外国直接投資(FDI)

2026年の個人所得税の計算方法と、税額控除の権利の活用方法について。

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้มีรายได้ในประเทศไทย ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการรายย่อย หรือผู้มีรายได้หลายทาง ปกติจะมีการยื่นแบบแสดงรายการปีละ 1 ครั้ง (ยื่นแบบในช่วงวันที่ 1 มกราคม ถึงภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป) และสำหรับผู้มีรายได้จากบางประเภท เช่น ธุรกิจ เช่าทรัพย์สิน (ประเภท 5 – 8) จะต้องยื่นรายได้ครึ่งปีสำหรับรายได้ระหว่าง 1 มกราคม – 30 มิถุนายน ภายในช่วง 1 กรกฏาคม – 30 กันยายน ของปีนั้น ทั้งนี้ควรตรวจสอบทุกปีอีกครั้งหากมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ จากทางกรมสรรพากร โดยการเข้าใจ “วิธีคำนวณภาษี” และ “การใช้สิทธิ์ลดหย่อนอย่างถูกต้อง” จะช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถวางแผนการเงินได้ดีขึ้น สามารถทราบถึงการลดหย่อนภาษีอย่างถูกกฎหมาย และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการยื่นภาษีผิดพลาดได้  โดยในบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมอธิบาย สิทธิ์ลดหย่อนภาษี เพื่อเป็นแนวทางในการทำความเข้าใจสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการอัพเดทข้อมูลการยื่นภาษีในปี 2569 นี้    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คืออะไร และใครบ้างที่ต้องเสียภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจาก “รายได้” ของบุคคลธรรมดาที่เกิดขึ้นในรอบปีภาษี ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าบริการ อาชีพอิสระ ค่าเช่า ดอกเบี้ย หรือรายได้อื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ในประเทศไทยโดยเกณฑ์รายได้ถึงฐานที่ต้องเสียภาษี  ผู้มีรายได้จากต่างประเทศและนำเงินเข้ามาในประเทศไทยตามเงื่อนไข ชาวต่างชาติที่มีเงินได้จากการทำงานหรือกิจกรรมในไทย (ในบางกรณี)โดยหลักเกณฑ์การจัดเก็บและอัตราภาษีอยู่ภายใต้ประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากร  เงินได้ที่ต้องเสียภาษี มีอะไรบ้าง ? สำหรับเงินได้ที่ต้องเสียภาษี คือ เงินได้หรือรายได้ที่เราได้รับจากการทำงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส บำนาญ เป็นต้น ขั้นตอนและวิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ขั้นตอนที่ 1 : รวบรวมข้อมูล “เงินได้ทั้งหมด” ตลอดปีภาษี ขั้นตอนแรกของการคำนวณภาษี คือการรวบรวมเงินได้พึงประเมิน ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปีภาษี เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าจ้าง ค่าบริการจากการรับจ้างหรืออาชีพอิสระ รายได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน รายได้จากธุรกิจส่วนตัว ยอดรวมนี้เรียกว่า “เงินได้ทั้งหมด” […]

