FDI

炭素クレジット(Carbon Credit)とは?

คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือกักเก็บไว้ ไม่ปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมจากการดำเนินโครงการและได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่ให้การรับรอง มีหน่วยเป็น “ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq)” สำหรับในประเทศไทย คาร์บอนเครดิตจะได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการเกี่ยวกับการทำคาร์บอนเครดิต จึงเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการลดหรือกักเก็บปริมาณก๊าซเรือนกระจก โดยโครงการเหล่านี้สามารถดำเนินการได้หลากหลายรูปแบบ เช่น โครงการปลูกต้นไม้ โครงการพลังงานหมุนเวียน โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เป็นต้น ประเภทของโครงการเกี่ยวกับการทำคาร์บอนเครดิต โครงการลดก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction Project) เป็นโครงการที่ดำเนินการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงจากระดับเดิม เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด โครงการลดการใช้สารเคมี โครงการจัดการขยะมูลฝอย โครงการการจัดการน้ำเสียชุมชน โครงการใช้วัสดุรีไซเคิล การนำก๊าซมีเทนกลับมาใช้ประโยชน์ การจัดการน้ำเสียอุตสาหกรรม การลด ดูดซับ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้และการเกษตร โครงการดูดซับก๊าซเรือนกระจก (Carbon Sequestration Project) เป็นโครงการที่ดำเนินการเพื่อดูดซับก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากชั้นบรรยากาศ เช่น โครงการปลูกป่า โครงการฟื้นฟูป่า โครงการปรับปรุงดิน โครงการปลูกพืชคลุมดิน ประโยชน์ของการทำคาร์บอนเครดิต การจัดทำคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย จะต้องดำเนินการผ่านโครงการ Thailand Voluntary Emissions Reduction (T-VER) ซึ่งผู้ที่ต้องการจัดทำคาร์บอนเครดิตจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนโครงการต่อ อบก. โดยระบุรายละเอียดของโครงการ เช่น ประเภทของโครงการ วัตถุประสงค์ของโครงการ พื้นที่ดำเนินการ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดหรือกักเก็บได้ เป็นต้น ดำเนินการตามแผนงานของโครงการและจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน ยื่นคำขอรับรองคาร์บอนเครดิตต่อ อบก. โดยแนบรายงานผลการดำเนินงานและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง อบก. พิจารณารับรองคาร์บอนเครดิตและออกใบรับรองคาร์บอนเครดิต ประโยชน์ของการทำคาร์บอนเครดิต การทำคาร์บอนเครดิตมีประโยชน์ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและต่อเศรษฐกิจ โดยประโยชน์ของการทำคาร์บอนเครดิต ดังนี้ ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม การทำคาร์บอนเครดิตช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ การทำคาร์บอนเครดิตสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและชุมชน จากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตให้กับองค์กรหรือบุคคลที่ต้องการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตัวอย่างโครงการเกี่ยวกับการทำคาร์บอนเครดิต โครงการ BAAC Carbon Credit โครงการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ภายใต้แนวคิด “สร้างรายได้ให้ชุมชน คืนสู่ธรรมชาติ” โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมให้ชุมชนธนาคารต้นไม้สามารถขายคาร์บอนเครดิตเพื่อนำรายได้มาพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปลูกต้นไม้ต่อไป โครงการปลูกป่าล้านไร่ โครงการของภาครัฐและภาคเอกชน ภายใต้แนวคิด “ปลูกป่า ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม” โดยมุ่งเน้นการปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำ โครงการของภาครัฐและเอกชน ภายใต้แนวคิด “พลังงานสะอาด ทางเลือกใหม่” โดยมุ่งเน้นการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนผิวน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า แนวโน้มของโครงการเกี่ยวกับการทำคาร์บอนเครดิต โครงการเกี่ยวกับการทำคาร์บอนเครดิตมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในอนาคต […]

優秀な技術者・投資家向けのSMART Visaとは?

