุดขั้ว” (extreme rainfall) ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของ IPCC ที่พบว่าฝนลักษณะนี้จะเพิ่มขึ้น 20–30% ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากภาวะโลกร้อนด้วยเช่นกัน […]

พลังงานสะอาด Clean Energy คืออะไร ทางออกที่น่าสนใจยุคนี้จริงหรือ?

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับพลังงานสะอาดในหลากหลายมิติ ที่จะช่วยตอบคำถาม รวมถึงคลายความสงสัยให้คุณได้มากขึ้นว่าทำไมบริษัทใหญ่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ หันมาลงทุนในพลังงานสะอาดกันมากยิ่งขึ้น อะไรคือความน่าสนใจ ถ้าได้อ่านบทความนี้ไม่ตกขบวนแน่นอน  อ่านบทความนี้จะได้ความรู้เรื่องอะไรบ้าง เข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลของพลังงานสะอาด ความสำคัญ และประเภท แนวโน้มพลังงานสะอาดของโลก รวมถึงประเทศไทย  พลังงานสะอาด และ พลังงานฟอสซิล แตกต่างกันอย่างไรบ้าง  ประโยชน์จากการใช้พลังงานสะอาด ข้อดีและข้อจำกัดของพลังงานสะอาด พลังงานสะอาด คืออะไร ? สำคัญหรือเป็นทางออกที่น่าสนใจอย่างไรท่ามกลางวิกฤตการณ์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy คืออะไร “พลังงานสะอาด” หมายถึง พลังงานที่ผลิตขึ้นใหม่ ไม่มีหมด ไม่ก่อให้เกิดมลพิษหรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับต่ำมาก เมื่อเทียบกับพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยทั่วไป ลักษณะสำคัญของพลังงานสะอาด มีลักษณะที่สำคัญ 4 ข้อหลักๆ คือ ปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) หรือแทบไม่ปล่อยเลย มีแหล่งที่มาแบบหมุนเวียน (Renewable Source) เช่น แสงอาทิตย์ ลม น้ำ หรือชีวมวล  ไม่สร้างของเสียอันตรายและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำมาก ต่ออากาศ น้ำ หรือดิน มีความปลอดภัยและยั่งยืน มีความเสี่ยงต่ำมาก ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมนุษย์และสัตว์ สิ่งแวดล้อม  แนวโน้มพลังงานสะอาดของโลก รายงานจาก International Energy Agency (IEA) ระบุว่า ในปี 2024 พลังงานหมุนเวียนทั่วโลกคิดเป็นกว่า 30% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ภายในปี 2030 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างพลังงานที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป จีน และญี่ปุ่น ต่างประกาศนโยบาย “Net Zero Emissions” ภายในปี 2050–2060 โดยมีการลงทุนมหาศาลในพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฮโดรเจน รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) ที่ช่วยให้พลังงานสะอาดสามารถจ่ายไฟได้ต่อเนื่องแม้ไม่มีแสงอาทิตย์หรือลม สถานการณ์และนโยบายพลังงานสะอาดของประเทศไทย ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมาย “Carbon Neutrality ภายในปี 2050” และ “Net Zero GHG Emissions ภายในปี 2065” […]

FDI Group จัดสัมมนาฟรี! กับสุดยอดหัวข้อแห่งปี “เจาะลึกกลยุทธ์ “ CBAM Countdown ” กันตกขบวนสู่โอกาสที่เหนือกว่า “