Digital Nomad Thailand คืออะไร วีซ่าไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “Digital Nomad Thailand” กลายเป็นคำค้นหายอดนิยมในหมู่คนทำงานออนไลน์จากทั่วโลก ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นสวรรค์ของสาย Remote Work เพราะค่าครองชีพสมเหตุสมผล อินเทอร์เน็ตดี อาหารอร่อย เมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แถมยังมีเที่ยวบินเชื่อมต่อไปหลายประเทศในเอเชียได้ง่ายอีกด้วย แต่สิ่งที่หลายคนกังวลคือ “ถ้าจะมาเป็น Digital Nomad ในไทย ต้องใช้วีซ่าอะไร ถึงจะถูกกฎหมายและอยู่ได้ยาวๆ ?” บทความนี้จะพาไปรู้จักวีซ่าหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมข้อควรรู้สำคัญสำหรับคนสนใจเรื่องวีซ่าในไทย “Digital Nomad” คือใคร Digital Nomad คือบุคคลที่ทำงานออนไลน์จากที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีสำนักงานประจำ ใช้เทคโนโลยี เช่น อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน มีไลฟ์สไตล์แบบเคลื่อนที่ เปลี่ยนเมืองหรือประเทศตามความต้องการ รายได้ส่วนใหญ่มาจากงานออนไลน์หรือบริษัทต่างประเทศ เหมาะกับยุค Remote Work ที่เปิดโอกาสให้ทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน ยกตัวอย่างอาชีพที่มักใช้คำว่า Digital Nomad เช่น โปรแกรมเมอร์ / Developer , นักการตลาดออนไลน์ / Digital Marketer , นักเขียนอิสระ / Copywriter / Blogger , UX/UI Designer , พนักงานบริษัทต่างประเทศที่ทำงานแบบ Remote 100% เป็นต้น  หลายประเทศทั่วโลกเริ่มออก “digital nomad visa” เพื่อดึงดูดคนกลุ่มนี้ เช่น มอลตา, โปรตุเกส, คอสตาริกา ฯลฯ ซึ่งมักกำหนดให้ผู้ขอวีซ่าต้องมีรายได้จากต่างประเทศ มีประกันสุขภาพ และไม่ไปแย่งงานคนท้องถิ่น โดยในประเทศไทยเองก็มีการดึงดูดคนกลุ่มนี้ โดยไม่ได้ใช้ชื่อว่า “Digital Nomad Visa” ตรงๆ แต่มีวีซ่าหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานรีโมตและผู้มีรายได้จากต่างประเทศ  ถ้าหาก Digital Nomad  ต้องการมาใช้ชีวิตในไทย วีซ่าใดบ้างที่ตอบโจทย์ ? ปัจจุบัน หากพูดถึง Digital Nomad Thailand วีซ่าที่เกี่ยวข้องหลักๆ คือ Destination Thailand Visa (DTV) – วีซ่าใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อDigital Nomad /Remote ork/ฟรีแลนซ์และกิจกรรม […]

「FDI」グループは、「若き才能を育み、ボランティアで植樹」プロジェクトを立ち上げ、力を合わせて社会と環境への本格的な貢献に取り組んでいきます!

หากจุดเริ่มต้นของต้นไม้คือผืนดิน จุดเริ่มต้นของความยั่งยืนที่แท้จริงก็คือมนุษย์ เพราะเราตระหนักดีว่าการทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบขององค์กรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหัวใจของวิสัยทัศน์ที่กลุ่มบริษัท เอฟ ดี ไอ ยึดถือมาโดยตลอด เรามุ่งพัฒนาส่งเสริมด้านการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมดให้เกิดการเชื่อมโยงคุณค่าได้อย่างสมดุล “เอฟ ดี ไอ ผนึกกำลังมุ่งมั่นทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม”  ซึ่งในปีนี้ “โครงการปั้นพันธุ์กล้า อาสาปลูก” โดย FDI A&A ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เอฟ ดี ไอ ได้จัดกิจกรรมขึ้น ณ วนอุทยานเขานางพันธุรัต และโครงการฯ เขานางพันธุรัต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี โดยได้ร่วมกันเรียนรู้ระบบนิเวศของผืนป่า การฟื้นฟู การปลูกป่าด้วยการยิงกระสุนพันธุ์ไม้ โดยทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนแล้วแต่เสริมพลังสีเขียวให้เรา FDI A&A ที่ต้องเร่งมือในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อขับเคลื่อนโลกสีเขียวแห่งความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในเร็ววัน การทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงเจตนารมย์ที่สำคัญยิ่งของบริษัท ที่มีความมุ่งมั่นในการร่วมเป็นส่วนสำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจกตามแนวทางนโยบาย Net Zero ที่ต้องการให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้เกิดขึ้นในเร็ววัน อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการปกป้องผืนป่า พื้นที่สีเขียว สร้างและกระตุ้นจิดตสำนึกที่ดี ชวนทุกคนร่วมมือกันในการอนุรักษ์ทรัพยากร เข้าใจและเห็นถึงคุณค่าของป่าไม้ น้ำ ดินและอากาศ ที่เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้  แล้วเราจะร่วมกันดูแลผืนป่าและต้นไม้ได้อย่างไร ?  สนับสนุนกิจกรรมและสินค้าที่เป็นมิตรกับป่าไม้เรียนรู้และส่งต่อความรู้เรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้ช่วยกันสร้างพื้นที่สีเขียว อนุรักษ์ป่าไม้ ไม่เผาป่า ไม่เผาขยะ และช่วยแจ้งเตือนเมื่อพบการลักลอบตัดไม้การใช้กระดาษ และเลือกใช้กระดาษอย่างรู้คุณค่า เลือกผลิตภัณฑ์กระดาษที่มาจากป่าไม้ปลูกทดแทน (FSC) เพื่อลดการตัดไม้จากป่าธรรมชาติ ขอเชิญชวนมาร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ปกป้องและฟื้นฟูป่าพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์ให้แก่ทุกชีวิตบนโลกนี้อย่างยั่งยืนไปด้วยกันนะคะ เรายืนหยัด ยึดมั่น ด้วยการเป็นองค์กรที่สนับสนุนด้านสังคม (Social) สิ่งแวดล้อม (Environmental) และด้านธรรมมาภิบาล (Governance) ในการดำเนินธุรกิจ ที่เราให้ความสำคัญในการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมาและตลอดไป ช่องทางติดต่อ Facebook : FDI Group – Business Consulting Line : @fdigroup Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895 E-mail : infojob@fdi.co.th Website : www.fdi.co.th

