FDIニュース

FDI Group จัดอบรม “In-house Training” ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย

FDI Group ให้บริการจัด In-house Training หลักสูตรอบรมสำหรับองค์กร FDI Group ได้ออกแบบหลักสูตรเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในองค์กร ที่ช่วยให้ผู้อบรมได้รับความรู้ที่ตรงกับงานจริง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาวได้ หากองค์กรใดต้องการจัดอบรมภายในด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ด้านการจัดการพัฒนาเพิ่มศักยภาพพนักงาน หรือด้านอื่นๆ สามารถขอรับคำปรึกษาได้ฟรีทันที ทุกการจัดอบรมเป็นเรื่องง่ายได้ผลลัพธ์จริง เพียงคุณปรึกษาเราตอนนี้ !! FDI จัดอบรมให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณทาง สถาบันฝึกอบรมระบบราง การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจในการจัดอบรมให้กับผู้บริหาร – เจ้าหน้าที่ ด้วยหลักสูตร การสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักตามแนวทาง BCG Model โดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก FDI Group เพื่อเจาะลึกเนื้อหา พร้อมแนวทางปฏิบัติที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ใช้ได้จริงในระยะยาวสำหรับองค์กร โดยวิทยากรจาก FDI Groupผศ.ดร. ธีรินทร์ คงพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน BCG – ESGผศ.ดร. มณีรัตน์ เข็มขาว ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม การจัด In-house Training เพื่อการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ในปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มนำ In-house Training มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน เพราะการพัฒนาบุคลากรช่วยให้บริษัทสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น องค์กรที่ลงทุนในการพัฒนาคนมักจะสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และสร้างองค์กรที่มีความยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต ขั้นตอนการดำเนินการจัดอบรม ง่ายๆ เพียง 5 ขั้นตอน 1.ติดต่อขอรับคำปรึกษากับ FDI เพื่อวางแผนการจัดอบรมและนำส่งใบเสนอราคาพิจารณา 2.ทาง FDI วิเคราะห์ความต้องการในการฝึกอบรม (Training Needs Analysis) ให้กับองค์กร ว่าต้องการจัดอบรมในหัวข้อใด หรือหลักสูตรอื่นๆให้ครอบคลุมตามวัตถุประสงค์ 3.ทาง FDI ออกแบบหลักสูตรการอบรม โดยเลือกหัวข้อ วางกรอบเนื้อหา และวิธีการอบรมที่เหมาะสมกับผู้เข้าอบรม 4. ดำเนินการอบรม โดยทีมวิทยากรจากเรา และให้คำแนะนำตลอดการอบรม พร้อมทีมงานร่วมกิจกรรมในช่วงทำ Work-Shop 5. หลังการอบรม จะมีการประเมินผลการอบรม ทั้งก่อน-หลัง เพื่อประเมินผลลัพธ์ในการนำไปใช้จริง พร้อมการปรับปรุงในการจัดครั้งถัดไป หากองค์กรของคุณกำลังมองหาการจัดอบรม In-house Training ที่มีราคาเหมาะสม พร้อมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ มีผลงานเชิงประจักษ์ และสามารถตอบโจทย์การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรได้อย่างแท้จริง เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาในด้านการฝึกอบรม ที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาและจัดอบรมในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะการทำงาน การบริหารจัดการองค์กร รวมถึงการอบรมด้าน […]

กลุ่มบริษัท เอฟ ดี ไอ ร่วมแสดงความยินดี เนคเทค สวทช. จัดยิ่งใหญ่ “เนคเทค 40 ปี – Legacy & Beyond”