สมาร์ทวีซ่า (SMART Visa) เป็นวีซ่าประเภทพิเศษที่รัฐบาลไทยกำหนดขึ้นเพื่อดึงดูดบุคลากรทักษะสูงและนักลงทุนที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานหรือลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ที่เรียกว่า S-Curve โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป ตามอุตสาหกรรม ดังนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Affluent, Medical and Wellness Tourism) อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (Agriculture and Biotechnology) อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Food for the Future) อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Automation and Robotics) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemicals) อุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) การบริการด้านการระงับข้อพิพาททางเลือก (Alternative Dispute Resolution) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Human Resource Development in Science and Technology) การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทน (Environmental Management and Renewable Energy) วัตถุประสงค์ของสมาร์ทวีซ่า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยการดึงดูดแรงงานทักษะสูงและนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาทำงานหรือลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เติบโตและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ SMART Visa มีกี่ประเภท ? Smart “T” สำหรับผู้เชี่ยวชำญทักษะสูง (Talent) ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เข้ามาทำงานในกิจการที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น นักพัฒนา วิศวกรสาขาต่างๆ นักวิจัย เป็นต้น คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ มีเงินได้เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 100,000 บาท/เดือน หรือเทียบเท่า มีสัญญาจ้างหรือสัญญาบริการกับกิจการในไทยหรือกิจการในต่างประเทศ ไม่น้อยกว่า 1 ปี ต้องได้รับการรับรองความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมเป้าหมาย กิจการที่ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจะต้องได้รับการรับรองว่าอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศไทย โดยหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง Smart “I” สำหรับนักลงทุน (Investor) สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาลงทุนในกิจการที่ใช้เทคโนโลยีและอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศไทย คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ ต้องลงทุนโดยตรงในนามบุคคลไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย […]

会計士の主な6つの業務とは

การบัญชีเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการเก็บรวบรวม บันทึก วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลทางการเงินของกิจการ แต่ละ ประเภทการบัญชี มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในทุกระดับ ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ถือเป็นพื้นฐานของทุกธุรกิจและองค์กร ซึ่งทำหน้าที่เป็นข้อมูลทางการเงิน ครอบคลุมหลากหลายสาขา โดยแต่ละสาขามีจุดเน้นและความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวของตัวเอง ในบทความนี้ FDI A&A จะทำการสำรวจสาขาต่างๆ ภายในหมวดการบัญชี โดยให้ความกระจ่างเกี่ยวกับบทบาทที่แตกต่างกันในโลกแห่งการเงิน หากพร้อมกันแล้วเรามาเริ่มกันเลย! 1. การบัญชีการเงิน การบัญชีการเงินเป็นสาขาการบัญชีที่ใช้กันมากที่สุด โดยมุ่งเน้นที่การบันทึก การสรุป และการรายงานธุรกรรมทางการเงิน โดยเกี่ยวข้องกับการจัดเตรียมงบการเงิน เช่น งบดุล งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับภาพรวมที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานะทางการเงินขององค์กร นักบัญชีการเงินปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ เช่น หลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป (GAAP) หรือมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) เพื่อให้มั่นใจว่าการรายงานทางการเงินมีความสม่ำเสมอและโปร่งใส 2 การบัญชีบริหาร การบัญชีการจัดการมุ่งเน้นไปที่การให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน เช่น ผู้จัดการและผู้บริหาร เพื่อประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจโดยมีข้อมูลครบถ้วน โดยเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน การคาดการณ์ผลลัพธ์ในอนาคต และการเตรียมงบประมาณ นักบัญชีบริหารมีบทบาทสำคัญในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การวิเคราะห์ต้นทุน และการประเมินประสิทธิภาพ ช่วยให้องค์กรจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย 3 การตรวจสอบบัญชี การตรวจสอบเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและประเมินบันทึกและกระบวนการทางการเงินขององค์กรเพื่อให้มั่นใจถึงความถูกต้อง การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความสมบูรณ์ ผู้ตรวจสอบจะประเมินงบการเงินและการควบคุมภายในเพื่อระบุความเสี่ยง การฉ้อโกง หรือความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้น พวกเขาให้ความเห็นที่เป็นอิสระเกี่ยวกับความเป็นธรรมและความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงิน ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจสำหรับผู้มีส่วนได้เสีย การตรวจสอบสามารถทำได้ภายใน (การตรวจสอบภายใน) หรือโดยผู้เชี่ยวชาญภายนอก (การตรวจสอบภายนอก) 4 การบัญชีด้านภาษี การบัญชีภาษีเกี่ยวข้องกับการจัดเตรียมและการยื่นแบบแสดงรายการภาษี เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับด้านภาษีที่เกี่ยวข้อง นักบัญชีภาษีช่วยให้บุคคลและองค์กรปรับสถานะภาษีของตนให้เหมาะสม ลดภาระภาษี และรับประกันการรายงานภาษีที่ตรงเวลาและแม่นยำ พวกเขาคอยอัปเดตรหัสภาษีและข้อบังคับที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพื่อให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการวางแผนภาษีและกลยุทธ์ 5 บัญชีต้นทุน การบัญชีที่บันทึกและจัดทำรายงานการวัดค่าของต้นทุนในการผลิตสินค้าและการให้บริการ ขอบเขตของการบัญชีต้นทุนจึงได้แก่การรวบรวมข้อมูลต้นทุน บันทึกแยกประเภท แบ่งสรรสะสม และจัดทำรายงานเกี่ยวกับต้นทุนในลักษณะต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของฝ่ายบริหาร 6 การบัญชีเฉพาะทาง การบัญชีเฉพาะทางเป็นสาขาการบัญชีที่มุ่งเน้นในการรวบรวมและนำเสนอข้อมูลทางการเงินของกิจการเฉพาะประเภท เช่น การบัญชีภาครัฐ การบัญชีระหว่างประเทศ การบัญชีสิ่งแวดล้อม เป็นต้น การบัญชีเฉพาะทางมีความแตกต่างไปจากสาขาการบัญชีทั่วไป เนื่องจากกิจการเฉพาะประเภทมีการดำเนินงานและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ประเภทการบัญชี มีหลากหลายสาขา ซึ่งแต่ละสาขามีส่วนช่วยให้สถานะทางการเงินโดยรวมขององค์กรต่างๆ และบุคคล ตั้งแต่การบัญชีการเงินไปจนถึงการบัญชีภาษี การตรวจสอบไปจนถึงการบัญชีเฉพาะทาง ผู้เชี่ยวชาญในสาขาเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการรายงานทางการเงินที่ถูกต้อง การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การทำความเข้าใจสาขาต่างๆ ภายในการบัญชีช่วยให้เราเข้าใจถึงความลึกซึ้งและเข้าใขหน้าที่และความสำคัญของการบัญชีในหลายๆด้าย โดย FDI Accounting & Advisory เป็นบริษัทรับจัดทำงบการเงินและทำบัญชีที่มีผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์และความรู้ ความสามารถมากกว่า 25 ปี ที่ซึ่งจะช่วยจัดการเรื่องบัญชีของคุณให้เป็นเรื่องง่าย […]