เทคนิคบริหารภาษี SME ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลและสิทธิประโยชน์ที่ควรรู้!

ผู้ประกอบการ SME ควรใส่ใจและจำเป็นที่จะต้องมีความรู้เรื่องภาษี เพราะภาษีมีผลโดยตรงต่อกำไรของธุรกิจ การเข้าใจภาษีจะช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมป้องกันความเสี่ยงด้านกฎหมายและค่าปรับที่อาจเกิดจากการยื่นภาษีผิดหรือยื่นล่าช้า นอกจากนี้ยังช่วยให้บริหารกระแสเงินสดได้แม่นยำ เพราะรู้รอบภาษีและภาระที่ต้องชำระล่วงหน้า SME ยังมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีหลายอย่างที่ช่วยลดต้นทุน เช่น หักค่าใช้จ่าย 2–3 เท่า หรืออัตราภาษีพิเศษ หากไม่เข้าใจอาจพลาดสิทธิสำคัญไปโดยไม่รู้ตัว การทำบัญชีและภาษีอย่างถูกต้องยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ โดยเฉพาะเวลาขอสินเชื่อหรือทำสัญญากับคู่ค้า ข้อมูลภาษีที่จัดระบบดีจะช่วยให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์ยอดขาย ต้นทุน และกำไรได้แม่นยำยิ่งขึ้น ส่งผลต่อการวางกลยุทธ์และการเติบโตในระยะยาวอย่างมั่นคงและยั่งยืน  โดยในบทความนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวางระบบบัญชีและภาษีนิติบุคคล อย่าง FDI A&A เราจะพาผู้ประกอบการไปดูกันว่า ภาษี SME ต้องดำเนินการอย่างไร สามารถวางแผนเพื่อลดหย่อนตรงส่วนใดได้บ้าง ถ้าพร้อมเเล้วสามารถติดตามได้ในบทความนี้ ธุรกิจ SME ต้องดำเนินการเสียภาษีอย่างไร ?  สำหรับการทำธุรกิจไม่ว่าจะทำธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ หากมีรายได้เกิดขึ้นหรือรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี ก็ต้องดำเนินการตามกฏหมายกำหนด ซึ่งจะมีการเสียภาษีและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกันไป โดยมีประเภทภาษีที่ต้องชำระหลักๆ ที่ต้องรู้ 4 ประเภท ได้แก่ 1.ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ ภาษีตามกฎหมายประมวลรัษฎากร ที่จัดเก็บจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล   ดังนั้น ใครที่จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้ว มีหน้าที่ต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลจากผลกำไรเป็นประจำทุกปี   2.ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax) หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “VAT” คือ ภาษีที่จัดเก็บจากการขายสินค้า หรือการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศ หรือสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ   โดยผู้ประกอบการที่มียอดขายมากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ขอจดทะเบียน VAT อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มคือร้อยละ 7 จากยอดมูลค่าสินค้าและบริการ ซึ่งประกอบด้วย ภาษีขายคือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้จดทะเบียน VAT เรียกเก็บเงินจากผู้ซื้อในการขายสินค้าและบริการเป็นภาษีที่ต้องนำส่งกรณีขายมากกว่าซื้อ ภาษีซื้อคือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการต้องชำระให้ผู้ขายในการซื้อสินค้า เป็นภาษีที่ขอคืนได้ถ้าน้อยกว่าภาษีขายในรอบนั้น โดยผู้ประกอบการจะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อ  แล้วนำส่งให้กับกรมสรรพากร    3.ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย หรือ WHT (Withholding Tax) คือ การเสียภาษีรูปแบบหนึ่งที่มีการจัดเก็บล่วงหน้า ที่กำหนดให้ ”ผู้จ่ายเงิน” ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือบริษัท มีหน้าที่ หักเงินส่วนหนึ่ง ไว้ก่อนที่จะจ่ายเงินให้แก่ ”ผู้รับเงิน” […]