NECTEC จัดงานยิ่งใหญ่ ประกาศทางรอดประเทศไทย !! ต้องเปลี่ยนจาก ‘ผู้ใช้งาน’ สู่ ‘ผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยีแห่งอนาคต ผ่านทิศทาง 40 ปี Legacy & Beyond วันนี้ที่สร้างไว้ เพื่อก้าวต่อไปที่ยั่งยืน เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) จัดกิจกรรม Special Talk “40 Years NECTEC: Legacy & Beyond” ทบทวนเส้นทาง 4 ทศวรรษของการวางรากฐานเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับประเทศไทย พร้อมชี้ให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญในบริบทโลกปัจจุบันที่การพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติในหลายด้านอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป…แต่จำเป็นต้องมีส่วนในการสร้างเทคโนโลยี เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน ลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงระยะยาวให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยผู้บริหาร ผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ และเอกชน เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยภายในงานอัดแน่นไปด้วยการแลกเปลี่ยนมุมมองระดับประเทศ ในหัวข้อ “Thailand at the Turning Point : ถึงเวลาของเทคโนโลยีไทย สู่ยุคใหม่ของประเทศ” ที่ดึงตัวจริงจากหลากหลายวงการมาร่วมถอดรหัส ทางรอดของไทย ตั้งแต่มุมมองคนรุ่นใหม่สาย Tech Creator แถวหน้าอย่าง นพพล มาลีรัตน์มงคล YouTuber เจ้าของช่อง Extreme IT และ นวพล เชื่อมวราศาสตร์ Science Creator เจ้าของช่อง Say Science ไปจนถึงมุมมองความมั่นคงระดับชาติจากกองทัพอากาศ โดย พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และดร. พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. ผู้ริเริ่ม platform IoT สัญชาติไทย มาร่วมกันหาคำตอบว่า “ทำไมเทคโนโลยีไทยถึงเวลาต้องสร้างเอง” พร้อมเนื้อหาอื่นๆ ภายในงานที่จัดขึ้นได้อย่างน่าสนใจ  ด้าน ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. นิยามภารกิจเนคเทคตลอด 39 ปีที่ผ่านมาว่าเป็น “วิศวกรชาติ” ที่ต้องมองไกลและวางรากฐานเทคโนโลยีในจุดที่เอกชนยังไปไม่ถึง สร้างความมั่นคงให้ประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน […]

รู้จักกับ Thai E-Visa ระบบยื่นคำร้องขอวีซ่า ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