2024年版 所得控除について

ค่าลดหย่อนภาษี หมายถึง รายการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนดให้ผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนจากเงินได้พึงประเมิน เพื่อลดภาระในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยค่าลดหย่อนภาษีมีหลายประเภทให้เลือกลดหย่อนตามความเหมาะสมกับตนเอง ซึ่งทาง FDI A&A ได้รวบรวมค่าลดหย่อนภาษีในปี 2569 เพื่อในทุกท่านได้เริ่มวางแผนภาษีตั้งแต่ต้นปี หากพร้อมแล้วเราไปเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ! ค่าลดหย่อนภาษี ส่วนตัวและครอบครัว 1. ลดหย่อนภาษีส่วนตัว ลดหย่อนได้ 60,000 บาททันที สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขใดๆ 2. ลดหย่อนภาษีคู่สมรส ลดหย่อนได้ 60,000 บาท โดยต้องเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และคู่สมรสต้องไม่มีรายได้ 3. ลดหย่อนภาษีบุตร ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท โดยจะต้องเป็นบุตรตามกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว มีอายุไม่เกิน 20 ปี หรือไม่เกิน 25 ปีและกำลังเรียนอยู่ แต่ในกรณีลูกคนที่ 2 ขึ้นไป และเกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป จะลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท 4. ลดหย่อนภาษีบิดามารดา ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท โดยบิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท โดยใช้สิทธิ์ซ้ำระหว่างพี่น้องไม่ได้ 5. ลดหย่อนภาษีผู้พิการ ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท โดยผู้พิการจะต้องมีรายได้มาเกิน 30,000 บาทต่อปี มีบัตรผู้พิการ และผู้ลดหย่อนภาษีต้องเป็นผู้ดูแลที่ระบุอยู่ในบัตรคนพิการเท่านั้น 6. ค่าฝากครรภ์และทำคลอด ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 60,000 บาท โดยครอบคลุมทั้งค่าฝากครรภ์ ค่ายาและเวชภัณฑ์ ค่าทำคลอด และค่ากินอยู่ในสถานพยาบาล ค่าลดหย่อนภาษี กลุ่มประกัน 1. ประกันชีวิตทั่วไปและประกันแบบสะสมทรัพย์ สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยประกันชีวิตต้องมีระยะคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ต้องทำประกันชีวิตกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย และหากมีการเวนคืนก่อนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2. ประกันสุขภาพตัวเอง เบี้ยประกันสุขภาพ รวมถึงเบี้ยประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองสุขภาพ สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท […]