ตัวอย่าง ESG ของบริษัทไทยที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนและการดำเนินธุรกิจในอนาคต

ในยุคที่โลกเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และผู้คนในสังคมที่สูงขึ้น องค์กรธุรกิจไม่อาจดำเนินงานเพียงเพื่อผลกำไรเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป การบริหารจัดการภายใต้กรอบดำเนินการในด้าน ESG (Environmental, Social, Governance) หรือ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนความรับผิดชอบและความโปร่งใสขององค์กร รวมทั้งเป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต ในบทความนี้ FDI ได้รวบรวม ตัวอย่าง ESG ของบริษัทชั้นนำในประเทศไทยที่ดำเนินกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ทั้งนี้ยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ โดยการนำหลัก ESG มาใช้ในธุรกิจ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนได้ดีมากยิ่งขึ้น ทำไมองค์กรธุรกิจต้องให้ความสำคัญด้าน ESG ESG คือกรอบแนวทางในการบริหารความยั่งยืนขององค์กร ครอบคลุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การดูแลสังคม และธรรมาภิบาลที่ดี การเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของ แบบ 56-1 One Report ของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งบังคับใช้กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยตรง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส ครบถ้วน และสามารถประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังสนับสนุนให้องค์กรจัดทำรายงานความยั่งยืน และกำหนดแนวทางเสริมสร้างคุณภาพการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนผ่านคู่มือ SET Sustainability Reporting Guide เพื่อยกระดับมาตรฐาน ESG ในภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่าง ESG ของบริษัทในไทยที่ประสบความสำเร็จด้านความยั่งยืน 1) PTT Global Chemical (PTTGC) : ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและ Net Zero PTT Global Chemical (PTTGC) เป็นหนึ่งในองค์กรไทยที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน โดยมีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงมีการจัดทำรายงานความยั่งยืนประจำปีอย่างเป็นระบบ ซึ่งสะท้อนผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการ ESG ได้อย่างดีเยี่ยม ในรายงานความยั่งยืนพบว่า PTTGC ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อย GHG และเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน รวมถึงมีโครงการด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก ส่งผลให้องค์กรได้รับการประเมินในระดับดีเยี่ยมจากหลายสถาบันด้านความยั่งยืนในระดับสากล PTTGC จึงเป็นตัวอย่าง ESG ที่ชัดเจนขององค์กรไทยที่ผสานความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจอย่างกลมกลืนและมีผลลัพธ์จับต้องได้   2) SCG / SCGP : ผู้นำด้าน Circular Economy และนวัตกรรมเพื่อสังคม SCG ถือเป็นบริษัทไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกด้าน ESG โดยถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศไทย และได้รับการประเมินว่าเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเข้มแข็ง […]

