FDIニュース

FDI Group ร่วมเป็นพันธมิตรให้การสนับสนุน สวทช. จัดงานใหญ่แห่งปี “NAC2025” ผนึกพลังวิจัย ‘ขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย AI’

FDI Group  ร่วมเป็นพันธมิตรให้การสนับสนุน สวทช. จัดงาน การประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 20 (20th NSTDA Annual Conference : NAC2025)  เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2568  ที่ผ่านมา คุณพัชราภรณ์ เวชวิทยาขลัง ประธานกลุ่มบริษัท เอฟดีไอ ร่วมงานแถลงข่าวในฐานะพันธมิตรผู้ให้การสนับสนุน การจัดการประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 20 (20th NSTDA Annual Conference: NAC2025) ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  โดยการจัดงานในปีนี้ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย AI เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน: AI-driven Science and Technology for Sustainable Thailand” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 มีนาคม 2568 ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี   ภายในงานแถลงข่าวนำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) พร้อมด้วยทีมนักวิจัย สวทช. ภายใต้กระทรวง อว. และหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วมงานกันอย่างล้นหลาม  ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า “สวทช.  เป็น ขุมพลังหลักของประเทศ “  ในการขับเคลื่อนการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน หรือ S&T Implementation for Sustainable Thailand การจัดงาน NSTDA Annual Conference: NAC จึงเป็นอีกงานใหญ่ที่สำคัญ ในการนำเสนอความก้าวหน้าทาง วทน. ที่ สวทช. […]

ASEANでの給与ランキングTOP5 タイはシンガポールに次いで2位 勤労者必読!各国のワークパーミット手続き

เปิดอันดับ 5 ประเทศที่รายได้เฉลี่ยต่อเดือนสูง ! ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ภูมิภาคที่ถูกจับตาจากนักลงทุนจากทั่วโลก ด้วยความอุดมสมบูรณ์ทั้งจากทรัพยากรทางธรรมชาติ ประชากร ศักยภาพในการเติบโตและพัฒนาได้  โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่กำลังถูกบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ทั่วโลก จับตาละหันมาลงทุนอย่างต่อเนื่อง           จากนโยบายความร่วมมือของภูมิภาคอาเซียนที่มีการลงนามร่วมกัน เพื่อส่งเสริมให้เป็นตลาดและฐานผลิตเดียวกัน เช่น การลงทุน สินค้าและบริการ ต่าง ๆ รวมทั้งแรงงานฝีมือ และมีการลงทุนอย่างเสรี ซึ่งทำให้การถ่ายเทแรงงานด้านฝีมือเพื่อให้สามารถทำงานในประเทศสมาชิกได้ง่ายขึ้นใน 8 สาขาอาชีพ คือ  วิศวกรรม การสำรวจ สถาปัตยกรรม แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล บัญชี การบริการ/การท่องเที่ยว         ในส่วนอาชีพอิสระที่ได้มาตรฐานและได้รับการรับรองสามารถเคลื่อนย้ายไป ทำงานในประเทศแถบอาเซียนได้ทันที โดยไม่มีการปิดกั้น อาชีพที่ได้ตกลงไว้คือ แพทย์ พยาบาล บัญชี สถาปนิก วิศวกร ซึ่งการไปทำงานในต่างประเทศหรือชาวต่างชาติมาทำงานในไทยก็จำเป็นที่จะต้องมี การขอต่อ Work Permit ซึ่งในอาเซียนจะแตกต่างกันไปตามกฎหมายแรงงานและข้อกำหนดของแต่ละประเทศ  ความสำคัญต่อ work permit ของการทำงานในต่างชาติ  ทำงานในต่างประเทศต้องรู้ work permit  คืออะไร  Work Permit หรือ ใบอนุญาตทำงาน คือ เอกสารทางกฎหมายที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐบาลให้กับบุคคลที่เป็นชาวต่างชาติ ที่ต้องการทำงานในประเทศนั้น ๆ โดยที่ไม่ใช่พลเมืองของประเทศนั้น ๆ ซึ่งในกรณีของประเทศไทย ใบอนุญาตทำงานนี้จะออกโดย กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อให้ชาวต่างชาติสามารถทำงานในประเทศไทยได้ตามกฎหมาย อ่านต่อ คลิก ! ทำไมต้องมี Work Permit ? ในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ประเทศไทย การจ้างชาวต่างชาติทำงานโดยไม่มี Work Permit ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และอาจได้รับโทษทั้งนายจ้างและลูกจ้างได้ นอกจากนี้การมี Work Permit ยังช่วยให้การจ้างงานชาวต่างชาติเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบสิทธิ์ในการทำงานของบุคคลนั้นได้ อ่านต่อคลิก !  เปิดอันดับ 5 ประเทศรายได้สูงในอาเซียน ไทยติดอันดับ 2 รองสิงคโปร์  Time Doctor ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า เงินเดือนเฉลี่ยในเอเชียอยู่ที่ประมาณ […]