ビジネスコンサルタントとは?

ที่ปรึกษาธุรกิจ หรือ Business Consultant คือ ผู้เชี่ยวชาญหรือมืออาชีพให้คำปรึกษาด้านการทำธุรกิจ ด้วยความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ความรู้ ในด้านต่างๆ เช่น กลยุทธ์ การดำเนินงาน การเงิน การตลาด และทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งมีทำหน้าที่ช่วยเหลือธุรกิจให้สามารถแก้ปัญหาหรือมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ประเภทของ Business Consultant 1. ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการธุรกิจ (Strategic and Management Consultant) ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการธุรกิจทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่องค์กรธุรกิจในด้านกลยุทธ์และการจัดการโดยรวม เช่น การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย กลยุทธ์การดำเนินงาน โครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงาน เป็นต้น โดยที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการธุรกิจมักมีทักษะและประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ธุรกิจ การวางกลยุทธ์ การบริหารโครงการ การบริหารการเปลี่ยนแปลง ฯลฯ 2. ที่ปรึกษาด้านการจัดการองค์กร (Organizational Consultant) ที่ปรึกษาด้านการจัดการองค์กรทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่องค์กรธุรกิจในด้านโครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร ความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากร เป็นต้น โดยที่ปรึกษาด้านการจัดการองค์กรมักมีทักษะและประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์องค์กร การออกแบบกระบวนการทำงาน การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร การพัฒนาบุคลากร ฯลฯ 3. ที่ปรึกษาด้านการตลาด (Marketing Consultant) ที่ปรึกษาด้านการตลาดทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่องค์กรธุรกิจในด้านการตลาด เช่น การกำหนดกลยุทธ์การตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ การสร้างแบรนด์ การทำตลาดออนไลน์ เป็นต้น โดยที่ปรึกษาด้านการตลาดมักมีทักษะและประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ตลาด กลยุทธ์การตลาด การสร้างแบรนด์ การทำการตลาดออนไลน์ ฯลฯ 4. ที่ปรึกษาด้านการเงิน (Financial Consultant) ที่ปรึกษาด้านการเงินทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่องค์กรธุรกิจในด้านการเงิน เช่น การบริหารการเงิน การลงทุน การวิเคราะห์ทางการเงิน เป็นต้น โดยที่ปรึกษาด้านการเงินมักมีทักษะและประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ทางการเงิน การบริหารการเงิน การลงทุน ภาษี ฯลฯ 5. ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Consultant) ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่องค์กรธุรกิจในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น การพัฒนาระบบสารสนเทศ การจัดการข้อมูล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็นต้น โดยที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมักมีทักษะและประสบการณ์ในด้านต่าง […]