เปิดพิกัด 6 เทรนด์ธุรกิจ ดาวรุ่งมาแรงปี 2569

นับถอยหลังสู่ปี 2569 ซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะสิ้นสุดปีนี้แล้ว มาดูกันว่ากลุ่มธุรกิจไหนบ้างที่น่าจับตาในการเติบโต เป็นอุตสาหกรรมขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ ๆ และกระแสสังคมด้านสุขภาพ ความยั่งยืน และไลฟ์สไตล์แบบเฉพาะกลุ่ม มาดูกันว่าใน 6 กลุ่มธุรกิจดาวเด่น ที่คาดว่าจะเติบโตสูง และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยจะมีธุรกิจไหนบ้าง ไปดูกันเลย  1.Health & Wellness  ธุรกิจดูแลสุขภาพและผู้สูงอายุเติบโตต่อเนื่อง ผู้คนให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพกันมากขึ้นอย่างจริงจัง จะเห็นได้จากความใส่ใจในการดูแลร่างกายกันมากขึ้น และประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ (Aged Society) ทำให้ธุรกิจด้านสุขภาพยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตสูงสุดในปี 2569 โดยเฉพาะบริการที่ตอบโจทย์ผู้สูงอายุและการดูแลสุขภาพเชิงรุก โอกาสทางธุรกิจหลัก ได้แก่ บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน (Home Care Service) เช่น ผู้ดูแลรายวัน พยาบาลเยี่ยมบ้าน กายภาพบำบัดที่บ้าน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Senior Day Care / Nursing Home) เน้นบริการครบวงจร พักฟื้น ฟื้นฟูสุขภาพ และติดตามอาการผ่านระบบดิจิทัล อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงวัย เช่น ไม้เท้าอัจฉริยะ, อุปกรณ์เตือนล้ม, เครื่องมือแพทย์ใช้ในบ้าน, Smart Monitoring กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแบบบูรณาการ เช่น โยคะ สมาธิ โภชนาการเชิงสุขภาพ เวลเนสรีทรีต คลินิกเฉพาะทาง เช่น คลินิกโรคอ้วน คลินิกชะลอวัย คลินิกกายภาพเฉพาะทาง การวิเคราะห์สุขภาพด้วย AI ปัจจัยผลักดันตลาด: สังคมสูงวัยแบบเต็มรูปแบบ ความต้องการฟื้นฟูสุขภาพหลังโควิด การเติบโตของเทคโนโลยีเฮลท์เทค (HealthTech)       2.Pet Care & Pet Humanization  เมื่อสัตว์เลี้ยงคือ “สมาชิกครอบครัว” จากความรักสู่ความผูกพันธุ์ระหว่างคนและสัตว์เลี้ยง Pet Humanization ทำให้ตลาดสัตว์เลี้ยงขยายตัวต่อเนื่อง โดยเจ้าของพร้อมใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงที่ดีตามไปด้วย โอกาสธุรกิจที่น่าสนใจ: อาหารสัตว์เลี้ยงแบบ Organic / Functional / Premium โรงแรมสัตว์เลี้ยง, เดย์แคร์, โรงเรียนสุนัข บริการ Grooming & Spa ระดับพรีเมียม คลินิกสัตว์, โรงพยาบาลสัตว์มาตรฐานสูง ประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง (Pet Insurance) สินค้าแฟชั่น […]

ต่างชาติจะทำธุรกิจในไทย ต้องรู้ Foreign Business Act คืออะไร ?