FDI ร่วมออกงาน 𝗦𝗠𝗖 𝗢𝗽𝗲𝗻 𝗛𝗼𝘂𝘀𝗲 𝟮𝟬𝟮𝟰 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย สู่อนาคตที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ได้จัดงาน 𝗦𝗠𝗖 𝗢𝗽𝗲𝗻 𝗛𝗼𝘂𝘀𝗲 𝟮𝟬𝟮𝟰 ! เปิดบ้านศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ณ อาคาร D เขตนวัตกรรม ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) จังหวัดระยอง FDI ร่วมให้การสนับสนุนและออกบูธนิทรรศการให้คำแนะนำด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนแก่ผู้เข้าร่วมงาน  โดยในปีนี้มาในแนวคิด 𝗦𝘂𝘀𝘁𝗮𝗶𝗻𝗮𝗯𝗹𝗲 𝗗𝗶𝗴𝗶𝘁𝗮𝗹 𝗧𝗿𝗮𝗻𝘀𝗳𝗼𝗿𝗺𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 “เทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนอุตสาหกรรม…สู่อนาคตที่ยั่งยืน ” ซึ่งภายในงานมีการร่วมมือจากหลายภาคส่วนที่สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย โดยภายในงานนี้ 𝗙𝗗𝗜  ในฐานะสมาชิกสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย FDI ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรม และได้ออกบูธให้คำปรึกษาฟรี แก่ผู้เข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ  ความมุ่งมั่นของศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC)  เดินหน้าภารกิจหนุนภาคอุตสาหกรรม สู่การเปลี่ยนผ่านด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเป้าหมายสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่มาตรฐาน Thailand i4.0 Index และแผนงาน Digital Transformation (DX Roadmap) ที่ครอบคลุมทั้งการวางกลยุทธ์ การลงมือปฏิบัติจริง และการสร้างความยั่งยืน  โดยไฮไลต์ในงานมีหลายส่วนที่น่าสนใจทั้งการสัมมนาในหัวข้อต่าง ๆ การเยี่ยมชม SMC Testbed เยี่ยมชม SMC Testbed: ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Motion capture, Plant simulator for digital twins ฯลฯ DX Roadmap: การวางแผนกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม 4.0 เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการผลิต: การประยุกต์ใช้ IoT, AI, LLM, Cyber Security แคมเปญพิเศษ รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ เพื่อภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ  ภายในงาน FDI ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรม และได้ออกบูธให้คำปรึกษาฟรี แก่ผู้เข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ พร้อมความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมไทย ทั้งการร่วมออกบูธ นิทรรศการจากสมาชิก พันธมิตร และคณะนักวิจัยของ SMC นำเสนอโซลูชัน นวัตกรรม สินค้า บริการ และประสบการณ์ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างกัน  FDI พร้อมร่วมสนับสนุน […]

Thailand ESG ลงทุนแบบใหม่ กองทุน ESG กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน พร้อมลดหย่อนภาษี !