FDI Group ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญ เพิ่มโอกาสให้พร้อมกับมาตรการ CBAM ยกระดับความสามารถในตลาดโลกที่ขับเคลื่อนด้วยสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน  พลาดไม่ได้กับงานนี้ ! FDI ขอเชิญชวนทุกท่าน เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ ชวนคุณมาปลดล็อค! เพิ่มโอกาสให้พร้อมกับมาตรการ CBAM ยกระดับความสามารถในตลาดโลกที่ขับเคลื่อนด้วยสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน พบกับหัวข้อ ” เจาะลึกกลยุทธ์ “ CBAM Countdown ” กันตกขบวนสู่โอกาสที่เหนือกว่า “  โดยเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจให้มากขึ้น งานนี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ.2568 เวลา 13.30 – 16.00 น.     ใครที่ต้องมางานนี้ สัมมนานี้เหมาะกับใครบ้าง ? ผู้บริหาร และผู้ประกอบการที่มีการส่งออกไป EU ผู้ผลิตและซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูง ผู้บริหารที่ต้องการวางกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่ต้องทำรายงานและนโยบาย ฝ่ายวิศวกรรม / การผลิต / โลจิสติกส์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ที่ปรึกษาธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อมและการค้าโลก ผู้ที่สนใจด้านการรับมือ CBAM และ BCG-ESG งานสัมมนานี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ ภาพรวม CBAM และแนวโน้มกฏระเบียบโลก อุตสาหกรรมไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการ CBAM ความเชื่อมโยง CBAM กับ ESG ต่อภาคธุรกิจไทย การจัดการต่อมาตรการ CBAM : เก็บข้อมูล-คำนวณ-ทำรายงาน “คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรและผลิตภัณฑ์ ” ตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืนของโลก Q&A ทุกคำถาม FDI มีคำตอบ พิเศษมีแจกของรางวัลสุดพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นสำหรับการเพิ่มโอกาสให้องค์กรเฉพาะภายในงานสัมมนาเท่านั้น  การลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์  ลงทะเบียนงานสัมมนาได้ที่ https://onebinar.one.th/online-seminar/XV8AM6 (ทั้งการลงทะเบียน และการรับชม ทำได้ในลิงก์เดียว) โดยสามารถลงทะเบียนได้ ตั้งแต่วันนี้ – 26 กันยายน 2568 เท่านั้น ติดต่อเพิ่มเติม – เกี่ยวกับการลงทะเบียนงานสัมมนา Email : Onebinar@inet.co.th Tel: 065-5074539 (คุณอภิสรา) – เกี่ยวกับรายละเอียดงานสัมมนา Tel: 095-4289466 (คุณสันต์ธีร์)

อัปเดต! รู้หรือไม่ คนไทยต้องยื่นภาษีทุกคนในปี 2570 คลังเดินหน้าใช้ระบบ Negative Income Tax ใครได้เปรียบ-เสียเปรียบ

เจาะข้อมูล Negative Income Tax คืออะไร? ใครได้เปรียบ-เสียเปรียบ  ช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้จริงหรือ ?  ทางด้านปลัดกระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท ระบุว่ากระทรวงฯ กำลังพัฒนาโครงสร้างข้อมูล (data infrastructure) และฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (data lake) กว่า 10 หน่วยงาน ที่ครอบคลุมประชาชนกว่า 60.8 ล้านคนและธุรกิจกว่า 600,000 แห่ง เพื่อรองรับและออกแบบนโยบายสวัสดิการเพื่อการดำเนินงานในระบบ Negative Income Tax (NIT) หรือภาษีเงินได้ติดลบ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้ได้ภายในปี 2570  สำหรับ “Negative Income Tax”  กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตาด้วยหนึ่งในใจความสำคัญคือ คนไทยทุกคนต้องเข้าสู่ระบบภาษี เพื่อยืนยันรายได้ที่เกิดขึ้น กรณีหากรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ จึงจะได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ ไขข้อสงสัย “Negative Income Tax” หรือ ภาษีเงินได้ติดลบ คืออะไร ? Negative Income Tax (NIT) หรือ ภาษีเงินได้ติดลบ โดย FINNOMENA ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า “เป็นแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่เกิดจากนักเศรษฐศาสตร์ Milton Friedman ในสหรัฐอเมริกา ช่วงทศวรรษ 1960 เพื่อแก้ปัญหาสวัสดิการที่ซ้ำซ้อนและไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นระบบ Earned Income Tax Credit (EITC) ที่ใช้ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ แคนาดา และสหราชอาณาจักร”  โดยรัฐจะเก็บภาษีจากผู้มีรายได้สูง และจ่ายเงินให้ผู้มีรายได้ต่ำ ภายใต้ระบบเดียวกัน ซึ่งแม้จะมีรายได้น้อยกว่าค่าลดหย่อยก็ต้องยืนภาษีดังกล่าว เพื่อให้ทางภาครัฐได้มีการจัดเก็บข้อมูลในการคัดกรองสิทธิ์เพื่อรับสวัสดิการอย่างแม่นยำมากขึ้น จะช่วยลดความซ้ำซ้อนของโครงการช่วยเหลืออื่นๆร่วมได้ เข้าใจในหลักการ คือ ทุกคนต้อง ยื่นภาษี และรายงานรายได้ประจำปี ถ้ารายได้ สูงกว่าเกณฑ์ → ต้องจ่ายภาษีในเกณฑ์ตามปกติ ซึ่งเงื่อนไขในปัจจุบันอยู่ที่เงินได้สุทธิตั้งแต่ 150,000 บาทขึ้นไป ถ้ารายได้ ต่ำกว่าเกณฑ์ → ต้องยื่นแต่ไม่ต้องเสียภาษี และรัฐจะจ่ายเงินชดเชยเป็นสวัสดิการให้กับผู้มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ผ่านระบบภาษี จึงได้เรียกว่า “ภาษีติดลบ”  ซึ่งเงื่อนไขในการรับเงินชดเชยจะเป็นในรูปแบบอัตราส่วน กระทรวงการคลังเดินหน้าปี 2570 คนไทยต้องเข้าสู่ระบบภาษี  นโยบายดังกล่าวจะถูกนำมาบังคับใช้จริง โดยข้อมูลที่น่าสนใจคือ มีคนไทยบางส่วนยังไม่ทราบถึงการยื่นแบบภาษี และการเสียภาษีนั้นเป็นหน้าที่ตามกฏหมาย […]