Foreign Business Act คืออะไร? ทำความเข้าใจพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 สำหรับชาวต่างชาติที่สนใจมาลงทุนหรือทำธุรกิจในประเทศไทย กฎหมายสำคัญข้อหนึ่งที่ต้องรู้จักคือ Foreign Business Act (FBA) หรือ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กฎหมายฉบับนี้เป็น “ตัวกรอง” ว่าคนต่างด้าวจะทำธุรกิจอะไรได้บ้าง ภายใต้เงื่อนไขแบบไหน และต้องขออนุญาตก่อนหรือไม่ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศกับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศและผู้ประกอบการไทย Foreign Business Act คืออะไร และมีที่มาอย่างไร Foreign Business Act, B.E. 2542 (1999) เป็นกฎหมายหลักที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทย ใช้บังคับตั้งแต่ปี 2542 (1999) เป็นต้นมา โดยออกมาแทนกฎหมายเดิมคือ Alien Business Act พ.ศ. 2515 เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและการลงทุนยุคใหม่ พระราชบัญญัตินี้กำหนดว่า การอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ความมั่นคงของประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การคุ้มครองผู้บริโภค การจ้างงาน รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการวิจัยพัฒนา โดยสรุป Foreign Business Act เพื่อกำกับให้การเข้ามาทำธุรกิจของคนต่างด้าวเป็นไปในกรอบนโยบายที่ชัดเจน ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศและสังคมไทยโดยรวม ใครคือ “คนต่างด้าว” ตาม Foreign Business Act Foreign Business Act นิยาม “คนต่างด้าว” ไว้กว้างกว่าความหมายทั่วไป ไม่ได้หมายถึงแค่บุคคลสัญชาติอื่นเท่านั้น แต่รวมถึงนิติบุคคลที่มีโครงสร้างการถือหุ้นหรืออำนาจควบคุมโดยคนต่างชาติด้วย เช่น บุคคลธรรมดา ที่ไม่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งเป็นของบุคคลหรือนิติบุคคลตาม (1) หรือ (2)  นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยที่มีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งเป็นของ (1)(2) หรือ (3) ประเภทธุรกิจใดบ้างที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัตินี้ ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ห้ามคนต่างด้าวประกอบธุรกิจ บางประเภทและบางประเภทจะประกอบธุรกิจได้ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตหรือได้รับหนังสือรับรองแล้วแต่กรณี โดยประเภทธุรกิจจะแบ่งแยกเป็น 3 บัญชี ดังนี้  1.บัญชีหนึ่ง เป็นธุรกิจที่ห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจด้วยเหตุผลพิเศษ  เช่น การทำการประมง การเลี้ยงสัตว์ การสกัดสมุนไพรไทย การค้าที่ดิน การทำนา ทำไรหรือสวน เป็นต้น  2.บัญชีสอง […]

การต่ออายุ work permit ต้องเตรียมตัวและดำเนินการอย่างไร ?

รวมคำถามและคำตอบที่เกี่ยวกับ ใบอนุญาตทำงาน (Work permit)  ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) คืออะไร ?  เอกสารที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย ที่ออกโดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน  โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาให้ใบอนุญาตทำงานตามความจำเป็นของงานหรือตามที่ร้องขอในระยะเวลาที่อนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย ได้แก่ 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และสูงสุด 2 ปีต่อครั้ง และต้องใช้คู่กับวีซ่าที่ถูกต้อง เช่น Non-B โดยเอกสารนี้ระบุชัดเจนว่าชาวต่างชาติทำงานตำแหน่งใด ที่ไหน และกับนายจ้างรายใด ห้ามทำงานนอกเหนือจากที่ระบุในใบอนุญาต หากเปลี่ยนนายจ้างหรือหน้าที่ต้องปรับปรุงข้อมูลทันที ซึ่งการทำงานโดยไม่มี Work Permit มีโทษทั้งแรงงานต่างชาติและนายจ้าง การมี Work Permit จะช่วยให้การทำงาน การขอใบอนุญาตอื่น และการตรวจแรงงานเป็นไปอย่างถูกต้อง จึงเป็นเอกสารสำคัญที่ชาวต่างชาติทุกคนต้องมีเมื่อต้องการทำงานในประเทศไทย รวมถาม-ตอบ คำถามสุดฮิตที่พบบ่อย  Question : การต่ออายุ ใบอนุญาตทำงาน (Work permit) ต้องดำเนินการภายในกี่วัน ?  Answer  : ควรจะต้องยื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาตหรือ Work Permit ก่อนที่จะหมดอายุ 30 วัน   Question : การยื่นเอกสารสำหรับต่อใบอนุญาตทำงานทำได้ที่ใดบ้าง ?  Answer  : การต่อใบอนุญาตทำงานได้ที่สำนักงานจัดหางานประจำจังหวัดที่อาศัยอยู่ หรือที่กรมการจัดหางานกรุงเทพมหานครและปริมณฑล   Question : ใช้ระยะเวลาในการพิจารณาเอกสารการตรวจสอบคำขอต่อใบอนุญาตทำงานกี่วัน ? Answer : กรมการจัดหางานใช้เวลาพิจารณาคำขอต่อใบอนุญาตทำงานประมาณ 3-7 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนคำขอ ความครบถ้วนถูกต้องของเอกสารร่วมด้วยเช่นกัน   Question :  หาก Work Permit หมดอายุแล้วไม่ได้ยื่นคำขอต่ออายุ แต่ยังคงทำงานอยู่ จะมีความผิดทางกฏหมายหรือไม่? Answer : มีความผิดทางกฏหมายเกิดขึ้น จะมีความผิดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   Question : หากนายจ้างเปลี่ยนชื่อบริษัท, ที่อยู่บริษัท หรือผู้ถือหุ้น ต้องต่ออายุหรือแก้ไข Work Permit ไหม? […]