ความสำคัญของการลงทุนในกองทุน ESG  การลงทุนในกองทุน ESG กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากนักลงทุนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการลงทุนที่ยั่งยืน การสนับสนุนธุรกิจที่ยั่งยืน: การลงทุนในกองทุน ESG ช่วยสนับสนุนธุรกิจที่มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างมีความรับผิดชอบ โอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน: บริษัทที่มีการดำเนินงานด้าน ESG มักจะมีการบริหารจัดการที่ดีในระยะยาว ซึ่งสามารถช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน การตอบสนองต่อแนวโน้มโลก: แนวโน้มการลงทุนตามหลัก ESG กำลังเติบโตในระดับโลก เนื่องจากนักลงทุนและบริษัทต่างให้ความสำคัญกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการลงทุน กองทุน ESG ในประเทศไทยมีการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ลงทุนโดยพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างเข้มงวด การลงทุนในกองทุน Thailand ESG จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในตลาดหุ้นไทยและในขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน การมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทหรือสินทรัพย์ที่มีการดำเนินการตามหลัก ESG คือ ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social), และธรรมาภิบาล (Governance อันนำไปสู่ความยั่งยืนในหลากหลายมิติ ซึ่งมีข้อดีจากการดำเนินการดังกล่าวทั้งการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงในระยะยาว รวมถึงความมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในแต่ละด้านมุ่งเน้นให้ความสำคัญดังนี้ Environmental (สิ่งแวดล้อม): บริษัทที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานทดแทน หรือการรีไซเคิล Social (สังคม): บริษัทที่ใส่ใจในความเป็นอยู่ของพนักงาน ชุมชน หรือสังคม เช่น การสนับสนุนสิทธิแรงงาน การสร้างความเท่าเทียม หรือการมีส่วนร่วมในโครงการสังคม Governance (ธรรมาภิบาล): บริษัทที่มีการบริหารจัดการที่โปร่งใส มีการตรวจสอบการดำเนินงานที่ดี เช่น การคุ้มครองสิทธิผู้ถือหุ้น การจัดการความเสี่ยงทางธุรกิจ และการมีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นธรรม ความน่าสนใจของกองทุน  Thai ESG  สำหรับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน มีสิทธิพิเศษให้ผู้ลงทุนสามารถนำจำนวนเงินลงทุนมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเหมือนกับการลงทุนใน RMF, SSF, SSFX หรือ LTF ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ขณะที่ ESG Bond มีรูปแบบคล้ายกับตราสารหนี้ปกติทั่วไป แต่ต่างกันที่วัตถุประสงค์ของการระดมทุน ที่ต้องการนำเงินไปใช้เพื่อดำเนินโครงการต่าง ๆ ภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยมุ่งเน้นในด้านของสิ่งแวดล้อม (Green Bond) ด้านสังคม (Social Bond) และด้านความยั่งยืน (Sustainability Bond) ความสำคัญของการลงทุนในกองทุน Thailand ESG: การสนับสนุนธุรกิจที่ยั่งยืน: การลงทุนในกองทุน ESG ช่วยสนับสนุนธุรกิจที่มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น โอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน: บริษัทที่มีการดำเนินงานด้าน ESG มักจะมีการบริหารจัดการที่ดีในระยะยาว ซึ่งสามารถช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน การตอบสนองต่อแนวโน้มเทรนด์โลก: แนวโน้มการลงทุนตามหลัก ESG […]

FDI Group ร่วมสนับสนุน AIT จัดงานบรรยายพิเศษ “รำลึก 20 ปีธรณีพิบัติภัยสึนามิ เหลียวหลังเพื่อแลหน้า พัฒนาการจัดการภัยพิบัติ”

สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology) ได้จัดงานบรรยายพิเศษ “รำลึก 20 ปีธรณีพิบัติภัยสึนามิ เหลียวหลังเพื่อแลหน้า พัฒนาการจัดการภัยพิบัติ” ด้วยความร่วมมือระดับอุดมศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และภาคีเครือข่าย ซึ่งได้จัดขึ้นในวันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2567 ณ หอประชุมโรเบิร์ต บีแบงค์ส สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จร่วมงาน และทรงมีพระราชดำรัสปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ภารกิจที่กรมวิทยาศาสตร์ทหารบกทำ ในธรณีพิบัติภัย (สึนามิ) พ.ศ. 2547” ในโอกาสนี้ผู้บริหาร FDI Group เข้าร่วมรับเสด็จ พร้อมรับฟังบรรยายพิเศษในครั้งนี้ด้วย ซึ่งงานในครั้งนี้สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียและภาคีเครือข่าย ได้จัดขึ้นเพื่อร่วมรำลึกถึงผู้ประสบภัย ผู้เสียชีวิต รวมถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์สึนามิเมื่อ 26 ธันวาคม 2547 โดยภายในงานบรรยายครั้งนี้ถูกจัดขึ้นโดยมีหัวข้อที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการสะท้อนผลการปฏิบัติงานในภาคสนามในครั้งที่เกิดภัยพิบัติ การรับมือ ตลอดจนแผนการดำเนินงานการรับมือในห้วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาในภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย  ซึ่งมีการสะท้อนผล การรับฟังความคิดเห็น จากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายอุตสาหกรรมทางการศึกษา ภายในงานได้ร่วมเสวนาในหัวข้อต่าง ๆ ที่น่าสนใจ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมากด้วยประสบการณ์ไม่ว่าจะเป็น การร่วมเสวนาหัวข้อ “การจัดการศพและการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลในธรณีพิบัติภัย (สึนามิ) พ.ศ. 2547” โดย แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์โรจนสุนันท์  พลโท นายแพทย์ปราโมทย์อิ่มวัฒนา และคุณอรุณสวัสดิ์  ภูริทัตพงศ์ ร่วมเสวนาหัวข้อ “(20 ปี สึนามิจากภาครัฐสู่การจัดการภัยพิบัติระดับชุมชน)” โดยรองศาสตราจารย์ทวิดา กมลเวชช และคุณไมตรี จงไกรจักร์ ศาสตราจารย์ เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ บรรยายหัวข้อ “การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติสึนามิในอนาคต” ซึ่งได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวในการจัดการภัยพิบัติในเหตุการณ์ครั้งนั้น รวมถึงการถอดบทเรียน เรียกร้องการหาแนวทางการรับมือ สะท้อนปัญหาเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ทางภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต จากการจัดงานดังกล่าวนั้น ถือเป็นความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมการศึกษาระดับสูง เพื่อความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ (HEIP-CR) ซึ่งริเริ่มโดย DPMM และมุ่งเน้นการเสริมสร้างการวิจัย นวัตกรรม และการสร้างขีดความสามารถด้านภัยพิบัติและความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยผ่านความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม คุณพัชราภรณ์ เวชวิทยาขลัง ประธานกลุ่มบริษัท เอฟดีไอ กรุ๊ป ในฐานะภาคีเครือข่ายเข้าร่วมสนับสนุน และร่วมรับฟัง งานบรรยายพิเศษ “รำลึก 20 ปีธรณีพิบัติภัยสึนามิ เหลียวหลังเพื่อแลหน้า พัฒนาการจัดการภัยพิบัติ” […]