ระบบ Thai E-Visa คืออะไร ? Thai e-visa ถือเป็นระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย โดยเป็นการยื่นขอวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ www.thaievisa.go.th ระบบดังกล่าว คือ ระบบตรวจตราคนต่างด้าวที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทย (วีซ่า) ทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการอำนวยความสะดวก ลดความแออัด และสร้างพื้นข้อมูลเชื่อมกับหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) สำหรับการยื่นขอวีซ่าแบบเดิม ก็จะยังทำควบคู่กันไปกับระบบออนไลน์ ทั้งนี้ด้านนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า ระบบ e-Visa เป็นการพัฒนาระบบการตรวจลงตราของไทยให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการให้บริการและการอำนวยความสะดวกแก่คนต่างชาติที่ประสงค์จะขอรับการตรวจลงตราเพื่อเดินทาง เข้ามาในราชอาณาจักร การเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองบุคคลเข้าประเทศ การลดขั้นตอนด้านเอกสาร รวมถึงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง ซึ่่งระบบดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของต่างประเทศต่อประเทศไทย ที่จะส่งเสริมทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ธุรกิจ และการเดินทางระหว่างประเทศ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป   ขั้นตอนในการดำเนินการ ขอยื่นวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ โดยการสแกน QR Code ผ่านทางเว็บไซต์ www.thaievisa.go.th กรอกแบบฟอร์ม เป็นภาษาอังกฤษ และยื่นเอกสาร นัดหมายวัน-เวลา ผ่านระบบ เพื่อเดินทางไปยื่นหนังสือเดินทางที่สถานเอกอัครราชฑูต หรือสถานกงสุลใหญ่ ชำระค่าธรรมเนียมแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบของธนาคารกสิกรไทย (E-Payment) รับใบเสร็จทางอีเมล และพิมพ์ใบนัดหมายเก็บไว้ ข้อดีของระบบ Thai e-Visa  สะดวกและรวดเร็ว : ยื่นได้ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบสถานะได้ : สามารถติดตามสถานะการขอวีซ่าได้ในรูปแบบออนไลน์ ที่เช็คข้อมูลได้ด้วยตนเอง  ลดความเสี่ยงเรื่องเอกสาร : ลดโอกาสที่เอกสารสำคัญหรือหนังสือเดินทางจะสูญหายระหว่างการขนส่ง และสามารถแก้ไขเอกสารที่ขาดตกบกพร่องผ่านระบบได้ง่ายมากขึ้น ไม่ต้องเดินทางและลดขั้นตอน การทำงาน : ลดความยุ่งยากในการเดินทางไปสถานทูต ไม่ต้องส่งเล่มพาสปอร์ตจริงทางไปรษณีย์ กระบวนการพิจารณามักใช้เวลาประมาณ 5-10 วันทำการ (หากเอกสารครบถ้วน) ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบเดิม ระบบปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือ : ระบบชำระเงินมีความปลอดภัยมาตรฐานสากล รองรับการชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย ลดภาระการพกพาเงินสดหรือการโอนเงินที่ยุ่งยาก ข้อจำกัดของระบบ Thai e-Visa ด้านปัญหาทางเทคนิค : ระบบอาจขัดข้องหรือใช้งานยากในบางครั้ง หากอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร การพิจารณาใช้เวลาพิจารณา : การอนุมัติใช้เวลาประมาณ 5-10 วันทำการ หรืออาจนานกว่านั้นหากเอกสารไม่ครบถ้วน หากเอกสารไม่สมบูรณ์ […]

ทางเลือกใหม่! สำหรับวางแผนภาษี กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน ESG ลดหย่อนภาษี

สำหรับการวางแผนการออมและการวางแผนภาษี เป็นเรื่องที่คนทำงานมีรายได้ล้วนแล้วแต่ต้องศึกษา และวางแผนเพื่อยื่นภาษีในทุกปี อย่างที่เราคุ้นเคยก็อย่างเช่น การออมและการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) , กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ,  กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) , กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งมีวงเงินลดหย่อนรวมกันไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท  แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนให้มีการลงทุนเพิ่มเติมที่เป็นนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ที่ออกโดยธุรกิจไทยที่มีการดำเนินการโดยคำนึงถึงหลัก Thai ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล) โดยความน่าสนใจของกองทุนนี้คือ ผู้ลงทุนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้แต่ไม่เกิน 300,000 บาท และมีเงื่อนไขการถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี แบบวันชนวัน จากเดิมลดหย่อนสูงสุดได้ไม่เกิน 100,000 บาท และต้องถือครองไม่น้อยกว่า 8 ปี ทั้งนี้ในไทยไม่ได้มีเพียงแต่ Thai ESG เท่านั้น แต่ยังมี Thai ESGX โดยในบทความนี้ เราจะมาเจาะข้อมูลเกี่ยวกับ กองทุน  Thai ESG กันค่ะ  กองทุน Thai ESG คืออะไร ?  สำหรับ Thai ESG หรือ Thailand ESG Fund คือ กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เป็นนโยบายการลงทุนของ Thai ESG กำหนดให้สามารถลงทุนในหุ้นไทยและตราสารหนี้ไทย ที่ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน ตามหลัก ESG ซึ่งประกอบด้วยมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) ​และบรรษัทภิบาล (Governance) อาทิ หุ้นไทยยั่งยืน SET ESG Ratings หรือตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน ESG Bond ซึ่งกองทุนนี้มีสิทธิพิเศษให้ผู้ลงทุน สามารถนำเงินลงทุนมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งเหมือนกันกับการลงทุนใน RMF, SSF, SSFX หรือ LTF  โดยที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้มีการจัดทำดัชนีหุ้นยั่งยืนที่เรียกว่า SET ESG Ratings สำหรับประเมินการดำเนินงานด้าน […]

