地球温暖化法
気候危機に対処するための新法
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง อุณหภูมิที่สูงขึ้น ภัยแล้ง น้ำท่วม และพายุรุนแรง ล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่อาจเพิกเฉยได้ รัฐบาลไทยจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหานี้ และผลักดันให้มีการออก “พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. ….” หรือ “พรบ โลกร้อน” พรบ โลกร้อน ร่าง “พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” หรือ “พรบ โลกร้อน” ฉบับแรกของประเทศไทยภายหลังการจัดตั้ง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “กรมโลกร้อน” ในช่วงที่ผ่านมามีการศึกษายกร่าง “พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เริ่มกระบวนการมาตั้งแต่ต้นปี 2566 และได้หรือกับภาครัฐ กฤษฎีกาก่อน เนื่องจากเป็น พ.ร.บ.ที่มีความเกี่ยวข้องด้านการเงิน ภาษี ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง การเปิดเผยข้อมูล มาตราต่างๆที่ปรากฎ มีเชิงบริหารไม่ว่าจะเป็นการให้อำนาจกับคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีรายละเอียดที่ต้องทำยุทธศาสตร์แผนงาน การลดก๊าซเรือนกระจก ลดผลกระทบทางการเงิน “พ.ร.บ.นี้เป็นกฎหมายฉบับแรกของประเทศไทย ที่มีความกว้างขวางมากกว่า พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม ฯ โดยเฉพาะในเรื่องของการเงิน โดยเฉพาะ Emission Screem ที่เกินมาจะต้องชดเชยเป็นเงิน และนำไปสนับสนุนรายเล็ก ในการปรับตัวรับมือ และเตรียมความพร้อมทำข้อมูลด้านคาร์บอน” นายปวิช รองอธิบดีกรมโลกร้อน กล่าว เนื้อหาสาระสำคัญ 3 แกนหลักของ พ.ร.บ. โลกร้อน ที่ผู้ประกอบการต้องรู้ การบังคับรายงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กำหนดให้กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายและองค์กรขนาดใหญ่ ต้องทำการตรวจวัดและรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Embedded Emissions / Carbon Footprint) ตามมาตรฐานอย่างโปร่งใส เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศ กลไกราคาคาร์บอน (Carbon Pricing & Emission Trading Scheme) หากองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินเพดานที่กำหนด (Cap) จะต้องรับผิดชอบต่อต้นทุนส่วนเกิน โดยอาจต้องซื้อสิทธิการปล่อยมลพิษหรือซื้อคาร์บอนเครดิตมาทดแทน เงินส่วนนี้จะถูกนำไปตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการปรับตัวของธุรกิจรายย่อยต่อไป บทกำหนดโทษทางปกครองที่รุนแรง ร่างกฎหมายมีการระบุโทษปรับทางปกครองที่ค่อนข้างสูงสำหรับองค์กรที่ละเลย หน้าที่ หรือจงใจปกปิดข้อมูลสิ่งแวดล้อม ความสำคัญของ พรบ โลกร้อน พรบ โลกร้อน ถือเป็นกฎหมายสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สร้างความมั่นคงทางพลังงาน: การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น จะช่วยลดมลพิษทางอากาศและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจ: การลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน จะสร้างงานใหม่และกระตุ้นเศรษฐกิจ ปกป้องสิ่งแวดล้อม: การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะช่วยลดปัญหาโลกร้อน ปกป้องระบบนิเวศ และรักษาคุณภาพอากาศ ยกระดับคุณภาพชีวิต: […]