FDI グループ と 株式会社ゼロボード (本社・東京)は、タイでのグリーンビジネス拡大に向けて、パートナーシップ契約を締結しました。

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 ทาง คุณ Hidehiko Saito (Chairman) และ คุณพัชราภรณ์ เวชวิทยาขลัง (President) จากบริษัท FDI Group ผู้นำด้านการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจอย่างครบวงจร และ คุณ Shintaro Suzuki (Director & Head of APAC Regional Business) จากบริษัท Zeroboard (Thailand) Co. Ltd ผู้นำด้านซอฟต์แวร์บริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ร่วมลงนามเป็นพันธมิตรเพื่อเสริมประสิทธิภาพการให้คำปรึกษาธุรกิจสีเขียวและมีเป้าหมายร่วมกันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อบรรลุความเป็นนกลางทางคาร์บอน ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้ FDI Group สามารถให้บริการคำปรึกษาด้านธุรกิจสีเขียวในการวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมี Zeroboard เป็นผู้ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีในการบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของธุรกิจ โดย FDI Group และ Zeroboard จะร่วมกันพัฒนาโซลูชันด้านความยั่งยืนเพื่อให้ธุรกิจสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจรที่สุด ให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ. 2050 FDI Accounting & Advisory ที่ปรึกษาทางธุรกิจอย่างครบวงวจร • ง่าย • ครบ • จบ • ในที่เดียว! 📞 Phone : 02 626 5999 📧 E-mail : infojob@fdi.co.th 🌐 www.fdi.co.th ข่าวสารอื่นๆ FDI Group มอบกระเช้าปีใหม่ให้แก่สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI) FDI04/01/2024 FDI Group มอบกระเช้าปีใหม่ให้แก่… Read More ข่าวดีสำหรับคนไทยและชาวจีน! ไทย-จีน ยกเว้นวีซ่าถาวร เริ่ม 1 มีนาคม 2567 FDI03/01/2024 เมื่อวันที่ 2 มกราคม… Read More COP28 การประชุมในประเด็น “เลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล” ที่ยังไม่มีบทสรุป FDI20/12/2023 การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติครั้งที่ 28 […]