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมวิธีใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2569

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้มีรายได้ในประเทศไทย ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการรายย่อย หรือผู้มีรายได้หลายทาง ปกติจะมีการยื่นแบบแสดงรายการปีละ 1 ครั้ง (ยื่นแบบในช่วงวันที่ 1 มกราคม ถึงภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป) และสำหรับผู้มีรายได้จากบางประเภท เช่น ธุรกิจ เช่าทรัพย์สิน (ประเภท 5 – 8) จะต้องยื่นรายได้ครึ่งปีสำหรับรายได้ระหว่าง 1 มกราคม – 30 มิถุนายน ภายในช่วง 1 กรกฏาคม – 30 กันยายน ของปีนั้น ทั้งนี้ควรตรวจสอบทุกปีอีกครั้งหากมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ จากทางกรมสรรพากร โดยการเข้าใจ “วิธีคำนวณภาษี” และ “การใช้สิทธิ์ลดหย่อนอย่างถูกต้อง” จะช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถวางแผนการเงินได้ดีขึ้น สามารถทราบถึงการลดหย่อนภาษีอย่างถูกกฎหมาย และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการยื่นภาษีผิดพลาดได้  โดยในบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมอธิบาย สิทธิ์ลดหย่อนภาษี เพื่อเป็นแนวทางในการทำความเข้าใจสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทข้อมูลการยื่นภาษีในปี 2569 นี้    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คืออะไร และใครบ้างที่ต้องเสียภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจาก “รายได้” ของบุคคลธรรมดาที่เกิดขึ้นในรอบปีภาษี ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าบริการ อาชีพอิสระ ค่าเช่า ดอกเบี้ย หรือรายได้อื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ในประเทศไทยโดยเกณฑ์รายได้ถึงฐานที่ต้องเสียภาษี  ผู้มีรายได้จากต่างประเทศและนำเงินเข้ามาในประเทศไทยตามเงื่อนไข ชาวต่างชาติที่มีเงินได้จากการทำงานหรือกิจกรรมในไทย (ในบางกรณี)โดยหลักเกณฑ์การจัดเก็บและอัตราภาษีอยู่ภายใต้ประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากร  เงินได้ที่ต้องเสียภาษี มีอะไรบ้าง ? สำหรับเงินได้ที่ต้องเสียภาษี คือ เงินได้หรือรายได้ที่เราได้รับจากการทำงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส บำนาญ เป็นต้น ขั้นตอนและวิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ขั้นตอนที่ 1 : รวบรวมข้อมูล “เงินได้ทั้งหมด” ตลอดปีภาษี ขั้นตอนแรกของการคำนวณภาษี คือการรวบรวมเงินได้พึงประเมิน ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปีภาษี เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าจ้าง ค่าบริการจากการรับจ้างหรืออาชีพอิสระ รายได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน รายได้จากธุรกิจส่วนตัว ยอดรวมนี้เรียกว่า “เงินได้ทั้งหมด” […]

บริษัทเครือ “เอฟ ดี ไอ” จัดโครงการปั้นพันธุ์กล้า อาสาปลูก ผนึกกำลังทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มกำลัง !