FDI GROUPは、南部の兄弟姉妹を支援するため、食料や生活必需品を提供し、ケアを行っています。“

FDI Group ขอมอบความห่วงใย ส่งกำลังใจให้พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยการมอบอาหารแห้ง สิ่งของจำเป็น รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย เราจะร่วมสนับสนุน เคียงข้าง และร่วมผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน สิ่งของต่าง ๆ ที่เรามีความตั้งใจส่งมอบไปยังพื้นที่ประสบภัยนั้น ไม่ได้มีเพียงแต่อาหารและของจำเป็น แต่ยังบรรจุกำลังใจและหัวใจของพวกเราชาว FDI Group เพื่อส่งถึงพี่น้องผู้ประสบภัยทุกคน ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการทหารอากาศ ที่ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันขนของขึ้นรถส่งไปยังพื้นที่ประสบภัยด้วยนะคะ  เรายืนหยัด ยึดมั่น ด้วยการเป็นองค์กรที่สนับสนุนด้านสังคม (Social) สิ่งแวดล้อม (Environmental) และด้านธรรมมาภิบาล (Governance) ในการดำเนินธุรกิจ ที่เราให้ความสำคัญในการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมาและตลอดไป ช่องทางติดต่อ  Facebook : FDI Group – Business Consulting Line : @fdigroup Phone : 02-642-6866, 02-642-6869, 02-642-6895 E-mail : infojob@fdi.co.th Website : www.fdi.co.th ข่าวสารอื่นๆ “น้ำท่วมหาดใหญ่” และอุทกภัยรุนแรง เปิดสาเหตุ…ทำไมน้ำท่วมหนัก 25/11/2025 “น้ำท่วมหาดใหญ่” และอุทกภัยรุนแรง  เปิดสาเหตุ…ทำไมน้ำท่วมหนัก… Read More พลังงานสะอาด Clean Energy คืออะไร ทางออกที่น่าสนใจยุคนี้จริงหรือ? 22/10/2025 บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับพลังงานสะอาดในหลากหลายมิติ ที่จะช่วยตอบคำถาม รวมถึงคลายความสงสัยให้คุณได้มากขึ้นว่าทำไมบริษัทใหญ่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ… Read More FDI Group จัดสัมมนาฟรี! กับสุดยอดหัวข้อแห่งปี “เจาะลึกกลยุทธ์ “ CBAM Countdown ” กันตกขบวนสู่โอกาสที่เหนือกว่า “ 23/09/2025 FDI Group ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญ… Read More Load More