พัฒนาธุรกิจให้ทันเทรนด์ปี 2025 รวมเทรนด์พัฒนาธุรกิจที่น่าสนใจ

เทรนด์ธุรกิจที่น่าจับตาในปี 2026 พัฒนาธุรกิจให้ทันเทรนด์ ในปี 2026 แต่ละองค์กรต่างเตรียมความพร้อมพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และความท้าทายใหม่ๆ ก็เข้ามาทดสอบธุรกิจทุกประเภท ซึ่งหากท่านใดที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนหรือสร้างธุรกิจใหม่อยู่นั้น การทำความเข้าใจเทรนด์ธุรกิจที่น่าสนใจในปี 2026 FDI เชื่อว่าในบทความนี้จะสามารถสร้างไอเดียใหม่ ให้ความเข้าใจในโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้สำหรับนักลงทุนหรือคนที่กำลังอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่ได้เป็นอย่างดี เทรนด์ที่น่าสนใจและลงทุน เทรนด์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning  เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรมมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน หรือการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์ AI, บริการที่ปรึกษา AI, และแอปพลิเคชันที่ใช้ AI จะมีโอกาสเติบโตอย่างมาก ยกตัวอย่าง บริษัทโทรศัพท์ค่ายสีเขียวได้พัฒนาธุรกิจ ใช้ AI Voice Bot ในการติดต่อลูกค้าเพิ่มมากขึ้น เช่น การโทรแจ้งนัดหมาย การโทรติดตามหนี้ การโทรนัดรับสินค้า ซึ่งการนำ AI มาใช้กับธุรกิจ ช่วยลดต้นทุนเวลาและทรัพยากรบุคคลไปได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว  เทรนด์ธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในระยะยาว รับผิดชอบต่อสังคม และมีธรรมาภิบาลในการประกอบธุรกิจ จะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากขึ้น สำหรับเทรนด์ธุรกิจสีเขียวนี้ FDI ให้ความเห็นว่าเป็นธุรกิจที่น่าจับตามาเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากการพัฒนาธุรกิจให้สอดคล้องกับเทรนด์สีเขียวนั้น จะช่วยตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ สร้างความยั่งยืน ลดต้นทุนได้ในระยะยาว อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐอีกด้วย  เทรนด์อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT)   IoT หรืออินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things) หมายถึงเครือข่ายรวมของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อถึงกันและเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์กับระบบคลาวด์ ตลอดจนระหว่างอุปกรณ์ด้วยกันเอง อุปกรณ์ต่างๆ จะเชื่อมต่อกันผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ทำให้เกิดข้อมูลจำนวนมหาศาลที่สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ IoT ที่สามารถเป็นไอเดียได้ เช่น เซ็นเซอร์, ระบบควบคุมอัตโนมัติ, และแพลตฟอร์ม IoT เป็นต้น จะเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ยกตัวอย่างธุรกิจ เช่น ระบบปลูกพืชด้วยน้ำสามารถใช้เซ็นเซอร์ IoT เพื่อจัดการสวน โดยการเปิดปิดระบบน้ำ ไฟ ด้วยเซ็นเซอร์โดยสามารถระบุเวลา หรือปิดอุปกรณ์ที่ไม่ใช้เเล้วได้  เทรนด์สุขภาพและ Wellness  ยุคของเทรนด์สุขภาพและการดูแลตัวเอง ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งวัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้สูงอายุ ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและ Wellness มีแนวโน้มเติบโตสูง เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ, […]

FDI Group : จัดอบรม”Fostering Teamwork and Collaboration” ให้กับบริษัท โอแลม (ประเทศไทย) จำกัด