หากจุดเริ่มต้นของต้นไม้คือผืนดิน จุดเริ่มต้นของความยั่งยืนที่แท้จริงก็คือมนุษย์ เพราะเราตระหนักดีว่าการทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบขององค์กรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหัวใจของวิสัยทัศน์ที่กลุ่มบริษัท เอฟ ดี ไอ ยึดถือมาโดยตลอด เรามุ่งพัฒนาส่งเสริมด้านการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมดให้เกิดการเชื่อมโยงคุณค่าได้อย่างสมดุล “เอฟ ดี ไอ ผนึกกำลังมุ่งมั่นทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม”  ซึ่งในปีนี้ “โครงการปั้นพันธุ์กล้า อาสาปลูก” โดย FDI A&A ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เอฟ ดี ไอ ได้จัดกิจกรรมขึ้น ณ วนอุทยานเขานางพันธุรัต และโครงการฯ เขานางพันธุรัต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี โดยได้ร่วมกันเรียนรู้ระบบนิเวศของผืนป่า การฟื้นฟู การปลูกป่าด้วยการยิงกระสุนพันธุ์ไม้ โดยทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนแล้วแต่เสริมพลังสีเขียวให้เรา FDI A&A ที่ต้องเร่งมือในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อขับเคลื่อนโลกสีเขียวแห่งความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในเร็ววัน การทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงเจตนารมย์ที่สำคัญยิ่งของบริษัท ที่มีความมุ่งมั่นในการร่วมเป็นส่วนสำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจกตามแนวทางนโยบาย Net Zero ที่ต้องการให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้เกิดขึ้นในเร็ววัน อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการปกป้องผืนป่า พื้นที่สีเขียว สร้างและกระตุ้นจิดตสำนึกที่ดี ชวนทุกคนร่วมมือกันในการอนุรักษ์ทรัพยากร เข้าใจและเห็นถึงคุณค่าของป่าไม้ น้ำ ดินและอากาศ ที่เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้  แล้วเราจะร่วมกันดูแลผืนป่าและต้นไม้ได้อย่างไร ?  สนับสนุนกิจกรรมและสินค้าที่เป็นมิตรกับป่าไม้เรียนรู้และส่งต่อความรู้เรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้ช่วยกันสร้างพื้นที่สีเขียว อนุรักษ์ป่าไม้ ไม่เผาป่า ไม่เผาขยะ และช่วยแจ้งเตือนเมื่อพบการลักลอบตัดไม้การใช้กระดาษ และเลือกใช้กระดาษอย่างรู้คุณค่า เลือกผลิตภัณฑ์กระดาษที่มาจากป่าไม้ปลูกทดแทน (FSC) เพื่อลดการตัดไม้จากป่าธรรมชาติ ขอเชิญชวนมาร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ปกป้องและฟื้นฟูป่าพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์ให้แก่ทุกชีวิตบนโลกนี้อย่างยั่งยืนไปด้วยกันนะคะ เรายืนหยัด ยึดมั่น ด้วยการเป็นองค์กรที่สนับสนุนด้านสังคม (Social) สิ่งแวดล้อม (Environmental) และด้านธรรมมาภิบาล (Governance) ในการดำเนินธุรกิจ ที่เราให้ความสำคัญในการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมาและตลอดไป ช่องทางติดต่อ Facebook : FDI Group – Business Consulting Line : @fdigroup Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895 E-mail : infojob@fdi.co.th Website : www.fdi.co.th

FDI GROUP ส่งมอบความห่วงใย มอบอาหาร สิ่งของจำเป็น “ช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้”