“แจกฤกษ์ดี ปี 68 “ ครึ่งปีหลัง สายมูต้องอ่าน เปิดบริษัทจำกัดให้เฮงยิ่งกว่าเดิม !

ฤกษ์เปิดบริษัทจำกัด ปี 68 เดือนไหนดี ? รวมวันมงคลเสริมดวงธุรกิจรุ่งตลอดปี ความเชื่อเรื่อง “ฤกษ์มงคล” หรือ “เวลาดี” ในการเปิดบริษัทหรือกิจการร้านค้า เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และคนรุ่นก่อนที่มักกล่าวว่า “เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “วัน-เวลา” ในการเริ่มกิจกรรมสำคัญ เช่น การเปิดบริษัทหรือกิจการ ที่มีความหมายมากกว่าการเลือกวันตามปฏิทินธรรมดาก่อนเปิดกิจการ ร้านค้า หรือทำธุรกิจ รวมถึงการตั้งชื่อมงคล อย่างที่เราจะเห็นชื่อบริษัทที่นิยมตั้ง โดยมีความเชื่อว่าจะส่งเสริมให้กิจการนั้นรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นพึ่งพาทางจิตใจ สร้างขวัญและกำลังใจ  เสริมสร้างพลังบวกที่ดี และมีผลทาง “จิตวิทยา” อย่างชัดเจนให้กับเจ้าของธุรกิจ แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องของความเชื่อ แต่หากมองในเชิงจิตวิทยาและวัฒนธรรม การเลือกฤกษ์มงคลไม่ได้หมายถึงความงมงาย หากแต่เป็นการวางกรอบเวลาเพื่อเริ่มต้นอย่างมีระบบ มีแบบแผน และช่วยยึดโยงการตัดสินใจเข้ากับสภาพแวดล้อมและความเชื่อของผู้ก่อตั้ง ฤกษ์เปิดบริษัทจำกัดคืออะไร ? “ฤกษ์เปิดบริษัท” หมายถึง วันและเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นกิจกรรมทางธุรกิจ เช่น การจดทะเบียนบริษัท การเซ็นเอกสารสำคัญ เปิดป้ายบริษัท หรือเริ่มขายของวันแรก โดยมักเลือกให้ตรงกับวันมงคลตามปฏิทินจันทรคติไทย จีน หรือหลักโหราศาสตร์ที่เจ้าของกิจการนับถือ แม้ไม่มีข้อกฎหมายว่าต้องมีฤกษ์เปิดบริษัท แต่ในทางปฏิบัติแล้ว หลายบริษัทเลือกใช้ฤกษ์ดีเพื่อเริ่มต้นอย่างมีพลัง และเชื่อว่าจะช่วยหนุนโชคลาภ ความสำเร็จ และลดอุปสรรคในอนาคตได้  พิกัดวันฤกษ์ดีครึ่งปีหลัง ปี 2568 ตามปฏิทินโหราศาสตร์ไทย ข้อมูลจากสถาบันโหราศาสตร์ไทยและเว็บไซต์ปฏิทินมงคลหลายแห่ง เช่น payakorn.com และ sanawee.com ได้คัดเลือกวันดีที่เหมาะสมกับการเปิดกิจการในปี 2568 (ปีมะโรงธาตุดิน) โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี ได้แก่ ฤกษ์ดีรายเดือน กรกฎาคม – ธันวาคม 2568 เดือนกรกฎาคม 2568 วันที่ 5 กรกฎาคม (เทวีฤกษ์) วันที่ 15 กรกฎาคม (มหัทธโนฤกษ์) วันที่ 26 กรกฎาคม (ราชาโชค) เดือนสิงหาคม 2568 วันที่ 2 สิงหาคม (เทวีฤกษ์) วันที่ 11 สิงหาคม (มหัทธโนฤกษ์) วันที่ 24 สิงหาคม (ราชาโชค) เดือนกันยายน 2568 วันที่ 6 […]

1 2 3 5