FDI รับจัดอบรม ! เพิ่มขีดความสามารถ Up Skills การทำงานร่วมกันในองค์กร  เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา FDI Group ได้จัดอบรม In-house Training โดยได้รับเกียรติและความร่วมมือให้พัฒนา เพิ่มทักษะที่สำคัญในการทำงานของบุคลากร บริษัท โอแลม (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้จัดอบรม Up Skill ในหัวข้อ “Fostering Teamwork and Collaboration”  หลักสูตรฝึกอบรมการทำงานเป็นทีมและการทำงานร่วมกัน ซึ่งกิจกรรมได้จัดขึ้นอย่างน่าสนใจ เพื่อส่งเสริมทัศนคติในการทำงานร่วมกันเชิงบวกอย่างสร้างสรรค์ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ที่มากด้วยประสบการณ์เชิงลึกให้คำแนะนำ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ เติมเต็มทักษะใหม่ให้กับผู้เข้าอบรม ซึ่งผู้เข้าร่วมอบรมให้ความสนใจเป็นอย่างมากในการอบรมหัวข้อดังกล่าว การจัดอบรมพัฒนาบุคลากรครั้งนี้ ในหัวข้อ “Fostering Teamwork and Collaboration”  หลักสูตรฝึกอบรมการทำงานเป็นทีมและการทำงานร่วมกัน จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นในการทำงานร่วมกัน พร้อมทั้งการสร้างทัศนคติเชิงบวกทั้งการสื่อสาร ความเข้าใจในธรรมชาติของการเป็นมนุษย์ ผ่านการทำอบรมทั้งทฤษฏี และปฏิบัติ ผ่านกิจกรรม Work Shop ที่สร้างสรรค์ตลอดทั้งวัน  โดยใช้หลักการความเข้าใจในความแตกต่างของบุคคลิกภาพทางจิตวิทยาพื้นฐาน ขอขอบคุณ บริษัท โอแลม (ประเทศไทย) จำกัด ที่มอบความไว้วางใจให้แก่เราได้ดูแล  #HRD #HRDservice #OlamThailand ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการอบรม  บุคลากรมีทักษะ ทัศนคติเชิงบวก ทั้งการทำงานร่วมกัน การสื่อสารได้ดีมากขึ้น มีความไว้วางใจ มีความเชื่อมั่นระหว่างการทำงานร่วกันมากยิ่งขึ้น สามารถนำความรู้ที่ได้ นำมาปรับใช้ในการทำงานทั้งต่อตนเอง และการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี   FDI Group ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาและความเชี่ยวชาญด้าน In-House Training  การพัฒนาองค์กรไม่ใช่เพียงแต่การปรับปรุงในด้านการทำงานเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างความสัมพันธ์และการสื่อสารที่ดีในองค์กร รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโต และการเรียนรู้ของบุคลากรทุกคน การพัฒนาองค์กรให้เติบโตระยะยาว ไม่เพียงแต่พัฒนาเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่ต้องพัฒนาให้สอดคล้องกันในทุกมิติ  โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรที่สำคัญ ที่ทุกองค์กรจะมองข้ามไปเลยไม่ได้ อย่าง “ทรัพยากรมนุษย์“ ตัวอย่างหัวข้อการจัดอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญอย่าง FDI ขอแนะนำ  การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) กลยุทธ์การบริหารงานและบริหารคนขั้นสูง การสร้างสัมพันธภาพที่ดีในการทำงานร่วมกัน โดยแต่ละหัวข้อการอบรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามโครงสร้างตามบริบท ของแต่ละองค์กร เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้  สำหรับองค์กรใดที่มีความสนใจจัดอบรมภายในองค์กร  FDI Group มีความพร้อม และยินดี ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการการอบรมรูปแบบต่าง ๆ  […]