“「ハタイでの洪水」と深刻な洪水 その原因を解明…なぜこれほど深刻な洪水になったのか

“น้ำท่วมหาดใหญ่” เปิดสาเหตุ…ทำไมน้ำท่วมหนัก    สถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ถูกประเมินว่า “หนักที่สุดในรอบ 25 ปี” นับตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมปี 2543 โดยในหลายพื้นที่ระดับน้ำสูงจนส่งผลกระทบทั้งบ้านเรือน เขตเศรษฐกิจสำคัญ และจุดสัญจรหลักของเมือง สร้างผลกระทบทั้งต่อชีวิตประจำวัน เศรษฐกิจท้องถิ่น และระบบขนส่งเป็นวงกว้าง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นผลมาจากการผสมผสานของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง ภูมิประเทศของพื้นที่ และการบริหารจัดการน้ำที่ยังมีช่องว่าง โดยหน่วยงานรัฐและนักวิชาการต่างออกมารายงานตรงกันว่าฝนที่ตกหนักในปีนี้อยู่ในระดับ “ผิดปกติสูงมาก” จนเกินความสามารถของระบบรองรับน้ำและโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน เปิดภาพรวมของเหตุการณ์“ฝนถล่มแบบฉับพลัน” (rain bomb)” ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดปริมาณน้ำฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ปริมาณน้ำฝนสะสม 3 วันในพื้นที่หาดใหญ่สูงกว่า 595–600 มิลลิเมตร ถือว่ามากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ความรุนแรงของฝนที่ตกในคืนวันที่ 21 พฤศจิกายน โดยเฉพาะในบริเวณเขาคอหงส์ – นาหม่อม ทำให้เกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า “ฝนถล่มแบบฉับพลัน” (rain bomb) น้ำจำนวนมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่ตัวเมืองอย่างรวดเร็ว พื้นที่สำคัญ เช่น ย่านตลาดกิมหยง ถนนนิพัทธ์อุทิศ ถนนเสน่หานุสรณ์ และเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ถูกน้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็ว ถนนหลายสายถูกตัดขาด การสัญจรหยุดชะงัก และร้านค้าต้องปิดให้บริการชั่วคราว ขณะที่ประชาชนจำนวนหนึ่งต้องอพยพไปยังพื้นที่สูงกว่า เนื่องจากระดับน้ำบางจุดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในครั้งนี้ 1. ฝนตกหนักผิดปกติ จากภาวะลานีญา ข้อมูลของนักอุตุนิยมวิทยาและกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ปี 2568 อยู่ในวัฏจักร ลานีญา (La Niña) ทำให้สภาพอากาศในหลายพื้นที่ของไทยมีความชื้นสูงและมีโอกาสเกิดฝนมากกว่าปกติ โดยเฉพาะภาคใต้ตอนล่างที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและร่องมรสุมที่มีกำลังแรงกว่าปีทั่วไป และมีฝนหนักชนิด “rain bomb” (ฝนตกหนักในช่วงสั้น ๆ และปริมาณมาก) โดยเฉพาะในคืนวันที่ 21 พ.ย. 2568 รอบ เขาคอหงส์ อำเภอนาหม่อม ก่อนจะไหลเข้าเมืองหาดใหญ่ 2.ภาวะโลกร้อน  ที่เกี่ยวข้องอย่างมีนัยยะสำคัญ  แม้ปัจจัยหลักของน้ำท่วมหาดใหญ่จะยังคงเป็นเรื่องฝนตกหนัก ภูมิประเทศลุ่มต่ำ และระบบระบายน้ำ แต่ ภาวะโลกร้อน (Climate Change) ทำให้เหตุการณ์ฝน extreme และน้ำท่วมฉับพลันเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้นกว่าในอดีต ซึ่งส่งผลโดยตรงที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ในกรณีหาดใหญ่ ฝน 595–600 มม. ใน 3 วันถือว่าเป็น “ระดับฝนสุดขั้ว” (extreme rainfall) ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของ IPCC ที่พบว่าฝนลักษณะนี้จะเพิ่มขึ้น 20–30% ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากภาวะโลกร้อนด้วยเช่นกัน […]

1 3 4 5 6 7 33