月次計算プログラムの選択方法

การคำนวณเงินเดือนของพนักงานอย่างแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี โปรแกรมคิดเงินเดือนจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับปรุงกระบวนการนี้ อย่างไรก็ตาม การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของคุณอาจมีเกณฑ์ในการตัดสินใจ ในบทความนี้ เราจะแนะนำคุณเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกโปรแกรมคิดเงินเดือนที่เหมาะกับความต้องการทางธุรกิจของคุณมากที่สุด 1. ประเมินความต้องการทางธุรกิจของคุณ ก่อนที่จะเจาะลึกตัวเลือกต่างๆ ให้วิเคราะห์ความต้องการทางธุรกิจและกระบวนการจ่ายเงินเดือนของคุณ พิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น จำนวนพนักงาน ความถี่ของการดำเนินการบัญชีเงินเดือน ความซับซ้อนในการคำนวณเงินเดือน และการบูรณาการกับระบบอื่นๆ การประเมินนี้จะช่วยคุณระบุคุณลักษณะและความสามารถเฉพาะที่คุณต้องการในโปรแกรมเครื่องคำนวณเงินเดือน 2. ความถูกต้องและการปฏิบัติตามข้อกำหนด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโปรแกรมคิดเงินเดือนที่คุณเลือกสามารถคำนวณเงินเดือนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแรงงานและข้อบังคับด้านภาษีในประเทศของคุณ ควรจัดการการหักเงิน การลดหย่อน และการเก็บภาษีอย่างถูกต้อง ช่วยลดโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดและปัญหาการปฏิบัติตามข้อกำหนด มองหาโปรแกรมที่ได้รับการอัปเดตเป็นประจำเพื่อปรับให้เข้ากับกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลง และจัดเตรียมรายงานโดยละเอียดเพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบ 3. ง่ายต่อการใช้งาน อินเทอร์เฟซที่เป็นง่ายต่อผู้ใช้ถือเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยประหยัดเวลาและลดข้อผิดพลาด มองหาโปรแกรมที่มีการออกแบบที่ใช้งานง่าย การนำทางที่ง่ายดาย และด้วยคุณสมบัติที่ง่ายต่อผู้ใช้ที่ช่วยให้ทีมทรัพยากรบุคคลและบัญชีเงินเดือนของคุณสามารถจัดการกระบวนการคำนวณเงินเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. ความสามารถในการบูรณาการ พิจารณาว่าโปรแกรมคิดเงินเดือนสามารถผสานรวมกับระบบที่มีอยู่ของคุณได้อย่างราบรื่น เช่น ซอฟต์แวร์การจัดการทรัพยากรบุคคลเช่น การเข้า-ออกงาน เช็คขาด ลา มาสาย ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและลดการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยในระบบต่างๆ จัดลำดับความสำคัญของโปรแกรมที่นำเสนอการผสานรวม API หรือมีตัวเลือกการผสานรวมในตัว 5. ความปลอดภัยของข้อมูลและการรักษาความลับ ข้อมูลบัญชีเงินเดือนประกอบด้วยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของพนักงาน และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกโปรแกรมคิดเงินเดือนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลและการรักษาความลับ มองหาโปรแกรมที่ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสเพื่อปกป้องการส่งและจัดเก็บข้อมูล นอกจากนี้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโปรแกรมปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยมาตรฐานอุตสาหกรรมและสอดคล้องกับกฎระเบียบการปกป้องข้อมูลที่เกี่ยวข้อง 6. ความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่น พิจารณาการเติบโตในอนาคตของธุรกิจของคุณ และเลือกโปรแกรมคิดเงินเดือนที่สามารถปรับตัวไปพร้อมกับธุรกิจได้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโปรแกรมสามารถรองรับจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น รองรับโครงสร้างเงินเดือนที่เปลี่ยนแปลง และให้ความยืดหยุ่นในแง่ของการปรับแต่ง ซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องวุ่นวายกับการเปลี่ยนไปใช้โปรแกรมอื่นเมื่อธุรกิจของคุณขยายตัว 7. ต้นทุนและการสนับสนุน ประเมินต้นทุนของโปรแกรมคิดเงินเดือนและเปรียบเทียบกับงบประมาณของคุณ แม้ว่าความสามารถในการจ่ายจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ควรให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและฟีเจอร์ที่สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจของคุณ นอกจากนี้ ให้พิจารณาระดับการสนับสนุนที่ได้รับจากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ การสนับสนุนลูกค้าที่รวดเร็วและเชื่อถือได้สามารถช่วยแก้ไขปัญหาและทำให้กระบวนการดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น การเลือกโปรแกรมคิดเงินเดือนที่เหมาะสมคือการตัดสินใจที่สำคัญสำหรับทุกธุรกิจ ด้วยการประเมินความต้องการทางธุรกิจของคุณ โดยคำนึงถึงความถูกต้อง ความง่ายต่อผู้ใช้ ความสามารถในการบูรณาการ ความปลอดภัยของข้อมูล ความสามารถในการปรับขนาด และต้นทุน คุณสามารถเลือกได้อย่างมีข้อมูล ซึ่งโปรแกรมที่เหมาะสมจะปรับปรุงกระบวนการบัญชีเงินเดือนของคุณ เพิ่มความแม่นยำ และประหยัดเวลาสำหรับฝ่ายทรัพยากรบุคคลและทีมบัญชีเงินเดือนของคุณ โดย FDI Accounting & Advisory เป็นบริษัทบัญชีที่มีผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์และความรู้ ความสามารถมากกว่า 28 ปี ที่จะช่วยจัดการเรื่องระบบจัดทำเงินเดือนของคุณให้เป็นเรื่องง่าย ให้บริการ Payroll ไม่ว่าจะเป็นการคำนวนเงินเดือน ภาษีเงินได้ จัดทำและยื่นแบบภงด.1 แบบประกันสังคม รับทำระบบโอนเงินเดือน จัดทำและยื่นรายงานฝ่ายบุคคลประจำปี (ภงด. 1ก. กท.20 , กท.20 ก) และอื่นๆ สามารถตรวจสอบและขอรับบริการของเราได้ ที่นี่ ไม่มีค่าใช้จ่าย ! FDI Accounting & Advisory ที่ปรึกษาทางธุรกิจอย่างครบวงวจร […]

人事部 (HR プランニング) の役割とは?