FDI Group ขอมอบความห่วงใย ส่งกำลังใจให้พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยการมอบอาหารแห้ง สิ่งของจำเป็น รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย เราจะร่วมสนับสนุน เคียงข้าง และร่วมผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน สิ่งของต่าง ๆ ที่เรามีความตั้งใจส่งมอบไปยังพื้นที่ประสบภัยนั้น ไม่ได้มีเพียงแต่อาหารและของจำเป็น แต่ยังบรรจุกำลังใจและหัวใจของพวกเราชาว FDI Group เพื่อส่งถึงพี่น้องผู้ประสบภัยทุกคน ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการทหารอากาศ ที่ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันขนของขึ้นรถส่งไปยังพื้นที่ประสบภัยด้วยนะคะ  เรายืนหยัด ยึดมั่น ด้วยการเป็นองค์กรที่สนับสนุนด้านสังคม (Social) สิ่งแวดล้อม (Environmental) และด้านธรรมมาภิบาล (Governance) ในการดำเนินธุรกิจ ที่เราให้ความสำคัญในการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมาและตลอดไป ช่องทางติดต่อ  Facebook : FDI Group – Business Consulting Line : @fdigroup Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895 E-mail : infojob@fdi.co.th Website : www.fdi.co.th ข่าวสารอื่นๆ “น้ำท่วมหาดใหญ่” และอุทกภัยรุนแรง เปิดสาเหตุ…ทำไมน้ำท่วมหนัก 25/11/2025 “น้ำท่วมหาดใหญ่” และอุทกภัยรุนแรง  เปิดสาเหตุ…ทำไมน้ำท่วมหนัก… Read More พลังงานสะอาด Clean Energy คืออะไร ทางออกที่น่าสนใจยุคนี้จริงหรือ? 22/10/2025 บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับพลังงานสะอาดในหลากหลายมิติ ที่จะช่วยตอบคำถาม รวมถึงคลายความสงสัยให้คุณได้มากขึ้นว่าทำไมบริษัทใหญ่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ… Read More FDI Group จัดสัมมนาฟรี! กับสุดยอดหัวข้อแห่งปี “เจาะลึกกลยุทธ์ “ CBAM Countdown ” กันตกขบวนสู่โอกาสที่เหนือกว่า “ 23/09/2025 FDI Group ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญ… Read More Load More

“น้ำท่วมหาดใหญ่” และอุทกภัยรุนแรง เปิดสาเหตุ…ทำไมน้ำท่วมหนัก

“น้ำท่วมหาดใหญ่” เปิดสาเหตุ…ทำไมน้ำท่วมหนัก    สถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ถูกประเมินว่า “หนักที่สุดในรอบ 25 ปี” นับตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมปี 2543 โดยในหลายพื้นที่ระดับน้ำสูงจนส่งผลกระทบทั้งบ้านเรือน เขตเศรษฐกิจสำคัญ และจุดสัญจรหลักของเมือง สร้างผลกระทบทั้งต่อชีวิตประจำวัน เศรษฐกิจท้องถิ่น และระบบขนส่งเป็นวงกว้าง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นผลมาจากการผสมผสานของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง ภูมิประเทศของพื้นที่ และการบริหารจัดการน้ำที่ยังมีช่องว่าง โดยหน่วยงานรัฐและนักวิชาการต่างออกมารายงานตรงกันว่าฝนที่ตกหนักในปีนี้อยู่ในระดับ “ผิดปกติสูงมาก” จนเกินความสามารถของระบบรองรับน้ำและโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน เปิดภาพรวมของเหตุการณ์“ฝนถล่มแบบฉับพลัน” (rain bomb)” ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดปริมาณน้ำฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ปริมาณน้ำฝนสะสม 3 วันในพื้นที่หาดใหญ่สูงกว่า 595–600 มิลลิเมตร ถือว่ามากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ความรุนแรงของฝนที่ตกในคืนวันที่ 21 พฤศจิกายน โดยเฉพาะในบริเวณเขาคอหงส์ – นาหม่อม ทำให้เกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า “ฝนถล่มแบบฉับพลัน” (rain bomb) น้ำจำนวนมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่ตัวเมืองอย่างรวดเร็ว พื้นที่สำคัญ เช่น ย่านตลาดกิมหยง ถนนนิพัทธ์อุทิศ ถนนเสน่หานุสรณ์ และเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ถูกน้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็ว ถนนหลายสายถูกตัดขาด การสัญจรหยุดชะงัก และร้านค้าต้องปิดให้บริการชั่วคราว ขณะที่ประชาชนจำนวนหนึ่งต้องอพยพไปยังพื้นที่สูงกว่า เนื่องจากระดับน้ำบางจุดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในครั้งนี้ 1. ฝนตกหนักผิดปกติ จากภาวะลานีญา ข้อมูลของนักอุตุนิยมวิทยาและกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ปี 2568 อยู่ในวัฏจักร ลานีญา (La Niña) ทำให้สภาพอากาศในหลายพื้นที่ของไทยมีความชื้นสูงและมีโอกาสเกิดฝนมากกว่าปกติ โดยเฉพาะภาคใต้ตอนล่างที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและร่องมรสุมที่มีกำลังแรงกว่าปีทั่วไป และมีฝนหนักชนิด “rain bomb” (ฝนตกหนักในช่วงสั้น ๆ และปริมาณมาก) โดยเฉพาะในคืนวันที่ 21 พ.ย. 2568 รอบ เขาคอหงส์ อำเภอนาหม่อม ก่อนจะไหลเข้าเมืองหาดใหญ่ 2.ภาวะโลกร้อน  ที่เกี่ยวข้องอย่างมีนัยยะสำคัญ  แม้ปัจจัยหลักของน้ำท่วมหาดใหญ่จะยังคงเป็นเรื่องฝนตกหนัก ภูมิประเทศลุ่มต่ำ และระบบระบายน้ำ แต่ ภาวะโลกร้อน (Climate Change) ทำให้เหตุการณ์ฝน extreme และน้ำท่วมฉับพลันเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้นกว่าในอดีต ซึ่งส่งผลโดยตรงที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ในกรณีหาดใหญ่ ฝน 595–600 มม. ใน 3 วันถือว่าเป็น “ระดับฝนสุดขั้ว” (extreme rainfall) ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของ IPCC ที่พบว่าฝนลักษณะนี้จะเพิ่มขึ้น 20–30% ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากภาวะโลกร้อนด้วยเช่นกัน […]