FDIグループ 30周年記念

ก้าวสู่ 3 ทศวรรษ ในการเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในวงการที่ปรึกษาธุรกิจ  ความภูมิใจในการก้าวสู่ปีที่ 30 บริษัท เอฟ ดี ไอ แอคเคาน์ติ้ง แอนด์ แอดไวซอรี่ จำกัด ในฐานะบริษัทในเครือ  เอฟ ดี ไอ กรุ๊ป  ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาธุรกิจ สัญชาติญี่ปุ่น-ไทย ที่เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 โดยให้บริการที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยที่หลากหลายอย่างครบวงจร จากความไว้วางใจ เชื่อมั่นในคุณภาพ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ครอบคลุมทุกประเภทธุรกิจที่มากมาย ด้วยการได้ดูแลบริษัทหลายพันองค์กร เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจของเหล่าลูกค้าและคู่ค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจในบริการของเรามาโดยตลอด กว่า30ปีเราได้มีการพัฒนาและขยายขอบเขตการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง และครอบคลุมทุกมิติมากยิ่งขึ้น ทั้งเพื่อตอบโจทย์และตอกย้ำความเป็นบริษัทที่ปรึกษาครบวงจรเรื่องธุรกิจ และเพื่อส่งต่อคุณภาพที่ดีที่สุดให้กับทุกธุรกิจในสังคมไทยต่อไปอย่างยั่งยืน   คำแนะนำจากการดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 30 ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกธุรกิจ การแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้น ทำให้ธุรกิจต้องมีความคล่องตัวและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในหลากหลายมุมมองธุรกิจ ให้มีความแตกต่าง และมีจุดแข็งที่โดดเด่นจากบริษัทอื่นในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันทั้งในเรื่องของการกำกับดูแลคุณภาพสินค้า บริการ จริยธรรม และการใส่ใจสังคมตลอด 30 ปีที่ผ่านมาเราจึงมักเห็นหลากหลายบริษัทที่มีความสามารถในการปรับตัวให้รวดเร็วภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ สามารถผ่าคลื่นลมของวิกฤตภัยธรรมชาติ โรคระบาด สงครามเศรษฐกิจ และสงครามเทคโนโลยีต่างๆ มากได้ด้วยการปรับตัว และหมั่นปรับปรุงกลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจ จึงอาจกล่าวได้ว่าการเตรียมความพร้อมธุรกิจให้เป็นองค์กรที่พร้อมแก่การปรับตัวตามสภาวะแวดล้อม แต่ยังคงหาจุดเด่นของตัวเองไม่หลงลืมตัวตนจะกลายเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการอยู่รอดและเติบโตของธุรกิจในยุคปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ กลยุทธ์ในการปรับตัวสำหรับธุรกิจจาก FDI Group คือ 1.หมั่นจัดทำแผนประเมินความเสี่ยงธุรกิจและซ้อมรับมือจากแผนนั้นๆในทุกๆ มิติ เพื่อการเตรียมการรับมือในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดจากภัยต่างๆ 2.พัฒนาขีดความสามารถของบุคคลากรอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้พวกเขาหมดไฟในการที่จะพัฒนาตัวเอง เพราะการพัฒนาของพวกเขาคือการพัฒนาองค์กรในระยะยาว 3.กล้าที่จะพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกสู่ตลาด การไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิมเป็นเรื่องที่ท้าทายในหลายๆองค์กร แต่การสร้างวัฒนธรรมในการแสดงความกล้าลอง มักเป็นหนึ่งในทางรอดสำหรับธุรกิจในยามเกิดวิกฤตเสมอ 4.การลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ไม่ใช่แค่การทำ CSR ในยุกปัจจุบันการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม อาจไม่ใช่แค่การลงทุนเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร แต่อาจหมายถึงการที่คุณจะยังคงสามารถอยู่ในรายชื่อของผู้ให้บริการ หรือคู่ค้า กับบริษัทอื่นๆ ได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย 5.อย่ามองว่าการให้ความรู้ด้านการบัญชีและภาษีเป็นเพียงแผนกบัญชีและภาษีที่ต้องรับผิดชอบ หลายบริษัทมักมีปัญหาในการจัดการบัญชีและภาษีระหว่างเดือน หรือ ระหว่างปี เป็นเพราะผู้ปฏิบัติงานไม่เข้าใจในการจัดการบัญชีและภาษี จึงไม่อาจมองในภาพรวมขององค์กรออก ส่งผลให้การจัดทำเอกสารส่งบัญชีมักมีปัญหาและสร้างความไม่ลงรอยกันระหว่างแผนกบ่อยครั้ง อีกครั้งความรู้ด้านการบัญชีและภาษีต่ำทำให้เขาเหล่านั้นไม่สามารถวางแผนการเงินของตนเองได้และส่งผลกระทบต่อความใส่ใจในการปฏิบัติงานมากขึ้น เพราะมีเรื่องส่วนตัวด้านการเงินให้คิดเยอะเกินไป และอาจส่งผลให้เกิดการ turn over สูงจากการซื้อตัวระหว่างบริษัทที่มีเม็ดเงินมาจูงใจเป็นเหตุผล จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเราพบว่าปัญหาต่างๆ มักถูกแก้ได้เบื้องต้นด้วยคำแนะนำทั้ง 5 ข้อนี้ โดยมีรายละเอียด ที่แต่ละบริษัทจะสามารถนำไปปรับใช้ได้ในมิติที่แตกต่างกันออกไป สิ่งสำคัญคือการสร้างความภาคภูมิใจในงาน และคุณค่าในตัวเองของทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดอีกส่วนหนึ่งที่ทุกธุรกิจจะมองข้ามไปไม่ได้เลย FDI Group ร่วมสร้างสังคมที่ดี อย่างยั่งยืน FDI มีนโยบายสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมที่ดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว ในหลากหลายมิติ อาทิ การให้ความรู้ด้วยการจัดสัมนาต่างๆ ทั้งแบบไม่มีค่าใช้จ่าย […]