แผนกทรัพยากรบุคคล (HR Planning) เป็นแผนกที่สำคัญในองค์กร มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร แผนกทรัพยากรบุคคลมีหน้าที่หลักในด้านต่าง ๆ ดังนี้ การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Planning) การวางแผนกำลังคนเป็นกระบวนการวางแผนและกำหนดความต้องการกำลังคนขององค์กรในอนาคต โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น เป้าหมายขององค์กร สภาพการแข่งขันในตลาด แนวโน้มเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม การวางแผนกำลังคนที่ดีจะช่วยให้องค์กรสามารถจัดหาบุคลากรที่มีทักษะและความสามารถที่เหมาะสมกับความต้องการได้อย่างเพียงพอและทันเวลา สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Planning หรือ HR Planning) การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment and Selection) การสรรหาและคัดเลือกบุคลากรเป็นกระบวนการในการหาบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ต้องการ การสรรหาและคัดเลือกบุคลากรที่ดีจะช่วยให้องค์กรสามารถหาบุคคลที่มีทักษะและความสามารถที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้ การวางแผนการสรรหาและคัดเลือก (Recruitment and Selection Planning) เป็นการวางแผนและกำหนดแนวทางในการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ตำแหน่งงานที่ต้องการ ทักษะและความสามารถที่ต้องการ และงบประมาณในการสรรหาและคัดเลือก การสรรหา (Recruitment) เป็นการเผยแพร่ข้อมูลและเชิญชวนบุคคลมาสมัครงาน โดยอาจใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น ประกาศรับสมัครงานทางเว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือการติดต่อบริษัทจัดหางาน การคัดเลือก (Selection) เป็นกระบวนการพิจารณาคัดเลือกบุคคลจากผู้ที่สมัครงาน โดยพิจารณาจากคุณสมบัติต่าง ๆ เช่น ทักษะและความสามารถ ประสบการณ์ การศึกษา และบุคลิกภาพ การพัฒนาบุคลากร (Training and Development) การพัฒนาบุคลากรเป็นกระบวนการในการส่งเสริมการเรียนรู้และเพิ่มทักษะและความสามารถของพนักงาน การพัฒนาบุคลากรที่ดีจะช่วยให้พนักงานมีความรู้และความสามารถที่เพิ่มขึ้น สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปขององค์กรกระบวนการการพัฒนาบุคลากรประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้ การวิเคราะห์ความต้องการในการพัฒนาบุคลากร (Training and Development Needs Analysis) เป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการในการพัฒนาบุคลากร โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ทักษะและความสามารถที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงาน ความต้องการของพนักงาน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในการทำงาน การออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรม (Training and Development Program Design) เป็นการจัดทำหลักสูตรการฝึกอบรมโดยระบุถึงวัตถุประสงค์ เนื้อหา ระยะเวลา วิธีการ และค่าใช้จ่าย การจัดกิจกรรมการฝึกอบรม (Training and Development Delivery) เป็นการจัดกิจกรรมการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด การประเมินผลการฝึกอบรม (Training and Development Evaluation) เป็นการวัดผลความสัมฤทธิ์ของการฝึกอบรม การบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการ (Compensation and […]

人材開発 (HRD)

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development: HRD) เป็นกระบวนการที่มุ่งพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในองค์กร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ HRD ครอบคลุมกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากร เช่น การฝึกอบรม การพัฒนาทักษะ การพัฒนาความรู้ การพัฒนาความสามารถ การพัฒนาบุคลิกภาพ และการพัฒนาทัศนคติ ความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRD) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์(HRD) มีความสำคัญต่อองค์กร เนื่องจากมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ประสบความสำเร็จ ดังนี้ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ และความสามารถที่สอดคล้องกับงานที่ทำ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและผลลัพธ์ขององค์กร สร้างศักยภาพการแข่งขัน การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ และความสามารถที่ทันสมัย จะช่วยสร้างศักยภาพการแข่งขันให้กับองค์กร รักษาพนักงาน การพัฒนาบุคลากรให้เติบโตและก้าวหน้าในองค์กร จะช่วยรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้กับองค์กร สร้างวัฒนธรรมองค์กร การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และยึดมั่นในวัฒนธรรมองค์กร จะช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ประเภทของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ การพัฒนาบุคลากร (Training and Development) การพัฒนาบุคลากรเป็นกิจกรรมหลักของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ครอบคลุมกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ การฝึกอบรม (Training) เป็นกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และความสามารถให้กับบุคลากร โดยใช้วิธีการต่างๆ เช่น การบรรยาย การสาธิต การทดลอง การอภิปราย การเล่นเกม เป็นต้น การพัฒนาทักษะ (Skill Development) เป็นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานให้กับบุคลากร เช่น ทักษะการใช้เทคโนโลยี ทักษะการสื่อสาร ทักษะการทำงานเป็นทีม เป็นต้น การพัฒนาความรู้ (Knowledge Development) เป็นการพัฒนาความรู้ที่จำเป็นต่อการทำงานให้กับบุคลากร เช่น ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรม ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย เป็นต้น การพัฒนาความสามารถ (Competency Development) เป็นการพัฒนาความสามารถที่จำเป็นต่อการทำงานให้กับบุคลากร เช่น ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นต้น การพัฒนาบุคลิกภาพ (Personality Development) เป็นการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีให้กับบุคลากร เช่น บุคลิกภาพที่มีความรับผิดชอบ บุคลิกภาพที่มีความอดทน บุคลิกภาพที่มีความยืดหยุ่น เป็นต้น การพัฒนาทัศนคติ (Attitude Development) เป็นการพัฒนาทัศนคติที่ดีให้กับบุคลากร เช่น ทัศนคติที่มุ่งมั่นในการทำงาน ทัศนคติที่รักการเรียนรู้ ทัศนคติที่ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี […]