พลังงานสะอาด Clean Energy คืออะไร ทางออกที่น่าสนใจยุคนี้จริงหรือ?

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับพลังงานสะอาดในหลากหลายมิติ ที่จะช่วยตอบคำถาม รวมถึงคลายความสงสัยให้คุณได้มากขึ้นว่าทำไมบริษัทใหญ่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ หันมาลงทุนในพลังงานสะอาดกันมากยิ่งขึ้น อะไรคือความน่าสนใจ ถ้าได้อ่านบทความนี้ไม่ตกขบวนแน่นอน  อ่านบทความนี้จะได้ความรู้เรื่องอะไรบ้าง เข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลของพลังงานสะอาด ความสำคัญ และประเภท แนวโน้มพลังงานสะอาดของโลก รวมถึงประเทศไทย  พลังงานสะอาด และ พลังงานฟอสซิล แตกต่างกันอย่างไรบ้าง  ประโยชน์จากการใช้พลังงานสะอาด ข้อดีและข้อจำกัดของพลังงานสะอาด พลังงานสะอาด คืออะไร ? สำคัญหรือเป็นทางออกที่น่าสนใจอย่างไรท่ามกลางวิกฤตการณ์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy คืออะไร “พลังงานสะอาด” หมายถึง พลังงานที่ผลิตขึ้นใหม่ ไม่มีหมด ไม่ก่อให้เกิดมลพิษหรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับต่ำมาก เมื่อเทียบกับพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยทั่วไป ลักษณะสำคัญของพลังงานสะอาด มีลักษณะที่สำคัญ 4 ข้อหลักๆ คือ ปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) หรือแทบไม่ปล่อยเลย มีแหล่งที่มาแบบหมุนเวียน (Renewable Source) เช่น แสงอาทิตย์ ลม น้ำ หรือชีวมวล  ไม่สร้างของเสียอันตรายและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำมาก ต่ออากาศ น้ำ หรือดิน มีความปลอดภัยและยั่งยืน มีความเสี่ยงต่ำมาก ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมนุษย์และสัตว์ สิ่งแวดล้อม  แนวโน้มพลังงานสะอาดของโลก รายงานจาก International Energy Agency (IEA) ระบุว่า ในปี 2024 พลังงานหมุนเวียนทั่วโลกคิดเป็นกว่า 30% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ภายในปี 2030 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างพลังงานที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป จีน และญี่ปุ่น ต่างประกาศนโยบาย “Net Zero Emissions” ภายในปี 2050–2060 โดยมีการลงทุนมหาศาลในพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฮโดรเจน รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) ที่ช่วยให้พลังงานสะอาดสามารถจ่ายไฟได้ต่อเนื่องแม้ไม่มีแสงอาทิตย์หรือลม สถานการณ์และนโยบายพลังงานสะอาดของประเทศไทย ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมาย “Carbon Neutrality ภายในปี 2050” และ “Net Zero GHG Emissions ภายในปี 2065” […]