【セミナーレポート】竹産業におけるカーボンネットゼロ経営

เมื่อวันพุธที่ 8 สิงหาคม 2567 ณ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี ทาง FDI Group เข้าร่วมงาน “การบริหารจัดการธุรกิจไผ่ไม้เศรษฐกิจชุมชน Carbon Net Zero” ภายใต้แผนงานวิจัย การจัดการความรู้และเพิ่มศักยภาพการจัดการเทคโนโลยีและธุรกิจไผ่ไม้เศรษฐกิจชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการธุรกิจไผ่ไม้เศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวคิด Carbon Net Zero ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ในงานนี้ FDI Group ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ 📍ออกบูธให้ข้อมูล ได้นำเสนอข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจ การจัดการความรู้ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไผ่ไม้เศรษฐกิจ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไป 📍บรรยายให้ความรู้ จาก คุณนันทพัชร ณ สงขลา Business Development Manager & Assistant to president of FDI Group ได้ขึ้นบรรยายในหัวข้อ การเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการกับ Net zero ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ ข้อมูลที่ควรรู้ Carbon Footprint, Carbon Credit, Carbon Neutrality, Carbon Net Zeo 📍เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “กลไกการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (NET ZERO) กับการดำเนินการธุรกิจไผ่ เป็นไปได้จริงหรือ?” ได้รับเกียรติจาก คุณภาคภูมิ โกนุทาภรณ์ CEO บริษัท Bamboo Solution Garden , คุณณัฏฐ์ธน สาตรจีนพงษ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี และ คุณนันทพัชร ณ สงขลา Business Development Manager & Assistant to president of FDI Group 📢การเข้าร่วมงานครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ FDI ในการสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก . สามารถดาวน์โหลดไฟล์ของ คุณนันทพัชร ณ สงขลา ได้ที่ >> https://shorturl.asia/R0kXp […]

【セミナーブース参加レポート】
「デジタルの力で工場の可能性を引き出す」

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา บริษัท FDI Group ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาธุรกิจอย่างครบวงจร เข้าร่วมงานสัมมนา “ปลดล็อคศักยภาพโรงงานของคุณด้วยพลังดิจิทัล : กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ ยา สมุนไพร เครื่องสำอาง” จัดขึ้นโดยอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (สวทช.) ณ Event Square ชั้น 2 อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (อาคาร 14) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. งานสัมมนาครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิต ลดต้นทุน และยกระดับธุรกิจสู่ Industry 4.0  โดย FDI Group ได้มีโอกาสเข้าร่วมออกบูธและเป็นวิทยากรในหัวข้อเสวนา “fast track สิทธิประโยชน์ในการลงทุนในอุตสาหกรรม 4.0 และ อุตสาหกรรมสีเขียว”  โดย คุณนันทพัชร ณ สงขลา Business Development Manager  โดยมุ่งให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมงานเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม 4.0 และอุตสาหกรรมสีเขียว นอกจากนี้ยังมีหัวข้ออื่นๆที่น่าสนใจ  แนวทางการยกระดับความพร้อมของอุตสาหกรรมไทยสู่ Industry 4.0 โดย กลุ่มแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 สวทช.  เส้นทางสู่องค์กรที่ยั่งยืนด้วย Smart Factory โดย บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด  Core tech: การพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ ด้วย AI IoT Automation and robotics โดย กลุ่มวิจัยไอโอทีและระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม NECTEC สวทช.  รับมือความคุกคามทาง Cyber อย่างไรในโลกดิจิทัล โดย บริษัท ที-เน็ต ไอที โซลูชัน จำกัด งานสัมมนา “ปลดล็อคศักยภาพโรงงานของคุณด้วยพลังดิจิทัล : กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ ยา สมุนไพร เครื่องสำอาง” ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมงานอย่างดี มีผู้ประกอบการและผู้สนใจจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานกว่า 100 ท่าน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้เข้าร่วมงานต่างให้ความสนใจกับโซลูชันดิจิทัลที่นำเสนอ และมีการแลกเปลี่ยนความรู้ […]

1 2 3 4 5