諸外国の就労ビザ事情

การย้ายไปทำงานในต่างประเทศเป็นโอกาสที่ดีในการเปิดประสบการณ์ใหม่ เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาใหม่ๆ และสร้างรายได้ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายไปทำงานในต่างประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าทำงานของประเทศนั้นๆ ให้ดี เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถขอวีซ่าทำงานต่างประเทศได้และสามารถทำงานในประเทศนั้นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยทั่วไปแล้ว วีซ่าทำงานของประเทศต่างๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ วีซ่าทำงานต่างประเทศชั่วคราว (Temporary Work Visa) เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้ทำงานในประเทศนั้นๆ ในระยะสั้นๆ โดยระยะเวลาการอนุญาตทำงานจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ วีซ่าทำงานชั่วคราวมักออกให้กับผู้ที่ทำงานในสายงานที่มีความต้องการสูง เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที แพทย์ หรือนักวิทยาศาสตร์ วีซ่าทำงานต่างประเทศถาวร (Permanent Work Visa) เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้ทำงานในประเทศนั้นๆ ได้ในระยะยาว วีซ่าทำงานถาวรมักออกให้กับผู้ที่ทำงานในสายงานสำคัญ หรือผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดของประเทศนั้นๆ เช่น ผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานในสาขานั้นๆ เป็นเวลานาน หรือผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาจากมหาวิทยาลัยในประเทศนั้นๆ ประเทศสหรัฐอเมริกา H-1B visa วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้บริษัทหรือองค์กรในสหรัฐอเมริกาจ้างชาวต่างชาติที่มีทักษะสูง เช่น วิศวกร แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านไอที L visa วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้พนักงานของบริษัทในสหรัฐอเมริกาเดินทางไปทำงานชั่วคราวในสาขาย่อยของบริษัทในต่างประเทศ O-1 visa วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้ชาวต่างชาติที่มีความสามารถพิเศษในด้านศิลปะ วิทยาศาสตร์ การศึกษา กีฬา หรือการแสดง ทำงานในสหรัฐอเมริกา J-1 visa วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางมาสหรัฐอเมริกาเพื่อทำงานในโครงการแลกเปลี่ยน เช่น โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา โครงการฝึกงาน หรือโครงการฝึกอบรม สหราชอาณาจักร Tier 2 General Visa เป็นวีซ่าทำงานระยะยาวที่ออกให้กับแรงงานทักษะสูงหรือแรงงานที่ต้องการทำงานในสหราชอาณาจักรในระยะยาว Tier 5 Youth Mobility Scheme Visa เป็นวีซ่าทำงานระยะสั้นที่ออกให้กับเยาวชนอายุระหว่าง 18-30 ปี จาก 31 ประเทศ เพื่อเดินทางไปทำงานหรือฝึกงานในสหราชอาณาจักร ประเทศแคนาดา Federal Skilled Worker Program (FSWP) โปรแกรมสำหรับผู้ที่มีทักษะและประสบการณ์ทำงานที่ต้องการในประเทศแคนาดา Provincial Nominee Program (PNP) โปรแกรมสำหรับผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากจังหวัดหรือดินแดนในประเทศแคนาดา Temporary Foreign Worker Program (TFWP) โปรแกรมสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานชั่วคราวในประเทศแคนาดา Express Entry วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้ชาวต่างชาติที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดสามารถย้ายถิ่นฐานไปทำงานและพำนักถาวรในแคนาดาได้ International Mobility Program (IMP) วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางไปทำงานในแคนาดาภายใต้โครงการแลกเปลี่ยน เช่น โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา โครงการฝึกงาน […]

1 22 23 24 25 26 32