FDI Group จัดสัมมนาฟรี! กับสุดยอดหัวข้อแห่งปี “เจาะลึกกลยุทธ์ “ CBAM Countdown ” กันตกขบวนสู่โอกาสที่เหนือกว่า “

FDI Group ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญ เพิ่มโอกาสให้พร้อมกับมาตรการ CBAM ยกระดับความสามารถในตลาดโลกที่ขับเคลื่อนด้วยสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน  พลาดไม่ได้กับงานนี้ ! FDI ขอเชิญชวนทุกท่าน เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ ชวนคุณมาปลดล็อค! เพิ่มโอกาสให้พร้อมกับมาตรการ CBAM ยกระดับความสามารถในตลาดโลกที่ขับเคลื่อนด้วยสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน พบกับหัวข้อ ” เจาะลึกกลยุทธ์ “ CBAM Countdown ” กันตกขบวนสู่โอกาสที่เหนือกว่า “  โดยเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจให้มากขึ้น งานนี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ.2568 เวลา 13.30 – 16.00 น.     ใครที่ต้องมางานนี้ สัมมนานี้เหมาะกับใครบ้าง ? ผู้บริหาร และผู้ประกอบการที่มีการส่งออกไป EU ผู้ผลิตและซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูง ผู้บริหารที่ต้องการวางกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่ต้องทำรายงานและนโยบาย ฝ่ายวิศวกรรม / การผลิต / โลจิสติกส์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ที่ปรึกษาธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อมและการค้าโลก ผู้ที่สนใจด้านการรับมือ CBAM และ BCG-ESG งานสัมมนานี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ ภาพรวม CBAM และแนวโน้มกฏระเบียบโลก อุตสาหกรรมไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการ CBAM ความเชื่อมโยง CBAM กับ ESG ต่อภาคธุรกิจไทย การจัดการต่อมาตรการ CBAM : เก็บข้อมูล-คำนวณ-ทำรายงาน “คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรและผลิตภัณฑ์ ” ตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืนของโลก Q&A ทุกคำถาม FDI มีคำตอบ พิเศษมีแจกของรางวัลสุดพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นสำหรับการเพิ่มโอกาสให้องค์กรเฉพาะภายในงานสัมมนาเท่านั้น  การลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์  ลงทะเบียนงานสัมมนาได้ที่ https://onebinar.one.th/online-seminar/XV8AM6 (ทั้งการลงทะเบียน และการรับชม ทำได้ในลิงก์เดียว) โดยสามารถลงทะเบียนได้ ตั้งแต่วันนี้ – 26 กันยายน 2568 เท่านั้น ติดต่อเพิ่มเติม – เกี่ยวกับการลงทะเบียนงานสัมมนา Email : Onebinar@inet.co.th Tel: 065-5074539 (คุณอภิสรา) – เกี่ยวกับรายละเอียดงานสัมมนา Tel: 095-4289466 (คุณสันต์ธีร์)

1 2 3 5